การดูแลผิวของคุณแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่อาจไม่เคยใส่ใจบำรุงผิวพรรณจริงจังมาก่อน แต่เมื่อผู้หญิงตั้งครรภ์ ผิวมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างซึ่งต้องการการดูแลมากกว่าเดิม เริ่มมีเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ สีน้ำเงินหรือเขียวปรากฏขึ้นบริเวณแก้มและหน้าอก บางคนมีสิวเหมือนย้อนเวลากลับไปเป็นสาววัยรุ่นอีกครั้ง ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนตั้งครรภ์ค่ะ ความจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ารู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรจะช่วยให้รับมือได้ดีขึ้นค่ะ

สาเหตุของปัญหาผิวระหว่างตั้งครรภ์

ผิวของแม่ท้องเปลี่ยนแปลงไปเกิดจากตัวการสำคัญคือฮอร์โมนตั้งครรภ์ที่มีระดับสูงขึ้น ทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนตัวหลักที่ส่งผลให้ร่างกายของคุณแม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ระดับฮอร์โมนที่หลั่งมากขึ้นส่งผลต่อผิวพรรณอย่างเห็นได้ชัด

ฝ้าที่เกิดขณะตั้งครรภ์มีลักษณะเฉพาะเรียกว่าหน้ากากผีเสื้อ แผ่กระจายเป็นบริเวณกว้างบนผิวแก้มและตรงกลางจมูก บางรายฝ้ากระจายอยู่บนหน้าผาก ที่จมูกและที่คางด้วย ฝ้าที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์มีชื่อว่า Chloasma สาเหตุเกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ชั้นผิวหนังมากขึ้น

เมลานินเป็นเซลล์เม็ดสีที่ทำให้ผิวมีสีเข้มขึ้น ผู้หญิงที่มีผิวคล้ำหรือผิวสองสี มีแนวโน้มเกิดปัญหาเป็นฝ้าบนใบหน้ามากขึ้น หลายคนพบว่าไฝสีเข้มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ด้วย เนื่องจากเกิดการผลิตเมลานินเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องคอยสังเกตว่าไฝมีการเปลี่ยนสี รูปร่างและลักษณะเพื่อความปลอดภัย หากพบปัญหาสามารถปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์หรือแพทย์ทั่วไปนะคะ สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีปัญหาฝ้าขณะตั้งครรภ์ ฝ้าจะจางหายไปภายใน 3-6 เดือนหลังคลอด แต่บางคนอาจใช้เวลานานกว่านั้น คุณแม่สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาผิวขณะตั้งครรภ์ได้ที่บทความ ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์

การดูแลผิวขณะตั้งครรภ์

การดูแลผิวขณะตั้งครรภ์

ผิวเป็นฝ้าเกิดจากการตั้งครรภ์ไม่มีอะไรต้องดูแลเป็นพิเศษ หลังจากคลอดลูกแล้วและระดับฮอร์โมนของแม่กลับสู่ภาวะปกติ ฝ้าจะจางหายไปเองค่ะ สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันคือหลีกเลี่ยงสัมผัสแสงแดดเพราะจะทำให้ฝ้าสีเข้มขึ้น ควรสวมหมวกปีกกว้าง ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง หลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งช่วง 10:00-15:00 น. ซึ่งกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิวมากขึ้น นอกจากฝ้าบนใบหน้าแล้ว อาจมีอีกหลายส่วนสีเข้มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ริมฝีปากและปากมดลูก เป็นผลจากฮอร์โมนตั้งครรภ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ส่วนกระและไฝมีสีเข้มขึ้นได้เหมือน แต่ถ้าสังเกตเห็นรูปร่างและสีเปลี่ยนไปควรปรึกษาแพทย์ด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นได้ว่าหัวนมมีสีเข้มขึ้น มีเส้นสีดำกลางท้องยาวตั้งแต่ใต้สะดือลงไปจนถึงบริเวณหัวหน่าว เรียกว่า Linea Nigra โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 เส้นสีดำมีความกว้างโดยเฉลี่ยประมาณ 1 เซนติเมตร พบในผู้หญิง 8 ใน 10 คนที่ตั้งครรภ์ ยิ่งใกล้คลอดสีจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มเห็นได้ชัดตั้งแต่เดือนที่ 4 และ 5 ไม่เป็นอันตรายและไม่จำเป็นต้องใช้ครีมทาหรือขัดผิว เพราะครีมผิวขาวบางชนิดอาจผสมสารที่เป็นอันตรายต่อแม่และเด็กได้ เส้นสีดำจะค่อย ๆ จางลงไปเองภายในระยะ 1 เดือนหลังคลอด แต่บางคนอาจใช้เวลานานกว่านั้นค่ะ

