การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2

คุณแม่เริ่มเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์แล้วนะคะ ผ่านพ้นช่วงที่ร่างกายคุณแม่ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างอวัยวะและระบบสำคัญต่าง ๆ ในร่างกายของลูกน้อยให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสมและพร้อมที่จะพัฒนาเติบโตอย่างเต็มที่ต่อไป เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ขนาดของเด็กในครรภ์จะเติบโตเพิ่มเป็น 3-4 เท่า ลักษณะของเด็กทารกจะดูคล้ายคนตัวเล็กมากขึ้น
หลังจากนี้ไปผู้หญิงส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายกว่าเดิม เพราะอาการอ่อนเพลียคลื่นไส้ในช่วงเริ่มตั้งครรภ์จะลดลงจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ร่างกายปรับตัวได้ดี แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไป

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่
เมื่อย่างเข้าไตรมาสที่ 2 คงยากที่จะปิดบังหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น หากคุณแม่เคยมีลูกมาก่อน คงพอจะคาดเดาอายุครรภ์และขนาดท้องได้ถูกต้อง ในระยะนี้อวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงมากคือมดลูกซึ่งก่อนหน้านี้เคยอยู่ในอุ้งเชิงกรานที่ช่วยปกป้องมดลูกไม่ให้ถูกกระทบกระเทือน พออายุครรภ์มากขึ้น มดลูกจะขยับตำแหน่งสูงขึ้นจนพ้นเหนือกระดูกเชิงกราน และเติบโตเหนือสะดือขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้หน้าท้องขยายใหญ่ได้มากขึ้นค่ะ
คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะถ้าท้องไม่ใหญ่ คนอื่นมองไม่รู้ว่าท้อง ระยะการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 ไม่ได้บอกว่าพัฒนาการของลูกในท้องเป็นอย่างไร ลูกจะตัวโตหรือสุขภาพดีหรือไม่ ถ้าท้องยังไม่ออกคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลเลยนะคะ

การเปลี่ยนแปลง  ตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 2

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในระยะไตรมาสที่ 2
คุณแม่อาจเริ่มอาการคัดจมูกในช่วงหลายสัปดาห์แรกนะคะ ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความชื้นต่ำหรืออยู่ในห้องที่เปิดแอร์ ซึ่งจะกระตุ้นให้อาการกำเริบหนักขึ้น ควรวางชามใส่น้ำหรือหรือใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศช่วยให้หายใจสบายมากขึ้นค่ะ
ขนาดและรูปร่างของคุณแม่จะเปลี่ยนไปในช่วง 2-3 เดือนจากนี้ไป ลักษณะหน้าท้องของแม่แต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ หลายคนบอกว่ารูปร่างท้องบอกเพศของเด็กได้ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนความเชื่อนี้ ขอให้คิดว่าเป็นเรื่องสนุกไปแล้วกัน การตรวจอัลตราซาวด์จะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่านะคะ
นับจากสัปดาห์ที่ 26 เป็นไปต้นไปคุณแม่จะสัมผัสถึงอาการเจ็บท้องหลอก ซึ่งเกิดจากการบีบหดตัวของมดลูกที่ไม่เจ็บปวดมาก เป็นกระบวนการตามธรรมชาติเพื่อเตรียมความพร้อมของมดลูกก่อนคลอดจริง และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดด้วย ถ้าคุณแม่เคยมีลูกมาก่อนจะรับรู้และเข้าใจอาการเจ็บท้องหลอกได้เร็วมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในระยะไตรมาสที่ 2
คุณแม่ควรเริ่มจะจดบันทึกสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์แรกของไตรมาสที่ 2 คุณแม่อาจมีอาการหลงลืมหรือความจำเสื่อมชั่วคราวในระหว่างตั้งครรภ์ เป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าวิตกกังวลแต่อย่างใด อย่าคิดหรือทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน ยิ้มและหัวเราะตัวเองได้เพื่อให้อารมณ์ขันช่วยให้คุณแม่อารมณ์ดีขึ้นค่ะ
ช่วงนี้คุณแม่อาจวิตกกังวลว่าลูกยังปลอดภัยดี ถ้ามีความผิดปกติจะรับมืออย่างไร ตั้งครรภ์มาถึงไตรมาสที่ 2 แล้ว ไม่สามารถที่จะย้อนเวลาถอยหลังกลับไปได้ คุณแม่ควรควบคุมอารมณ์ให้นิ่ง มั่นใจว่าธรรมชาติจะสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกและตัวคุณแม่เอง ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลมากเกินไป

