ลูกน้อยวัย 25 เดือน

ลูกรักจะเข้ามาพะเน้าพะนอคุณไม่ห่างและชวนคุยตลอดเวลา และจะหันความสนใจไปจุดอื่นในทันที 

วัยเก๋า 25เดือนมาแล้ว
ลูกรักจะเข้ามาพะเน้าพะนอคุณไม่ห่างและชวนคุยตลอดเวลา และจะหันความสนใจไปจุดอื่นในทันทีที่มีสิ่งเร้าเข้ามาดึงความสนใจไปง่ายๆ และยังคงมีภาวะพึ่งพิงคนอื่นซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กเล็กจนกว่าเค้าจะโตพอที่จะอยู่ตามลำพังและเริ่มทำอะไรเองได้ คุณแม่เองสามารถเริ่มสอนให้ลูกน้อยรู้จักโตด้วยการสนับสนุนสิ่งที่ลูกอยากลองทำ หรือ เปิดโอกาสให้ตัวน้อยได้ออกไปเปิดประสบการณ์ในที่ต่างๆ มากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจของลูกน้อย

ตัวเล็กวัยเก๋านี้จะรู้วิธีเข้าสังคมและแยกแยะความแตกต่างระหว่างเพื่อนในวัยเดียวกันและผู้ใหญ่ได้ แม้ว่าในตอนแรกจะมีความกลัวและไม่ชินกับคนแปลกหน้า แต่เมื่อใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยกับเด็กน้อยได้แล้ว เค้าจะเริ่มตีสนิทและอาจจะติดแจไปเลย

การทำท่าทางแปลกๆ ใส่ตัวเองในกระจกเงาเป็นอีกพฤติกรรมหนึ่งที่ลูกน้อยเรียนรู้ที่จะแสดงอารมณ์ และสีหน้าท่าทางต่างๆ ออกมา เพื่อสังเกตตัวเองขณะทำหน้าตาแบบต่างๆ รวมทั้งฝึกออกเสียงคำศัพท์ต่างๆ ที่ถูกบ้างผิดบ้าง ตามประสาเด็กกำลังเรียนรู้

การเจริญเติบโตของลูกน้อย
ความสูงในช่วงวัยนี้ทำให้คุณคาดเดาได้ว่ารูปร่างของลูกคุณในอนาคตมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นผลจากพันธุกรรมและโภชนาการ รวมทั้งกิจกรรมออกกำลังกายที่แวดล้อมลูกน้อย กลายเป็นลักษณะเฉพาะในครอบครัวที่แตกต่างกันในแต่ละคน

บางครั้งการพาลูกน้อยไปร้านตัดผมก็อาจกลายเป็นฝันร้ายของเด็กน้อยได้ ที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะลูกน้อยยังไม่เข้าใจหรือรับสภาพไม่ได้เมื่อเห็นผมของตัวเองถูกตัดทิ้ง คุณควรอธิบายว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เช่น ผมของลูกก็จะยาวขึ้นมาได้อีก และอาจตบท้ายด้วยขนมหวานเป็นรางวัลที่ไม่ดื้อ แต่ถ้ามีลูกน้อยที่งอแงมากและไม่ยอมให้ตัดผมจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการฝืนใจในช่วงนี้ เพราะเค้าจะฝังใจเรื่องที่ไม่ดีติดตัวไป เปลี่ยนเป็นการตัดผมในตอนที่ลูกน้อยกำลังหลับอาจช่วยได้

ลักษณะนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ของลูกรักในวัยนี้ คือ การออกเสียงเป็นคำๆ และพยายามผูกประโยคออกมา แม้จะฟังดูไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่ก็เป็นความพยายามที่น่าชื่นชมไม่น้อย ในขณะที่การเรียนรู้เรื่องการแบ่งปันยังค่อนข้างลำบากสำหรับเด็กวัยนี้ มักพบว่า แม้จะไม่สนใจของเล่นที่วางอยู่ แต่ถ้ามีเด็กคนอื่นเข้ามาหยิบจับ เค้าก็จะหันมาเรียกร้องเอาด้วยในทันที และคำพูดติดปากที่นิยมพูดในทุกครั้ง คือ “ทำไม.....” “ทำไม.....” และ “ทำไม....” ตลอดเวลา

การละเล่นของลูกน้อย
เด็กวัยนี้เริ่มปะติดปะต่อความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการพัฒนาด้านร่างกายพร้อมๆ กัน ทักษะการเคลื่อนไหวจะเพิ่มขึ้นมากในขวบปีนี้ บางคนเริ่มใช้ปากและแลบลิ้นออกมาในรูปแบบต่างๆ และเริ่มซนกับของเล่นที่กระจัดกระจายไปตามห้อง ทักษะการเล่นของเล่นจะพัฒนามากกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่รู้จักการเก็บรักษาของ ลูกน้อยจะเริ่มใช้มือจับดินสอและวาดรูปตามสิ่งที่เห็น การมองเห็นของลูกน้อยจะชัดเจนขึ้นมาก จนสามารถแยกแยะรูปวาดและรูปทรงมากขึ้น และชอบหยิบหนังสือ นิตยสาร มาดูภาพและพยายามอธิบายสิ่งที่มองเห็น

ของเล่นที่ฝึกประสาทสัมผัสทางการมองเห็นและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่าง ลูกบอล และไม้ตีแบต ช่วยให้ลูกน้อยจะได้ฝึกทักษะการควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเอง สนับสนุนให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกายมากกว่าปล่อยให้นั่งเฝ้าหน้าจอทีวี เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวพร้อมกับฝึกการประสานระหว่างระบบสัมผัสต่างๆ ด้วย