ผิวสว่างมันวาวกว่าปกติ

แม่ตั้งครรภ์ผิวหน้าเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เพราะมีเลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงมากกว่าเดิมถึง 50% ทำให้ผิวหน้าเป็นสีชมพู ดูสุขภาพดี รวมถึงผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติทำให้ใบหน้าสว่างและเป็นมันมากขึ้น อาการผิวหน้ามันในช่วงที่ตั้งครรภ์ไม่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เว้นแต่จะรู้สึกว่าหน้ามันมากเกินไป หนักใจกับปัญหาผิวที่อาจเป็นสิวได้ คุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ปราศจากน้ำมันเพื่อลดความมัน รูขุมขนไม่อุดตัน ไม่เป็นสิวและใช้มอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้น

ผิวแตกลาย

ผิวแตกลาย

รอยแตกลายบนผิวหนังเป็นเรื่องปกติของหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังฉีกขาดขณะที่ร่างกายยืดขยายออก มองเห็นเป็นเส้นสีแดงรหือชมพู มักเกิดขึ้นปรากฏอยู่บนหน้าอก, สะโพก, ก้น, หน้าท้องรวมถึงบริเวณอื่น ๆ ที่เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินของผิวได้รับความเสียหายจนเกิดรอยแตกลายที่เรียกว่า Stretch marks หรือท้องลายนั่นเอง

วิธีทาครีมและโลชั่นช่วยแก้ปัญหาหน้าท้องลายได้ผล แน่นอนว่าวิธีการทำเลเซอร์เพื่อแก้ปัญหาท้องลายเฉพาะที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายสูงและประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลด้านนี้ คุณแม่ควรปรึกษากับแพทย์เรื่องใช้สิทธิแก้ปัญหาท้องลายที่เบิกค่าใช้จ่ายได้ ครีมส่วนใหญ่และน้ำมันส่วนใหญ่ไม่ได้ป้องกันการเกิดท้องลาย เว้นแต่ผลิตภัณฑ์ Bio Oil ที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันสรรพคุณว่าป้องกันปัญหารอยแตกลายได้ผล สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ปัญหาท้องลายในระหว่างตั้งครรภ์

ขนดกมากกว่าปกติ

ขนมากมายบนใบหน้าและตามลำตัวเป็นสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงในขณะคุณแม่ตั้งครรภ์ ถือเป็นเรื่องปกตินะคะ หญิงตั้งครรภ์มักจะมีขนงอกหลายส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นรอบหัวนม บริเวณหัวหน่าว รักแร้ หรือขา ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนตั้งครรภ์ไม่ต้องวิตกกังวลนะคะ หลังคลอดขนบนร่างกายจะหลุดร่วงไป ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าคุณแม่กังวลมากสามารถแว๊กขน ถอน หรือโกนขนเพื่อให้รู้สึกมั่นใจขึ้นค่ะ

ติ่งเนื้อในช่วงตั้งครรภ์

ไม่เฉพาะคนสูงอายุเท่านั้นที่จะมีติ่งเนื้อ คุณแม่เริ่มสังเกตเห็นติ่งเนื้อปรากฏขึ้นตามร่างกายในช่วงตั้งครรภ์ มีขนาดเล็กประมาณเมล็ดข้าวสาร มีสีชมพูหรือสีน้ำตาลซึ่งถือว่าไม่เป็นอันตรายและไม่เจ็บปวด แต่บางครั้งทำให้รู้สึกรำคาญ เมื่อมีการเสียดสีบริเวณที่เป็นสายชุดชั้นใน โดยทั่วไปจะพบติ่งเนื้อเกิดขึ้นบริเวณรักแร้และใต้หน้าอก

