การตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 3

ช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 3 คุณแม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลังไปถึงกำหนดคลอด เท่ากับอายุครรภ์ระยะสัปดาห์ที่ 28-40 ทุกอวัยวะและระบบในร่างกายของทารกพัฒนาเต็มที่ เตรียมพร้อมทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์หลังคลอดออกมาแล้ว
แม้ว่าอวัยวะเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา ร่างกายทั้งภายนอกและภายในของลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วตั้งแต่นั้นมา การเคลื่อนไหวของลูกในท้องแข็งแรงและมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น ในระยะหลังลูกน้อยเจริญเติบโตขึ้นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างในมดลูก ทำให้เคลื่อนไหวอิสระได้น้อยลง คุณแม่จะรู้สึกได้ชัดเจนเวลาที่ลูกน้อยเตะและขยับเปลี่ยนตำแหน่ง

ใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้ว

ใกล้คลอดเต็มที เพื่อนและครอบครัวของคุณแม่ต่างก็ใจจดใจจ่อที่จะได้พบกับสมาชิกใหม่ตัวน้อย คนรอบข้างแสดงความยินดีพลอยทำให้คุณแม่อิ่มเอิบไปด้วย นับเป็นช่วงเวลาเหมาะที่จะนัดพบญาติมิตรเพื่อนสนิท เพราะหลังคลอดแล้วคุณแม่คงไม่มีเวลาให้ใครอีกเลยนอกจากเจ้าตัวน้อยนะคะ แต่ถ้าคุณแม่อึดอัดไม่อยากเป็นศูนย์กลางความสนใจของทุกคนในครอบครัว ควรทำใจอย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ เพราะทุกคนรักเด็กและตื่นเต้นที่จะมีสมาชิกใหม่ ต่างเอาอกเอาใจคุณแม่ที่กำลังจะต้องเจองานหนักเพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เตรียมกระเป๋าไปคลอด

เตรียมจัดกระเป๋าไปคลอดอย่างไร

ถึงเวลาที่คุณแม่จัดกระเป๋าเตรียมไปคลอดแล้วนะคะ เตรียมของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น เพราะไม่ได้อยู่โรงพยาบาลนานเป็นเดือนนะคะ โรงพยาบาลหลายแห่งดูแลทารกแรกเกิดเป็นอย่างดี มีอุปกรณ์สำหรับเด็กทารกอยู่แล้ว ทั้งนี้ควรสอบถามรายละเอียดกับทางโรงพยาบาลที่คุณแม่ฝากครรภ์หรือตั้งใจไปคลอดด้วยว่าต้องเตรียมอะไรบ้างนะคะ นอกจากนี้คุณแม่คุณพ่อควรปรึกษากันว่าจะต้องติดต่อใครบ้าง เตรียมค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ไว้แต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ฉุกละหุกหลังคลอด คุณแม่สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์ที่จะเตรียมไปคลอดได้ที่บทความ เตรียมคลอด

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในไตรมาสที่ 3

คุณแม่ใกล้คลอดท้องจะใหญ่มาก หายใจลำบาก มีอาการบวม ลุกนั่งลำบากและเหนื่อยง่าย ผู้หญิงท้องแก่แต่ละคนมีลักษณะหน้าท้องไม่เหมือนกัน แตกต่างทั้งขนาดและรูปร่างจึงนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้
ระยะนี้คุณแม่ควรใส่ใจเรื่องของความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น อาการเป็นตะคริว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีเลือดออก หรือปัญหาภาวะน้ำคร่ำ ซึ่งจำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจครรภ์ก่อนคลอดบ่อยขึ้นนะคะ
ท้องแก่เต็มที เดินทรงตัวลำบาก สองเท้าไม่มั่นคงและลื่นล้มง่าย หลีกเลียงการสวมรองเท้าส้นสูง เลือกรองเท้าส้นเตี้ย พยุงตัวลุกขึ้นช้า ๆ อย่าพรวดพราดและพยายามเดินช้า ๆ นะคะ

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในไตรมาสที่ 3

คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยง่าย ร่างกายใช้พลังงานในการเลี้ยงลูกในท้องให้เติบโตขึ้น บางวันรู้สึกเหนื่อยมาก ยิ่งใกล้คลอดยิ่งเบื่อหน่ายกับการตั้งครรภ์ ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างแน่นอน
เป็นธรรมดาที่คุณแม่จะวิตกกังวลเรื่องคลอดมากกว่าเดิม เพราะเป็นประสบการณ์ที่ยังไม่เคยเจอมาก่อน ยิ่งรู้ว่าการคลอดเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ จึงยิ่งกังวลหนักขึ้น คุณแม่ควรควบคุมอารมณ์และไว้วางใจทีมแพทย์ด้วย แม่ส่วนใหญ่คลอดกันเป็นเรื่องปกติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แม้จะมีปัญหาหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลล่วงหน้า
เวลานี้คุณแม่ควรวางแผนว่าสามีจะช่วยทำอะไรได้บ้างในช่วงใกล้คลอด ต้องวางแผนให้ญาติพี่น้องหรือเพื่อนมาช่วยดูแลลูกคนโตระหว่างที่คุณแม่ไปคลอด

