การเจ็บครรภ์และคลอดลูก– ระยะที่สองของการคลอด

การเจ็บท้องคลอดลูกมักเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสเดือนสุดท้าย หรือประมาณสัปดาห์ที่ 38-40 นะคะ ดังนั้นหากคุณแม่เริ่มมีสัญญาณเตือนเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์คลอดในระยะแรกแล้ว อาการต่อไปนี่คืออาการเจ็บครรภ์คลอดในระยะที่สองที่คุณแม่ใกล้คลอดอาจต้องเจอค่ะ

การขยายตัวของปากมดลูก

ระยะที่สองของการคลอดจะเริ่มขึ้นเมื่อปากมดลูกมีการขยายตัวเต็มที่ และตามมาด้วยการคลอดลูกน้อย เมื่อปากมดลูกขยายตัวเต็มที่จนถึง 10 เซนติเมตร ศีรษะของลูกน้อยจะค่อย ๆ เคลื่อนลงสู่อุ้งกระดูกเชิงกรานของคุณแม่ โดยส่วนที่กว้างที่สุดของศีรษะนั้นจะผ่าน “ช่องกระดูกเชิงกราน” รวมถึงส่วนที่แคบที่สุดของกระดูกเชิงกรานที่เรียกว่า ‘Interspinous Diameter’

การบีบตัวของมดลูกระหว่างคลอด

ในระยะแรกของการเจ็บครรภ์คลอด ทารกน้อยจะเคลื่อนตัวลงสู่อุ้งกระดูกเชิงกรานอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ยอดมดลูกก็กำลังทำการบีบรัดตัวเช่นเดียวกัน เพื่อช่วยให้ทารกคลอดออกมาง่ายขึ้น

เมื่อลูกน้อยพร้อมที่จะออกมาดูโลกแล้ว ศีรษะของทารกจะออกมาเป็นอันดับแรกบริเวณใต้หัวหน่าว เมื่อส่วนที่กว้างที่สุดของศีรษะลูกน้อยออกมาแล้ว ตามด้วยไหล่และหลังจากนั้นส่วนที่เหลือของลูกน้อยก็จะออกมาจากช่องคลอดอย่างรวดเร็วค่ะ

การบีบรัดตัวของมดลูกยังคงบีบแน่นเข้าหากันเรื่อย ๆ และสะสมเพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการดันลูกน้อยออกมา มีคุณแม่หลายคนได้อธิบายความรู้สึกพวกนี้ ว่าคล้ายกับการเคลื่อนไหวของลำไส้หรือปวดท้องหนักนั่นเอง

ในระยะที่สองนี้ใช้เวลานานเท่าไหร่

การใช้เวลาสำหรับการทำคลอดนั้น มีความเป็นไปได้ตั้งแต่ 5 นาทีไปจนถึง 3 ชั่วโมง และโดยทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง สำหรับการคลอดครั้งแรกค่ะ

แรงผลักดันในการคลอด

แรงผลักดันในการคลอด

การพูดคุยตรวจสอบกับผู้ทำคลอดเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เมื่อคุณแม่มีแรงผลักดันในการเบ่งคลอด แรงผลักดันนี้ค่อนข้างจะรุนแรงและควบคุมได้ยาก แต่หากมดลูกยังไม่มีการขยายตัวออก ผู้ทำคลอดดูแลอาจต้องการให้คุณแม่รออีกสักนิด เพื่อให้แน่ใจว่า ปากมดลูกคุณแม่ได้ขยายออกเต็มที่แล้ว

ผู้ดูแลจะช่วยแนะนำเทคนิคการหายใจและการเบ่งให้กับคุณแม่ การผลักดัน (หรือการเบ่งคลอด) ควรจะเกิดขึ้นเมื่อมีการบีบรัดตัวของมดลูก การประสานการทำงานของสองอย่างนี้คือตัวช่วยกระตุ้นในการคลอดลูกค่ะ

เริ่มแรกการบีบรัดตัวของมดลูกแต่ละครั้ง คุณแม่จะต้องหายใจเข้าให้ลึกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก ในขณะที่กำลังเบ่งคลอดเป็นเวลา 5-10 วินาที บางคนก็แนะนำให้เราลองนึกภาพว่า เรากำลังเป่าเทียนอยู่ เปรียบกับการ “กลั้นหายใจและผ่อนลมออก” เพื่อช่วยในการเบ่งน้องค่ะ

เริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าก่อนค่ะ ซึ่งคุณแม่อาจจะออกแรงเบ่งได้ประมาณ 3-4 ครั้งเมื่อเกิดการบีบตัวของมดลูกในแต่ละครั้ง แล้วจากนั้นค่อยหายใจออกในระยะที่มดลูกคลายตัวแล้วค่ะ

“แรงผลักดันคลอด” ทำให้คุณแม่รู้สึกถึงจุดที่หนักหน่วงที่สุด จากการบีบรัดตัวมดลูกแต่ละครั้งในระยะที่สอง ซึ่งความเจ็บปวดอาจทุเลาลง หากคุณแม่ได้รับยาชาก่อนหน้านี้ และจะเป็นการดีที่สุดสำหรับคุณแม่ หากรอเวลาให้เกิดแรงผลักดันคลอดก่อนจะทำการเบ่งน้องค่ะ
แรงผลักดันในการคลอด