วิธีการรักษาติ่งเนื้อ ไม่ควรรีบกำจัดออกมากเกินไป ส่วนใหญ่แล้วช่วงหลังคลอดลูกติ่งเนื้อจะหายไปเองโดยไม่ต้องทำอะไร หากไม่หายเองควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำจัดออก หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่ทำจากสารเคมีหรือสมุนไพรที่อาจเป็นอันตรายกับเด็กในท้องนะคะ หากติ่งเนื้อเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ก่อความรำคาญหรือเกิดการเสียดสีมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อผ่านออก วิธีกำจัดติ่งเนื้อง่าย ๆ ที่ลองทำได้คือใช้สำลีกดทับบนติ่งเนื้อแน่น ๆ เพื่อไม่ให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้น หลังจากนั้น 2-3 วันจะพบว่าติ่งเนื้อหายไปค่ะ นอกจากนั้นยังใช้วิธีจี้ด้วยความเย็นหรือใช้สารเคมีกำจัดติ่งให้หลุดออกมาไป แต่ควรทำหลังคลอดภายใต้คำแนะนำของแพทย์ด้วยค่ะ

สิวในช่วงตั้งครรภ์

ในช่วงตั้งครรภ์สภาพผิวเปลี่ยนแปลงเป็นสาเหตุของปัญหาผิวหน้ามันและเป็นสิวจากไขมันอุดตันรูขุมขน กรณีที่เกิดสิวอักเสบขึ้นมาเหมือนย้อนกลับไปสมัยเป็นสาววัยรุ่น เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย สาเหตุของการเป็นสิวเกิดจากฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ การเพิ่มระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนทำให้ผิวสร้างน้ำมันมากกว่าปกติ ถ้าไม่ต้องการให้รูขุมขนอุดตันควรดูแลเรื่องของความสะอาดช่วยลดอาการอักเสบของสิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวและครีมแต้มสิวหลายตัวมีสารเคมีอันตรายถือเป็นข้อห้ามในระหว่างตั้งครรภ์ ก่อนใช้ต้องอ่านรายละเอียดที่ระบุในเอกสารกำกับยาอย่างรอบคอบ

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าสูตรอ่อนโยนจะมีค่า pH ประมาณ 4-7 เหมาะสมกับผิว หลีกเลี่ยงการบีบหรือกดสิวซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อและมีแผลเป็นตามมา คุณแม่ใช้ตัวช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าในระหว่างอาบน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งและใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความชุ่มชื้นที่ปราศจากน้ำมันเพื่อป้องกันการอุดตันรูขุมขน สิวอักเสบและสิวหัวดำที่เป็นสิวอุดตันเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณหน้าอก หลังและต้นแขน ลองใช้ใยบวบหรือแปรงขัดผิวตัวช่วยกําจัดสิวอุดตันและขัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปค่ะ นอกจากนั้นลองใช้เครื่องสำอางสูตรปราศจากน้ำมัน หรือถ้าเป็นไปได้ไม่แต่งหน้าเลยเพื่อลดการเกิดไขมันและสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน

มีหญิงตั้งครรภ์น้อยมากที่จะเกิดผื่นลมพิษ (PUPP) มีอาการคันบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา มักจะเกิดในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ แต่จะหายไปหลังคลอดแล้วค่ะ ไม่แนะนำให้ใช้โลชั่นและครีมรักษาสิวที่มีสารกลุ่มเรตินอยด์ เรตินอล หรือวิตามินเอในระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ในการรักษาสิวชนิดใด ๆ คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาสิวได้ที่ ปัญหาสิวในระหว่างตั้งครรภ์

อาการฝ่ามือและส้นเท้าแดง

ลักษณะฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นสีแดงเป็นอาการที่พบได้ในช่วงตั้งครรภ์ระยะแรก เนื่องจากมีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้ามากขึ้น โดยทั่วไปเกิดขึ้นหลังผ่านช่วงไตรมาสแรกไปแล้ว

อาการผิวแห้งในช่วงตั้งครรภ์

อาการผิวแห้งในช่วงตั้งครรภ์

ผิวมันเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์เนื่องจากร่างกายผลิตน้ำมันมากขึ้น แต่ผู้หญิงบางคนเกิดผลตรงกันข้ามคือผิวแห้งมาก ทำให้รู้สึกคันและไม่สบายตัว วิธีแก้ปัญหาคือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทาเพิ่มความชุ่มชื้นให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ ไม่ควรอยู่ในห้องแอร์หรืออากาศเย็นเพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น หลังอาบน้ำควรทาโลชันหรือออยล์สูตรธรรมชาติช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว และใส่เสื้อผ้าแขนยาวเพื่อลดการระเหยของน้ำจากผิวด้วย คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาการคันผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์

สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาโรคเรื้อนกวางที่เกิดจากอาการแพ้ ในช่วงตั้งครรภ์อาจเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผิวแดง ผิวแห้ง เป็นขุย หลุดลอกออกมา ต้องใช้ผลิตภัณฑ์มอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวด้วย หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นเป็นเวลานาน ควรใส่เสื้อผ้าใยธรรมชาติแทนใยสังเคราะห์ เพราะจะเกิดการเสียดสีและระบายเหงื่อยากกว่า ไม่ควรนั่งอยู่หน้าเครื่องทำความร้อนและอยู่ในสถานที่มีความร้อนสูงเกินไปอาจทำให้อาการผิวแห้งแย่ลง วิธีดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการเกิดผื่นแดงคือรักษาความชุ่มชื้นของผิวตั้งแต่แรกเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นมากที่สุด

อาการผิวไวเป็นพิเศษในช่วงตั้งครรภ์

คุณแม่อาจไม่เคยมีปัญหาผิวบอบบางและไวต่อสัมผัสมาก่อนจนกระทั่งตั้งครรภ์จะพบว่าผิวแพ้สบู่ ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอางดับกลิ่น หรือแม้แต่แชมพูและครีมนวด การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากฮอร์โมนตั้งครรภ์ อะไรคือสาเหตุของผิวแพ้ง่าย ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำหอมและสารกันบูด สีย้อม สารปรุงแต่ง ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเหล่านั้นควรเลือกสูตรอ่อนโยนและผ่านการทดสอบว่าเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ควรทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ

ปัญหาผิวหนังจะดีขึ้นหลังจากคลอดแล้วนะคะ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีส่วนผสมที่อันตรายหรือน่าสงสัย อาจจะเช็คกับแพทย์และเภสัชกรว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดดีที่สุด ดูฉลากให้ดีมั่นใจว่ามีการทดสอบมาแล้วในผิวแพ้ง่าย หรือไม่ห้ามในผู้หญิงตั้งครรภ์

แนะนำว่าคุณแม่ไม่ควรเปรียบเทียบประสบการณ์การตั้งครรภ์ของตัวเองกับแม่คนอื่น ๆ เพราะแต่ละคนมีภาวะที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างตั้งครรภ์แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดื่มน้ำปริมาณมากเพียงพอช่วยให้สภาพผิวชุ่มชื้น รับประทานอาหารที่มีกรดไขมันจำเป็นชนิดดีต่อผิว เช่น น้ำมันสกัดจากปลา ผลอโวคาโด น้ำมันมะกอก ผักสดผลไม้สดเพราะจะช่วยให้ผิวของคุณแม่มีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถติดตามอ่านข้อมูลเกี่ยวข้องระหว่างตั้งครรภ์ได้ที่ การเปลี่ยนแปลงที่หัวนมและหน้าอกระหว่างตั้งครรภ์ โรคมะเร็งเต้านมระหว่างตั้งครรภ์ อาการท้องผูก อาการท้องอืด รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

อาการปวดหลังในช่วงตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ 9/10/2020

อาการปวดหลังในช่วงตั้งครรภ์

อาการปวดหลัง ถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่งของคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยการปวดหลังบริเวณช่วงล่าง แน่นอนว่านอกจากจะส่งผลกระทบด้านจิตใจคุณแม่แล้วยังกระทบด้านอื่นๆ

เส้น Linea Nigra
การตั้งครรภ์ 9/10/2020

เส้น Linea Nigra

Linea Nigra คือเส้นแนวตั้งน้ำตาลหรือสีดำที่เกิดขึ้นกลางท้องของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ ประมาณ 75% ของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะเกิดเส้นแนวตั้งบนหน้าท้อง

การตั้งครรภ์ 2/4/2020

ช่วงตั้งครรภ์ 21 สัปดาห์มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ในช่วงนี้คุณแม่จะรู้สึกอึดอัดเวลานอน เพราะหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จะนอนหลับท่าไหนก็ลำบาก ไม่สบายตัว มาดูกันค่ะว่าเรามีอะไรมาแนะนำคุณแม่กันบ้าง

บทความที่คุณน่าจะชอบ