คำแนะนำ ตั้งครรภ์ไตรมาสที่2

คำแนะนำสำหรับการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2
คุณควรพบแพทย์ตามนัดเป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพ ตรวจอัลตราซาวด์ จะได้เห็นพัฒนาการของลูกน้อยและรคัดกรองสำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเป็นประจำ และทุก ๆ ครั้งก็จะได้มีการตรวจคัดกรองความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย
คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งน้ำหนัก ขนาดหน้าท้อง ความดันเลือด และตรวจปัสสาวะ โดยปกติจะตรวจทุก 4 สัปดาห์หรือตลอดช่วงไตรมาสที่ 2
คนท้องควรพิถีพิถันเรื่องอาหารมากขึ้น ใส่ใจในเรื่องของคุณภาพอาหาร ไม่จำเป็นต้องรับประทานเพิ่มเผื่อสองคน แต่ละมื้อรับประทานคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ธาตุเหล็กและแคลเซียมอย่างเพียงพอ อย่าลืมว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปจะส่งผ่านจากคุณแม่ไปยังลูกน้อยและส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกเติบโตแข็งแรง
หลายคนคาดว่าน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 แต่คุณแม่ส่วนใหญ่กลับพบว่าน้ำหนักของตัวเองไม่เพิ่มจากช่วงไตรมาสแรก บางครั้งน้ำหนักลดลงเพราะอาการแพ้ท้องหรือเบื่ออาหาร ในทางกลับกันอย่าเครียดเกินไปหากน้ำหนักตัวเพิ่ม คุณแม่ควรควบคุมน้ำหนักเพิ่มขึ้นระหว่าง 10-12 กิโลกรัม ถ้ามากกว่านั้นอาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น เป็นเบาหวาน หรือความดันสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของทารกในท้องในไตรมาสที่ 2
พัฒนาการในแต่ละสัปดาห์ มีดังนี้

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 14
ลูกน้อยมีขนาดเท่ากำปั้น เปลือกตาพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ลืมตาไม่ได้เพราะยังติดกันเป็นแผ่นเดียว ปกปิดลูกนัยน์ตาซึ่งจะเป็นลักษณะแบบนี้ไปตลอดไตรมาสที่ 2 ค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์นี้ลูกน้อยกลืนของเหลวเข้าปากได้แล้ว โดยกลืนน้ำคร่ำในรกและขับถ่ายออกมาทางไต หากทารกในครรภ์มีปัญหาเกี่ยวกับไตจะเห็นความผิดปกติได้ในช่วงนี้ และส่งผลให้ปอดมีพัฒนาการมากขึ้นด้วยค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์นี้ขนาดตัวทารกในครรภ์มีความยาวเกือบ 13 เซนติเมตร ลูกน้อยเคลื่อนไหวเร็วขึ้น สลับกับนอนหลับนิ่ง ๆ การขยับตัวทำให้กล้ามเนื้อของเด็กเติบโตแข็งแรงและกระตุ้นระบบประสาททำงานเชื่อมโยงกับสมอง เส้นประสาท ไขสันหลัง กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 17
ลำตัวของเด็กเริ่มเหยียดออกและขายาวขึ้น มีคิ้วและขนตาขึ้นมาแล้ว ขนเส้นเล็กอ่อนนุ่มขึ้นทั่วตัวซึ่งจะหลุดร่วงไปในช่วงใกล้คลอด เว้นเสียแต่ว่าเด็กคลอดลูกก่อนกำหนดจะเห็นขนเหล่านี้บนร่างกาย ซึ่งจะหลุดร่วงไปในไม่กี่สัปดาห์หลังคลอดค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 18
หากครั้งนี้เป็นท้องแรก คุณแม่จะเริ่มสังเกตว่าลูกเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว แต่ถ้าคุณแม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน จะรับรู้ได้เร็วกว่า อาจสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของลูกน้อยในท้องตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 14 เลยทีเดียว