แต่ละวันของลูกน้อย
ควรปล่อยให้ลูกน้อยได้นอนกลางวันหลังมื้อเที่ยง เพื่อให้ร่างกายของลูกและตัวคุณเองได้พักผ่อนระหว่างวันด้วย แม้ว่าลูกน้อยจะงอแงไม่ยอมเข้านอน คุณแม่ควรต้องใจแข็งและเด็ดเดี่ยวพอที่จะฝืนให้ตัวเล็กนอนหลับบ้างสัก 1-2 ชั่วโมง ก่อนที่จะตื่นมาด้วยความสดชื่นอีกครั้งในช่วงบ่าย

การพาลูกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง จะช่วยให้เค้าได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างภายในบ้านและกลางแจ้ง เพื่อการปรับตัวรูปแบบกิจกรรมที่ควรทำตามข้อจำกัดในแต่ละสถานที่ เช่น การเล่นบอลในสนาม และไม่เอาทรายมาเล่นในบ้าน เป็นต้น ซึ่งในช่วงแรกที่ลูกอาจจะยังแยกแยะไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เค้าเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

คุณค่าทางโภชนาการของหนู
สิ่งที่คุณแม่กังวลเสมอเกี่ยวกับการป้อนอาหารแต่ละมื้อของลูกในช่วงนี้ เพราะเด็กน้อยไม่ค่อยยอมทานข้าวตามเวลา อาจเป็นเพราะมีขนมทานเล่นระหว่างวันมาแล้ว หรือ ดื่มนมระหว่างมื้อมากเกินไป อย่าลืมว่ามื้อเช้ามีความสำคัญมาก เด็กน้อยบางคนอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วกระโดดไปที่ตู้เย็นทันที ในขณะที่บางคนอาจจะร้องโยเยไม่ยอมกินข้าว แต่ก็ควรให้ลูกน้อยได้ทานอาหารครบถ้วนเท่าที่จำเป็น

ปกป้องสุขภาพของลูกน้อย
ลูกน้อยจะอ้อนขอเป็นผู้ช่วยคุณทำงานบ้านต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะงานทำความสะอาดบ้าน ซึ่งคุณไม่ควรปฏิเสธเจ้าตัวน้อย เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เค้าได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบและแบ่งเบาภาระของครอบครัว เพียงแต่คุณแม่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องของสารเคมีที่ใช้ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่แพ้สารนั้นๆ ก็ตาม แต่ส่วนประกอบบางอย่างอาจจะเป็นอันตรายกับผิวอ่อนๆ ของลูกน้อยได้

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม คือ ความสะอาดของเส้นผม เพราะเด็กเล็กในวัยนี้เล่นซนไม่หยุด มีเหงื่อตลอดเวลา การสระผมบ่อยครั้งก็อาจจะทำให้สภาพเส้นผมแห้งเสียได้ จึงควรเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยนสำหรับเด็กและครีมนวดบำรุงหนังศรีษะด้วย

เคล็ดไม่ลับของคุณแม่

  • วางแผนกิจกรรมแต่ละวันให้ลูกน้อย แม้ทั้งคุณแม่และเจ้าตัวน้อยจะมีความสุข แต่ก็อย่าลืมแบ่งเวลาสำหรับตัวคุณเอง ให้ได้มีโอกาสออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง
  • หาโอกาสพาลูกน้อยออกไปสัมผัสธรรมชาตินอกบ้าน และมีประสบการณ์รู้จักกับสัตว์ต่างๆ ช่วยให้ลูกได้เรียนรู้คุณค่าของธรรมชาติรอบตัวและเคารพชีวิตอื่นๆ ในโลก
  • หากคุณมีลูกที่โตแล้ว ควรชักชวนให้เค้าเล่นร่วมกับน้องคนเล็กบ้างในบางโอกาส การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเป็นความรู้สึกที่ดีของเด็กทุกวัย
  • อย่าไปห้ามหรือกดดันลูกน้อย หากพบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณชอบดูดนิ้ว เพราะไม่มีผลต่อการจัดระเบียบฟันน้ำนม เพียงแต่อย่าให้ติดเป็นนิสัยจนฟันแท้ขึ้นในวัย 6-8 ขวบก็พอ
  • แม้ว่าลูกน้อยจะได้รับการฝึกเข้าห้องน้ำในช่วงกลางวัน คุณแม่ควรให้ลูกน้อยสวมใส่ผ้าอ้อมเวลานอนตอนกลางคืนด้วย เพื่อที่จะไม่รบกวนการนอนหลับของลูกน้อยเมื่อเค้าขับถ่ายระหว่างคืน

บทความที่คุณน่าจะชอบ

เด็กแรกเกิด 7/4/2019

ลูกวัย 36 เดือน

สามารถถีบจักรยานและใช้ขาประคองจักรยานได้มั่นคง นิ้วมือและฝ่าเท้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กแรกเกิด 4/27/2019

อายุ 31-36 เดือน

วิธีเสริมสร้างพัฒนาลูกน้อย ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป พบกับบทความเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยวัยซน เคล็ดลับต่างๆ พร้อมวิธีเพิ่มพัฒนาการของลูกรัก

'การเลี้ยงลูก 6/21/2019

4 เคล็ดลับ สร้างหนูน้อยอารมณ์ดี...การเคลื่อนไหวเด่น

อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว

บทความที่คุณน่าจะชอบ