ทารกในครรภ์ ไตรมาสที่ 3

การเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์ในไตรมาสที่ 3

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ระบบร่างกายของทารกมีพัฒนาการเติบโตเต็มที่ หากคลอดหลังจากสัปดาห์ที่ 30 ลูกน้อยมีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก เวลาไปอัลตร้าซาวด์เห็นลูกน้อยนอนในตำแหน่งอื่น ไม่ยอมกลับหัวลง คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ทารกจะนอนเอาก้นลงหรือท่าอื่นในช่วงไตรมาสที่ 3 ถ้านอนแนวขวางกับมดลูกคุณแม่อาจรู้สึกอึดอัดไม่สบายเพราะตัวลูกขวางติดกับกระดูกซี่โครง โดยเฉพะส่วนกระโหลศีรษะของเด็กที่เป็นกระดูกแข็งมากขึ้นค่ะ

คำแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 3

คุณแม่ควรพักผ่อนมากขึ้น ลองนั่งยกเท้าสูงเพื่อลดอาการบวมที่ขาและเท้า ไม่ควรกดดันตัวเองมากเกินไป พยายามพักผ่อนช่วงกลางวันทุก ๆ วันและผ่อนคลายมากขึ้นนะคะ ระหว่างนี้ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซักและพับเสื้อผ้าเตรียมไว้สำหรับลูกน้อย จินตนาการว่าชีวิตใหม่ของคุณแม่จะเป็นอย่างไรเมื่อมีลูกเล็ก ๆ
เรื่องการรับประทานอาหารช่วงนี้ไม่ต้องกินเผื่อลูกนะคะ กินเมื่อหิว หยุดเมื่ออิ่ม อย่ากินอาหารมื้อใหญ่ครั้งละมาก ๆ นะคะ เพราะว่ากระเพาะมีพื้นที่ไม่มากแล้ว พยายามดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเพิ่มความสดชื่น ช่วงนี้ปวดปัสสาวะบ่อยและเข้าห้องน้ำถี่ขึ้น ควรอยู่ในสถานที่ที่เข้าห้องน้ำสะดวกนะคะ
นอกจากนี้คุณแม่ควรอ่านหนังสือให้ลูกน้อยฟังทุกวัน เพราะลูกของคุณแม่ได้ยินเสียงจากภายนอกครรภ์ได้แล้วนะคะ

พัฒนาการทารก ไตรมาสที่ 3

ช่วงไตรมาสที่ 3 เด็กมีพัฒนาการอย่างไรในแต่ละสัปดาห์

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 28
ลูกน้อยมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รูปศีรษะสมส่วนเมื่อเทียบกับขนาดร่างกาย สมองพัฒนาไปรวดเร็วมาก โดยเฉพาะกระบวนการหลับที่เรียกว่า REM ช่วงที่ดวงตาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ สมองทำงานใกล้เคียงกับตอนตื่นและเป็นช่วงที่คนเราฝันนั่นเองค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 29
น้ำหนักของทารกในครรภ์เพิ่มขึ้นประมาณ 300-400 กรัม เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการนอนหลับ เพื่อสำรองพลังงานและไขมันในร่างกายเอาไว้ใช้นะคะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 30
ในสัปดาห์นี้สมองของทารกเจริญเติบโตรวดเร็ว คุณแม่ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการที่ดีเพื่อบำรุงสมอง โดยเฉพาะอาหารจำพวกปลา ระมัดระวังปลาที่เสี่ยงมีสารปรอทปนเปื้อนปริมาณสูง เลี่ยงกินปลาใหญ่ที่กินปลาเล็กปลาน้อยและสัตว์อื่นเพื่อป้องกันสารอันตรายสะสมในร่างกายคุณแม่และส่งผ่านไปสู่ลูกน้อยค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 31
หากคลอดในช่วงนี้ ร่างกายของทารกมีความพร้อมมากขึ้น แต่ยังควบคุมอุณหภูมิได้ไม่ดีนัก อาจต้องอยู่ในตู้อบซึ่งจะช่วยรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่จนกว่าเด็กจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 32
ลูกน้อยจะนอนเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเด็กตื่นจะขยับตัว คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าหน้าท้องมีรอยนูนเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิม อาจเห็นลักษณะที่ส่วนข้อศอกหรือหัวเข่าดันผนังหน้าท้อง อาการสะอึกหายไปแล้ว หลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงนี้ค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 33
ลูกน้อยมีน้ำหนักตัวมากขึ้นประมาณ 450 กรัม ถือว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากเลยนะคะ ถ้าเปรียบเทียบกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยของทารกแรกเกิด ซึ่งน้ำหนักหลังคลอดจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 150-200 กรัมต่อสัปดาห์