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์นี้ลูกน้อยมีขนาดเท่ามะม่วงหรือใหญ่กว่า ผิวหนังมีไขสีขาวปกคลุมรอบตัวซึ่งทำหน้าที่ปกป้องผิวบอบบางของเด็กทารกไปจนกระทั่งคลอดค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 20
ลูกน้อยมีความยาวประมาณ 21 เซนติเมตร ถ้าหากตรวจอัลตร้าซาวด์เป็นไปได้ว่าจะเห็นเพศของลูกได้แล้วนะคะ ในระยะนี้มดลูกจะขยับตำแหน่งสูงขึ้นจนอยู่ระดับสะดือ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 21
เด็กทารกจะมีขนาดเท่ากับผลกล้วยแล้ว แขนและขาพัฒนาสมส่วนมากขึ้น คุณแม่จะรู้สึกว่าเด็กทารกเตะแข็งแรงและจงใจเตะมากขึ้น ไม่ใช่แค่ดิ้นตามสัญชาตญาณเหมือนแต่ก่อน

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 22
ลูกน้อยเริ่มได้ยินเสียงรอบตัวมากขึ้น คุณแม่ควรเปิดเพลงให้ลูกฟังหรือชวนคุณพ่อพูดคุยกับลูกทางหน้าท้อง ทำให้เด็กคุ้นเคยและจำเสียงพ่อแม่ได้

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 23
ในเดือนต่อไปน้ำหนักตัวของลูกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ไขมันเข้ามาเติมเต็มทำให้ผิวตึงดูมีเนื้อมีหนังขึ้น หน้าท้องของคุณแม่จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 24
ลูกน้อยมีความยาวประมาณ 22 เซนติเมตร ทารกหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าและออกจากปอด กระตุ้นระบบหายและปอดให้ทำงาน ในช่วงนี้พลังงานของร่างกายแม่ถูกใช้งานหนักเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของทารกภายในครรภ์ มีการสะสมไขมัน สร้างขนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะขนคิ้ว ขนตาและเส้นผม

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 25
ปอดเป็นอวัยวะสำคัญที่มีการพัฒนาอย่างมากตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ถุงลมในปอดกำลังพัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมให้ทารกหายใจได้เองตั้งแต่แรกเกิดค่ะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 26
ดวงตาของทารกในครรภ์มองเห็นได้แล้วนะคะ ดวงตาเคลื่อนไหวได้มากขึ้น เมื่อคุณแม่เดินออกไปกลางแจ้งมีแสงแดดจ้า ลูกจะตอบสนองต่อการสัมผัสผ่านผนังหน้าท้องของคุณแม่ ในช่วงนี้ลูกน้อยมีขนาดตัวใหญ่เกือบเต็มรกที่ห่อหุ้มอยู่แล้วนะคะ

ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 27
เด็กในท้องจะเคลื่อนไหวบ่อยมาก ทั้งการเตะ เหยียดแขนขา ลูกน้อยยังเริ่มฝึกการหายใจแล้วด้วย หากเด็กคลอดก่อนกำหนดในช่วงสัปดาห์นี้จะหายใจได้เองแล้ว บางครั้งคุณแม่รู้สึกได้ว่าหน้าท้องขยับขึ้นลงเป็นจังหวะซึ่งอาจเป็นเพราะลูกน้อยกำลังสะอึกอยู่ก็เป็นได้ค่ะ

หากคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 สามารถติดตามอ่านข้อมูลเพื่อเตรียมตัวในไตรมาสที่ 3 รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

วิธีคำนวณอายุครรภ์
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

วิธีคำนวณอายุครรภ์

การคำนวณอายุครรภ์ คือการนับอายุทารกที่อยู่ในครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการนับ อายุครรภ์ เป็นเดือน เรามีวิธีคำนวณอายุครรภ์อย่างถูกต้องมาฝากค่ะ

ให้นมลูก
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

ท่าให้นมลูกที่ถูกต้องช่วยพัฒนาการทารกในครรภ์เรื่องไหนบ้าง

เพื่อเป็นการเอาใจคุณแม่มือใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาให้นมเจ้าตัวน้อย ลองมาติดตามกันนะคะว่ามีอะไรที่คุณแม่ควรรู้และระวัง รวมถึงมี ท่า ให้ นม ใดบ้างที่ถูกต้องและช่วยให้ลูกรักดื่มนมจากเต้าได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

จะป้องกันการแท้งได้อย่างไร
การตั้งครรภ์ 10/6/2020

จะป้องกันการแท้งได้อย่างไร

การแท้งลูกคือการสูญเสียเด็กในท้องก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์แม้ว่าการแท้งประมาณ 98% เกิดในช่วง 13 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