การทำสมาธิระหว่างตั้งครรภ์

คุณแม่ท่านใดที่ยังไม่เคยทำสมาธิ หรือเจริญสติแบบจริงจัง รู้หรือไม่คะว่าช่วงเวลาตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ดีมากที่คุณแม่จะให้ความสนใจกับสิ่งนี้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพคุณแม่เองและลูกน้อย โดยไม่มีอาการข้างเคียงใดๆค่ะ

การตั้งครรภ์ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในด้านการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง การทำงานของอวัยวะภายใน เพราะยังมีการเปลี่ยนแปลงทางภาวะอารมณ์ที่ควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะคลอดลูกน้อยที่จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ด้วยการทำสมาธิหรือเจริญสติ เพราะจะทำให้คุณแม่เข้าใจอารมณ์ของตัวเองและบริหารจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สุขภาพใจและกายของคุณแม่ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ คุณแม่หลายคนอาจควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจเป็นคนเก่งในการทำงาน เก่งการบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ แต่เมื่อตั้งครรภ์อาจทำให้สูญเสียการควบคุม เพราะฮอร์โมนมีผลอย่างมากต่ออารมณ์คุณแม่ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย โดยการนั่งสมาธิจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสงบ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีโดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่รู้สึกว่ามีเรื่องราวมากมายอยู่ในหัวเต็มไปหมด

ถ้าคุณแม่คิดว่าไม่มีเวลาทำสมาธิเจริญสติ ขอให้ทำความเข้าใจว่าในแต่ละวันของคนเรานั้นมีทั้งสิ่งจำเป็นที่ต้องทำมากมาย มีนัดหมาย และขอให้คิดว่าการทำสมาธิเป็นการดูแลจิตใจตัวเองที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ค่ะ นอกจากนี้การทำสมาธิช่วงตั้งครรภ์ยังเป็นประโยชน์และสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญอีกด้วยนะคะ

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน คุณแม่บางคนอาจรู้สึกผิด หากไม่สามารถทำอะไรได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการเจริญสติทำสมาธิจะไม่มีใครมาตัดสินว่าคุณกำลังทำถูกหรือทำผิด เพียงแค่คุณแม่รู้สึกว่าจิตใจสงบลง เข้าถึงสันติภาพในใจ ก็ถือว่าได้รับประโยชน์อย่างมาก และความรู้สึกเหล่านี้จะมีผลดีต่อตัวคุณแม่อย่างแน่นอนค่ะ

การทำสมาธิเจริญสติคืออะไร?

การทำสมาธิเจริญสติมีการให้คำนิยามมากมาย เช่น การหยุดกิจกรรมต่าง ๆ ทางกายและให้ความสำคัญกับการทำสมาธิ การรับรู้ลมหายใจและกิริยาของตนเอง การพยายามเข้าถึงความสงบ การมีสติทุกช่วงเวลา รวมถึงการพิจารณาลมหายใจเข้า หายใจออก และหากคุณแม่มีสมาธิกับมันจะช่วยลดอัตราการเต้นเฉลี่ยของหัวใจและทำให้การไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้นด้วยค่ะ

ข้อดีของการทำสมาธิของคุณแม่ คือ ทำให้คุณแม่รู้สึกถึงความสงบนิ่งในใจ นอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนมากกว่าเดิม เนื่องจากการทำสมาธิจะแก้ปัญหานอนไม่หลับ ทำให้คุณแม่หลับสนิทและยาวนานขึ้น ส่งผลให้อารมณ์ของคุณแม่มีความตื่นรู้ อารมณ์แจ่มใส และมีการพักผ่อนทางจิตวิญญาณมากขึ้น

ด้านกายภาพจะช่วยลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนเลือดและการนำส่งออกซิเจนไปเลี้ยงตามเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูพละกำลังให้สดใส ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้หญิงที่ต้องทำงานหนักหรือคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนโตระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ

การทำสมาธิระหว่างตั้งครรภ์ หากทำในช่วงออกกำลังกายอย่างโยคะ พิลาทิสหรืออื่น ๆ จะเป็นผลดีต่อตัวคุณแม่เอง เพราะจะทำให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

การเจริญสติทำสมาธิระหว่างการตั้งครรภ์ ช่วยในการจัดการระบบฮอร์โมนของคุณแม่ หากคุณแม่รู้สึกหงุดหงิดง่าย การมีพื้นที่ในใจว่างพอโดยการทำสมาธิจะทำให้คุณแม่ได้พักผ่อนทางอารมณ์เป็นอย่างดีเลยค่ะ

นอกจากนี้การทำสมาธิหรือเจริญสติยังช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานให้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังในขณะตั้งครรภ์

ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความสุขหรือเอ็นโดรฟินเป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้ เพื่อลดอาการเจ็บปวด ซึ่งการเจริญสติทำสมาธิในช่วงตั้งครรภ์ สามารถเพิ่มระบบการไหลเวียนของฮอร์โมนเอ็นโดรฟินในเลือด ดังนั้น จึงช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างคลอดลูกน้อยได้ด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความสัมพันธ์อันดีกับคู่รักของคุณแม่ได้ เพราะการทำสมาธิหรือเจริญสติด้วยกันจะทำให้เกิดสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั่นเอง รวมถึงการเจริญสติทำสมาธิยังช่วยให้การคลอดลูกราบรื่นขึ้นอีกด้วยนะคะ

ข้อดีของการทำสมาธิส่งผลต่อลูกครรภ์อย่างไร?

