การดูแลลูกน้อยอายุ 26 เดือน

วัยนี้จะเริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และฝืนทำบางกิจกรรมที่บางครั้งเกินความสามารถของตัวเอง 

เด็กโจ๋วัย 26 เดือน
ในเดือนนี้คุณแม่อาจต้องแข็งใจเตือนลูกน้อยให้รู้จักการควบคุมอารมณ์ลงบ้าง เพราะวัยนี้จะเริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และฝืนทำบางกิจกรรมที่บางครั้งเกินความสามารถของตัวเอง ความดื้อรั้นเป็นคุณสมบัติที่เห็นได้บ่อยในช่วงวัยนี้  “หนูจะทำ!” กลายเป็นประโยคที่ลูกน้อยบ่นเมื่อคุณห้ามปรามระหว่างที่เค้าจะฝืนทำอะไรก็ตามที่มากเกินตัวและอาจเกิดอันตรายได้ คุณแม่ที่รู้ทันจะปรับเปลี่ยนสถานการณ์นี้ให้เป็นพลังบวกเพื่อการเรียนรู้ที่สนุกสนานได้ โดยค่อยๆ สอนและฝึกฝนลูกน้อยในความพยายามเล็กๆ น้อยๆ อาทิ ใส่เสื้อผ้า ติดกระดุม ตักข้าวทานเอง เก็บของเล่นใส่กล่อง ฯลฯ จนเจ้าตัวเล็กเกิดความชำนาญและทำได้ด้วยตัวเองในที่สุด การหมั่นฝึกฝนจะช่วยให้เจ้าตัวเล็กได้เพิ่มทักษะและมีนิสัยที่จะเรียนรู้วิธีอดทนและมีสมาธิได้

พัฒนาการของลูกน้อย
ในช่วงนี้ร่างกายของลูกน้อยจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รูปร่างจะเริ่มผอมและสูงขึ้น ในขณะที่ลูกรักอาจเกิดอาการเบื่ออาหารในบางครั้ง เพราะความสนใจของเค้าจะพะวงอยู่ที่การเล่นซน และเรียนรู้ทดลองสิ่งต่างๆ ตลอดเวลา และการให้อาหารที่มากเกินไปก็อาจส่งผลในแง่ลบได้ด้วยเช่นกัน มีงานวิจัยในปัจจุบันที่ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของน้ำหนักส่วนเกินในวัยเด็ก ที่มีอิทธิพลต่อแนวโน้มของภาวะน้ำหนักเกินในผู้ใหญ่

ลูกน้อยจะเพลิดเพลินกับการกระโดดโลดเต้น วิ่งไปมา และสามารถยืนกระต่ายข้างเดียวและกระโดดด้วยขาข้างเดียวได้ แม้ว่าจะต้องคอยมองพื้นเกือบตลอดเวลาเดิน เป็นเพราะเค้าไม่คุ้นกับการเดินไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ไม่คุ้นเคยนอกบ้าน

กิจกรรมอาบน้ำเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ลูกรักโปรดปราน คุณแม่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองด้วยการแอบให้แบบฝึกหัดระหว่างลูกน้อยกำลังเล่นน้ำด้วยท่าทางที่ช่วยฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้ เช่น การขยำมือทำท่าทางต่างๆ เล่นฟองสบู่และเลียนเสียงสัตว์ต่างๆ หรือให้ลูกน้อยหลับตาทายสิ่งของที่จับอยู่ เป็นต้น ข้อควรระวังในระหว่างการอาบน้ำ คือ อย่าเล่นนานเกินไป เตรียมน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสมและระวังพื้นเปียกที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ และย้ำเสมอว่า ลูกน้อยไม่ควรเล่นอยู่ในห้องน้ำตามลำพัง

การละเล่นของเจ้าตัวเล็ก
เกมตัวต่อเป็นของเล่นที่เหมาะสมกับวัยนี้เป็นที่สุด เพราะลูกน้อยจะเล่นสนุกกับความจำและเรียนรู้ความแตกต่างของ สี รูปร่าง ขนาด และจัดลำดับตามคุณสมบัติต่างๆ ได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานสักหน่อยกว่าเด็กน้อยจะจดจำได้อย่างถูกต้อง คุณแม่สามารถดัดแปลงโจทย์ในการเล่นแต่ละครั้งให้ลูกเพลิดเพลิน โดยคิดเป็นเกม จับคู่สี หาของที่มีขนาดต่างกัน สอนนับจำนวนของที่เหมือนกัน เป็นต้น ระหว่างที่ลูกน้อยเล่นแต่ละครั้ง คุณแม่ก็ท้าทายด้วยวิธีหาคำตอบที่ต่างกันไป เพื่อให้ลูกน้อยได้ฝึกสมองและเรียนรู้ว่า ปัญหาบางอย่างมีทางออกได้มากกว่า 1 เสมอ

