คุยกับลูกในท้อง ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์ด้วยทักษะทางภาษา

พัฒนาการทารกในครรภ์จะดีได้ไม่ใช่แค่แม่ต้องกินอาหารดี ออกกำลังกายดี สภาพแวดล้อมดี และพักผ่อนดีเท่านั้นนะคะ คุณแม่ยังสามารถส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์ได้ด้วยการพูดคุยกับลูกในท้อง ซึ่งการคุยกับลูกในท้องก็ไม่ใช่เรื่องยากหรือแปลกเลยสักนิด ลองทำตามวิธีที่เราแนะนำดูค่ะ

• พัฒนาการทางการได้ยินของลูกในท้องจะเริ่มขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 4 เดือนเป็นต้นไป แต่จะเป็นการได้ยินโทนเสียง ความหนักเบาของเสียง ดังนั้นช่วงอายุครรภ์ 4 เดือนเป็นต้นไป พ่อแม่สามารถพูดคุยกับลูกในท้องได้จนถึงเวลาคลอด เมื่อเขาคลอดออกมาก็จะคุ้นกับเสียง และเสียงของพ่อแม่นี่เองที่สามารถทำให้ลูกสงบได้ง่ายๆ เมื่อร้องงอแง หรือเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย

• จริงๆ แล้วแม่ท้องสามารถคุยกับลูกในท้องได้ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ เพื่อฝึกความคุ้นเคยให้ตัวเองในการคุยกับลูกในท้อง

• แม่ท้องสามารถคุยกับลูกในท้องได้ทุกวัน ทุกเวลา และเรื่องที่พูดคุยควรเป็นเรื่องที่สบายใจ เรื่องสวยงาม เรื่องดีๆ เล่านิทาน หรืออ่านหนังสือให้ลูกในท้องฟัง เพื่อความผ่อนคลายทั้งตัวแม่เองและทารกในครรภ์ ไม่ควรคุยกับลูกในท้องด้วยเรื่องเครียดเด็ดขาด เช่น รู้สึกน้อยใจสามี(คุณพ่อ) เครียดไม่มีเงินพอใช้ ... ห้ามเด็ดขาดเลยนะคะ

• แม่ท้องควรเรียกชื่อลูกบ่อยๆ แต่ถ้ายังไม่ได้ตั้งชื่อก็ควรเรียกด้วยชื่อกลางๆ เช่น ลูก, หนู, คนดี, น้อง เป็นต้น

• เพื่อให้ลูกในท้องได้ยินเสียงพ่อแม่ได้ชัดขึ้น ให้ลองม้วนกระดาษเป็นทรงกรวย แล้วใช้ปลายกรวยครอบลงไปที่ท้องในตำแหน่งที่ศีรษะลูกอยู่ แล้วคุยกับลูกในท้องจะช่วยให้เขาได้ยินเสียงพ่อแม่ชัดขึ้น

บทความที่คุณน่าจะชอบ

ผลเสียจากการดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ 6/30/2020

ผลเสียจากการดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์

การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะปริมาณน้อยแค่ไหนก็ไม่ปลอดภัยในระหว่างตั้งครรภ์ เพราะรกสามารถกรองแอลกอฮอล์ที่ส่งผ่านไปสู่ตัวทารกไม่ได้ทั้งหมดค่ะ

เมื่อท้องแล้ว ต้องทำอะไรต่อ
การตั้งครรภ์ 6/24/2020

เมื่อท้องแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่มักจะมีหลายอารมณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความรู้สึกตอบสนองเมื่อรู้ตัวว่าตั้งท้องจะแตกต่างกันไป เรามีคำแนะนำดีๆ ค่ะ

อาการเลือดล้างหน้าเด็ก
เตรียมเป็นแม่ 8/24/2020

อาการเลือดออกหลังปฏิสนธิ หรือเลือดล้างหน้าเด็ก

Implantation Bleeding หรือ อาการเลือดล้างหน้าเด็ก อาจเป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนไม่คุ้นหูนักนะคะและหากมีอาการแบบนี้ขึ้น มาดูกันค่ะว่าอาการเป็นอย่างไร

บทความที่คุณน่าจะชอบ