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 34
ผิวหนังของเด็กมีสีแดงมากขึ้นและผิวหนังยังยับย่น ไม่ตึงเต็มเหมือนกับเด็กที่เกิดครบกำหนดนะคะ ลูกน้อยเริ่มกระพริบตาและกำมือได้แล้ว แต่ทำไปโดยยังไม่รู้จุดหมาย สมองจะเริ่มเรียนรู้เรื่องนี้ในอีกหลายเดือนข้างหน้า ตอนนี้ลูกน้อยยังคงนอนพักผ่อนและดิ้นบิดตัวบ่อย ๆ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 35
ลูกน้อยมีลำตัวยาวประมาณ 50 เซนติเมตร สมองของเด็กพัฒนาเร็วมาก คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีสาร DHA สูง หรือ กรดไขมัน โอเมก้า 3 จากปลาทะเล ช่วยเสริมพัฒนาการของสมอง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามพยาบาลผดุงครรภ์หรือแพทย์ว่าควรรับประทานอาหารชนิดใดเป็นพิเศษ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 36
นับจากสัปดาห์นี้ไปกระดูกเชิงกรานจะลดต่ำลงทำให้หายใจสะดวกขึ้น แต่จะแรงกดทับไปที่กระเพาะปัสสาวะมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งมีลูกคนแรกค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 37
ถ้าคลอดในช่วงนี้ ระบบปอดของลูกทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว หายใจด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจเหมือนเด็กที่เกิดเร็วกว่านี้ค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 38
ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจคลอดเมื่อไรก็ได้นะคะ ควรเตรียมตัวให้พร้อม ผิวหนังดูย่นน้อยลงและมีชั้นของไขมันบาง ๆ ปกคลุมผิวภายนอกมากขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นร่างกายพร้อมสำหรับการคลอดเร็ว ๆ นี้

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 39
ระบบร่างกายเด็กพัฒนาอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะคลอดออกมาลืมตาดูโลกแล้ว น้ำหนักยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีพัฒนาการของสมองอย่างต่อเนื่อง หากคุณแม่ตั้งใจที่จะผ่าคลอดควรนัดวางแผนกับแพทย์ในช่วงสัปดาห์นี้

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 40
ช่วงสัปดาห์นี้เป็นระยะพร้อมคลอด คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ในทางทฤษฎีพบว่าทารกในครรภ์จะปล่อยโปรตีนชนิดหนึ่งออกมาทำให้มดลูกของแม่เริ่มบีบรัดตัวเพื่อให้ลูกน้อยคลอดออกมาค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 41
สัปดาห์นี้อายุครรภ์ครบกำหนดคลอด วันที่คุณแม่รอคอยมาถึงแล้ว บางคนอาจช้ากว่านั้นเล็กน้อยค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 42
เด็กโตเต็มที่แล้ว คุณแม่หลายคนอาจกังวล รอคอยอย่างหงุดหงิดที่ยังไม่คลอดเสียที แต่บางคนไม่กังวลใจอะไรเพราะเจ้าตัวน้อยกำลังจะลืมตาดูโลกในไม่ช้านี้แล้วค่ะ

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 3 สามารถติดตามอ่านข้อมูลเพื่อเตรียมตัวและวางแผนการเลี้ยงลูกน้อย รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

ความปลอดภัยในบ้าน
การตั้งครรภ์ 5/25/2020

ความปลอดภัยภายในบ้านสำหรับคุณแม่และลูกน้อย

อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นภายในบ้านและร้อยละ 50 ของเหตุการณ์ล้วนเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบเราจึงนำไอเดียดีๆ ที่จะช่วยจัดการบ้านให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นค่ะ

การตั้งครรภ์ 5/13/2020

การเจ็บครรภ์และคลอดลูก– ระยะที่สองของการคลอด

การเจ็บท้องคลอดลูกมักเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสเดือนสุดท้าย หรือประมาณสัปดาห์ที่ 38-40 อาการต่อไปนี่คืออาการเจ็บครรภ์คลอดในระยะที่สองที่คุณแม่ต้องเจอค่ะ

กิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กทารก
การตั้งครรภ์ 4/27/2019

ฝึกลูกกินผักได้ตั้งแต่ในท้อง กระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์ได้ดีเยี่ยม

การกินผักระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่แค่เพียงร่างกายแม่ท้องจะได้รับสารอาหารเต็มที่เพื่อตัวเองและทารกในครรภ์เท่านั้นนะคะ แต่การกินผักยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์เรื่องการรับรสชาติให้ลูกในท้องได้ด้วย โดยปกติแล้วพัฒนาการทารกในครรภ์จะสามารถรับรสได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 14 สัปดาห์ ซึ่งทำให้แม่ตั้งครรภ์สามารถกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์ด้วยการให้ลูกในท้องรับรสชาติของผักได้ตั้งแต่ในท้อง และจะทำให้เขาเป็นเด็กชอบกินผักเมื่อโตขึ้นได้ค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