ส่วนหนึ่งของอุปนิสัยในวัยนี้ คือ สมาธิและการจดจ่อเพียงชั่วครู่เท่านั้น และเกิดอาการเบื่อง่าย หากเข้าใจหรือรู้จักแล้วจะหมดความสนใจทันที การที่คุณแม่มาเล่นและช่วยคิดวิธีการเล่นใหม่ๆ กระตุ้นให้ลูกน้อยมีนิสัยรักการเรียนรู้อยู่เสมอ พร้อมกับพัฒนาการด้านอารมณ์และสติปัญญา วิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ลูกน้อยมีสมาธิได้มากขึ้น คือ การหากิจกรรมประเภทงานฝีมือให้ลูกน้อยได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาด้วยตัวเอง การระบายสี พับกระดาษ ปั้นดินน้ำมัน หรือ ประดิษฐ์สิ่งของจากของเหลือใช้ เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้ลูกน้อยของคุณอยู่นิ่งและจดจ่อกับงานที่ทำ คุณแม่ลองสังเกตและเลือกเอากิจกรรมที่ลูกน้อยชอบเป็นพิเศษ มาสร้างเป็นกิจกรรมที่เค้าจะทุ่มเทเวลาได้ เพื่อจะฝึกการใช้มือและกล้ามเนื้อมัดเล็กควบคู่ไปกับความคิดสร้างสรรค์ออกแบบ และแสดงความยินดีชื่นชมกับผลงานที่เค้าทำด้วยตัวเองเสมอ ให้เค้าเกิดความภูมิใจและอยากทำซ้ำอีก

แต่ละวันของลูกน้อย
เด็กน้อยอาจจะยังไม่คุ้นกับกฏระเบียบและวัฒนธรรมบางอย่าง โดยเฉพาะมารยาทบนโต๊ะอาหาร การตักเตือนทีละน้อยระหว่างทานอาหารอาจช่วยได้ แต่ต้องไม่เป็นการบังคับหรือดุมากเกินไป ค่อยๆ สอนทีละอย่าง อาทิ ไม่ควรตักอาหารคำใหญ่เกินไป ไม่พูดเวลาอาหารอยู่ในปาก ฯลฯ เมื่อลูกน้อยทำได้ถูกต้องก็ควรชมเชยด้วย เพื่อเค้าภาคภูมิใจว่าทำได้และทำอีกจนเป็นนิสัย

พัฒนาการทางภาษาของลูกน้อยในระยะนี้จะเริ่มมากขึ้นตามลำดับ ลูกน้อยจะเข้าใจประโยคยาวๆ ที่ไม่ซับซ้อนมากได้ เช่น เดินมานั่งเล่นด้วยกันตรงนี้ดีกว่าจ้ะหรือ เล่นเสร็จแล้วต้องเก็บของให้เรียบร้อยนะคะในขณะที่การพูดของเค้าในบางครั้งอาจจะยังสื่อสารสิ่งที่เค้าต้องการบอกได้ไม่หมด การตีความและจำชุดคำที่เค้าใช้บ่อยๆ จะช่วยให้การสื่อสารกับลูกน้อยดีขึ้น

แน่นอนว่า การจำกัดบริเวณของเจ้าตัวเล็กจะช่วยให้เค้าปลอดภัยกับการเล่นสนุกในบ้าน แต่คุณแม่เองก็ควรจัดระเบียบภายในบ้านบริเวณอื่นๆ เก็บข้าวของที่เสี่ยงกับความปลอดภัยของลูกน้อยให้มิดชิด เช่น ตู้เก็บของ กล่องอุปกรณ์ไฟฟ้า ชุดเครื่องครัว ระวังไม่ให้อยู่ในระยะที่ลูกน้อยเอื้อมถึง หรือ หยิบมาเล่นได้ อย่าให้เจ้าตัวเล็กเก็บของเล่นกระจัดกระจายตามบ้านนอกอาณาเขตปลอดภัยของเค้า ในวัยนี้อาจจะมีอาการต่อต้านและดื้อบ้างตามประสา คุณแม่ต้องใจเย็นและค่อยอธิบายและสอนให้รู้จักว่าอะไรที่ทำได้ หรือ ไม่ควรทำ 