เมื่อคุณแม่เริ่มทำการเบ่ง คุณแม่จะรู้สึกได้ว่า ศีรษะของลูกน้อยกำลังเคลื่อนลงสู่ช่องคลอด และอาการเจ็บก็จะบรรเทาลงเมื่อมดลูกหยุดการบีบรัดตัวแล้ว

หลังจากมดลูกหยุดรัดตัวแล้ว ศีรษะของทารกจะยื่นออกมาทางแคม เราเรียกกันว่า เส้นผ่าศูนย์กลางส่วนที่กว้างที่สุดบริเวณปากช่องคลอด คุณแม่จะรู้สึกไม่สบายตัว และมีอาการปวดแสบปวดร้อนตามมา เนื่องจากศีรษะของทารกไปถ่างช่องคลอดของคุณแม่ ซึ่งทำให้คุณแม่หลายคนต้องประหลาดใจ เพราะเป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งเป็นความเจ็บปวดบริเวณหน้าที่เกิดขึ้นจากการบีบรัดตัวของมดลูกค่ะ

ในขณะที่ศีรษะลูกน้อยโผล่ที่ปากช่องคลอดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 เซนติเมตร อาจเกิดการบีบตัวของมดลูก 2-3 ครั้งกว่าศีรษะจะหลุดออกมา และต้องให้พื้นที่ระหว่างทวารหนักและช่องคลอดยืดตัวอีกสักหน่อย เพื่อให้ศีรษะของทารกออกมาได้ง่ายขึ้น เพื่อป้องกัน หรือ ลดความเสี่ยงที่ผิวหนังรอบบริเวณช่องคลอดฉีกขาด ผู้ดูแลอาจขอให้คุณแม่หยุดเบ่งในช่วงที่มดลูกกำลังบีบตัวราว 2-3 ครั้ง เพื่อให้พื้นที่ส่วนทวารหนักและช่องคลอดได้มีเวลายืดตัวมากขึ้นค่ะ

การคลอดลูกน้อย

ศีรษะของลูกมักจะออกมาก่อนส่วนอื่นเสมอ ก่อนที่จะเกิดการหดตัวของมดลูกครั้งต่อไป จากนั้นก็ตามด้วยไหล่ ช่วงนั้นผู้ทำคลอดจะดูสายสะดือด้วยค่ะ เพื่อยกสายสะดือให้พ้นจากคอลูกน้อยค่ะ

ไหล่และส่วนอื่น ๆ ของลูกน้อยจะออกมาพร้อมกันในครั้งเดียว จนกระทั่งน้ำคร่ำ เยื่อหุ้มและรกที่เหลือค้างไหลออกมาทั้งหมด

เมื่อคลอดแล้ว ลูกน้อยอาจจะส่งเสียงดังร้องไห้หรือหายใจเบา ๆ เขาอาจจะลืมตามองดูไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย หรือ อาจต้องการความช่วยเหลือในการหายใจครั้งแรก ผู้ทำคลอดจะตรวจสอบร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วว่า ลูกน้อยไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หลังจากนั้นทางผู้ทำคลอดจะทำการตัดสายสะดือต่อค่ะ

โดยปกติแล้วลูกน้อยจะถูกห่อตัวไว้ด้วยผ้าห่มเพื่อให้ความอบอุ่นหรืออาจจะอยู่ในอ้อมกอดของคุณแม่ เพื่อให้มีการสัมผัสร่างกายของแม่และลูกโดยตรง บ่อยครั้งที่ผู้ดูแลจะให้ลูกน้อยดื่มนมจากอกของคุณแม่หลังคลอด ในที่สุดคุณแม่ก็ได้พบกับดวงใจน้อย ๆ ผู้ที่คุณได้แบ่งปันร่างกายให้กับเขาในตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนวิเศษจริง ๆ ค่ะ

คุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่า คลอดลูกเจ็บไหม? ควรหยิบฉวยอะไรไปเตรียมคลอดบ้าง? หรือหากกำลังตัดสินใจอยู่ว่าคุณแม่จะคลอดธรรมชาติ หรือผ่าคลอดดี? คุณแม่สามารถคลิกไปอ่านข้อมูลที่สงสัยได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ และหากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

ปัญหาขาดสารไอโอดีนสำคัญมากแค่ไหน จะป้องกันได้อย่างไร?
การตั้งครรภ์ 8/5/2020

วิตามินบำรุงและอาหารเสริมสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

วิตามินบำรุงและอาหารเสริมที่จำเป็นช่วยเพิ่มสมดุลทางโภชนาการให้คุณแม่และลูกน้อยตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากคุณแม่ค่ะ

การวางแผนเมนูอาหารสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ 8/5/2020

การวางแผนเมนูอาหารสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่ควรวางแผนเมนูอาหารแต่ละมื้อให้มีความหลากหลาย มีความสดใหม่และน่ารับประทานทำให้ไม่รู้สึกเบื่อค่ะ

ช่วงตั้งครรภ์ 9 สัปดาห์
การตั้งครรภ์ 2/20/2020

ช่วงตั้งครรภ์ 9 สัปดาห์มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ในระยะนี้ถือว่าเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ไตรมาสแรก คุณแม่แน่ใจแล้วว่ากำลังตั้งครรภ์ ช่วงตั้งครรภ์ 9 สัปดาห์ มาดูกันค่ะลูกน้อยมีพัฒนาการอะไรบ้าง

บทความที่คุณน่าจะชอบ