คุณค่าทางโภชนาการของหนู
ตอนนี้คุณแม่จะแบ่งเบาหน้าที่การป้อนอาหารลงได้ เพราะลูกรักสามารถจับช้อนตักอาหารกินเองได้แล้ว แต่เด็กน้อยบางคนอาจจะยังใช้ช้อนได้ไม่คล่องนัก หากว่าลูกกินได้ไม่มากนัก คุณแม่ควรตักเป็นคำๆ และป้อนให้ด้วยเป็นบางครั้ง โดยค่อยๆ ลดความถี่ในการช่วยป้อนข้าวลง จนลูกน้อยตักข้าวกินเองได้ และเมื่อถึงวัย 26 เดือนนี้ อาจจะลดปริมาณนมที่ดื่มในแต่ละวันลง เพราะลูกน้อยได้รับแร่ธาตุที่ต้องการจากอาหารในแต่ละมื้อเพียงพอแล้ว เพียงแต่คุณแม่คอยเลือกปรุงเมนูให้ลูกน้อยได้สารอาหารครบตามหลักโภชนาการ 5 หมู่และเปลี่ยนเมนูที่หลากหลายโดยสังเกตุจากเมนูโปรดของตัวเล็ก อาจเน้นปริมาณแคลเซี่ยมให้เพียงพอกับช่วงวัยที่ร่างกายของลูกน้อยต้องการเป็นพิเศษได้ คุณแม่บางคนอาจเตรียมอาหารเบาๆ เสริมให้ตัวเล็กกินก่อนนอน เช่น ผลไม้ หรือ ขนมคุกกี้ชิ้นเล็กๆ เผื่อลูกน้อยท้องว่างเกินไป เพราะกินมื้อเย็นตั้งแต่ตอน 5-6 โมง

ปกป้องสุขภาพของลูกน้อย
การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งจำเป็น หมั่นทำตารางสระผมประจำสัปดาห์และฝึกให้ลูกน้อยล้างมือและหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ในช่วงหน้าหนาวลูกน้อยจะเป็นหวัดได้ง่าย อาจจะติดมาจากเพื่อนๆ ในกลุ่ม ที่มักพบว่าเด็กน้อยจะมีอาการน้ำมูกไหลและมีไข้ตลอดเวลา หัดให้ลูกรักใช้กระดาษเช็ดน้ำมูกอยู่เสมอ เพื่ออนามัยที่ดี

นอกจากนี้ คุณแม่จะช่วยส่งเสริมทักษะการเข้าห้องน้ำของลูกน้อย การฝึกนิสัยการขับถ่ายให้เป็นเวลาต้องใช้ระยะเวลานานเป็นเดือน ดังนั้น คุณแม่ควรต้องคอยอยู่ด้วยในช่วงแรกๆ ค่อยๆ สอนเรื่องการทำความสะอาดอวัยวะของตัวเอง และสุขภัณฑ์เมื่อใช้เสร็จแล้ว ในวัยนี้อย่าเพิ่งให้ลูกน้อยเข้าห้องน้ำตามลำพังเด็ดขาด หน้าที่ของคุณแม่ในการดูแลความเรียบร้อยของตัวลูกน้อย ยังรวมถึงการหวีผม แปรงฟัน ตัดเล็บมือเล็บเท้า และปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าเวลาล้มด้วย

เคล็ดไม่ลับของคุณแม่

  • จัดสรรเวลาอ่านนิทานพร้อมลูกน้อยให้เป็นกิจวัตรประจำวัน การหามุมโปรดสำหรับนั่งฟังเทปนิทานและอ่านหนังสือดีๆ เป็นเวลาที่ดีของคุณและลูกน้อย
  • ปล่อยให้ลูกน้อยได้เดินเท้าเปล่าในพื้นที่ปลอดภัยบ้าง เพื่อให้ส่วนเท้าได้สัมผัสกับพื้นผิวที่แตกต่างออกไป
  • จัดสรรงบประมาณรายจ่ายสำหรับตัวคุณเองบ้าง แม้ว่าคุณแม่พร้อมจะทุ่มเทเงินทุกบาททุกสตางค์ให้ลูกน้อยได้ก็ตาม การสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ กับการเอาใจใส่ดูแลตัวเองของคุณแม่ในบางครั้ง ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดใสได้บ้าง

หมั่นสังเกตอากัปกิริยาของลูกน้อย โดยเฉพาะเรื่องการมองเห็น เมื่อลูกน้อยเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือใช้สายตาผิดปกติ  ควรพาไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสายตาให้ละเอียด

บทความที่คุณน่าจะชอบ

เด็กแรกเกิด 7/4/2019

ลูกวัย 36 เดือน

สามารถถีบจักรยานและใช้ขาประคองจักรยานได้มั่นคง นิ้วมือและฝ่าเท้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กแรกเกิด 4/27/2019

อายุ 31-36 เดือน

วิธีเสริมสร้างพัฒนาลูกน้อย ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป พบกับบทความเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยวัยซน เคล็ดลับต่างๆ พร้อมวิธีเพิ่มพัฒนาการของลูกรัก

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

เด็กแรกเกิด

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการแรกของลูก รวมไปถึงเคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกน้อยตั้งแต่ออกจากครรภ์ของคุณแม่เลยค่ะ

 

บทความที่คุณน่าจะชอบ