มีการศึกษายืนยันแล้วว่าการทำสมาธิส่งผลดีต่อเด็กตั้งแต่ยังไม่คลอด ช่วยลดความเสี่ยงการคลอดลูกที่ผิดปกติหรืออาการแทรกซ้อน และลูกน้อยจะได้รับฮอร์โมนที่ดีที่ไหลเวียนจากแม่ไปสู่ลูกผ่านทางเลือด เช่น ฮอร์โมนแห่งความสุข ด้านฮอร์โมนแห่งความเครียดจะลดน้อยลง ดังนั้น ลูกน้อยจะได้รับประโยชน์จากการเจริญสติอย่างแน่นอนค่ะ

ภาวะอารมณ์ที่ดีจะส่งผลด้านสายสัมพันธ์ที่ดีต่อแม่และลูก เพราะฉะนั้นในวันที่ยุ่งมาก ๆ แค่คุณแม่ทำสมาธิและเชื่อมโยงความรู้สึกถึงลูกน้อยก็จะทำให้รู้สึกมีความสุขและสงบนิ่งมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

การทำสมาธิเจริญสติช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่คุณแม่ควรเริ่มทำ เนื่องจากคุณแม่จะพบประสบการณ์แปลกใหม่ที่ยากรับมือ เช่น อาการแพ้ท้องคลื่นไส้ อาเจียน อาหารไม่ย่อย อาการท้องอืด หลับยาก ปัสสาวะบ่อย ซึ่งจะทำให้หงุดหงิดง่าย ทั้งยังมีภาวะความทรงจำแย่ลง ฝันร้าย ดังนั้น คุณแม่ต้องพยายามให้ตัวเองได้มีเวลาผ่อนคลายจากการทำสมาธิมากยิ่งขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ การทำสมาธิเจริญสติยังช่วยให้คุณแม่สื่อสารกับลูกน้อยได้ดีขึ้นในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบประสาทของเด็กกำลังพัฒนา โดยเฉพาะส่วนหู ดังนั้นการที่แม่ฟังเพลง ร้องเพลงหรือฮัมเพลงต่าง ๆ จึงมีประโยชน์ต่อลูกน้อยเป็นอย่างมากค่ะ

ของการตั้งครรภ์

การทำสมาธิช่วง ไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์

ในช่วงนี้คุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพมากขึ้น มีอาการคลื่นไส้อ่อนเพลีย และในช่วงนี้ลูกของคุณจะเติบโตมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และมีการเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ภายในถุงน้ำคร่ำ ทำให้คุณแม่จินตนาการว่าลูกของคุณกำลังสร้างใบหน้าเล็ก ๆ และล้อมรอบด้วยของเหลวภายในถุงน้ำคร่ำ อย่าลืมวางมือลงบนหน้าท้องและจินตนาการถึงสัมผัสที่แขนขาของลูก รวมถึงให้พูดคุยกับลูกเบา ๆ ด้วยนะคะ

โดยในช่วงไตรมาสนี้ คุณแม่จะรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าเด็กมีการเคลื่อนไหว สำหรับผู้หญิงที่เคยมีลูกมาก่อนหน้านี้แล้ว การรับรู้ว่าลูกน้อยดิ้นครั้งแรกจะอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 15-16 ของการตั้งครรภ์ แต่ถ้านี่เป็นลูกคนแรก คุณแม่จะรับรู้ว่าลูกดิ้นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ 18-20 ของการตั้งครรภ์ค่ะ

การทำสมาธิช่วง ไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์

ในช่วงไตรมาสคุณแม่จำเป็นต้องใช้หมอน เพื่อเป็นตัวช่วยรองรับน้ำหนักที่กดทับมากขึ้น เนื่องจากลูกน้อยตัวใหญ่ขึ้น โดยคุณแม่ควรสังเกตว่าการนอนในท่าไหนที่จะทำให้รู้สึกสบาย ในช่วงนี้พื้นที่ว่างที่อยู่ในรกน้อยลง เพราะลูกน้อยมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว และต้องหาท่าที่ทำให้ปวดน้อยที่สุด

สำหรับในช่วงนี้คุณแม่ควรพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์และสังเกตปฏิกิริยาตอบสนอง โดยควรวางมือบริเวณหน้าท้อง และสื่อสารกับลูกผ่านนิ้วมือ ซึ่งในขณะที่ลูบหน้าท้องให้คิดถึงช่วงที่ลูกกำลังจะเกิดและความคาดหวังที่คุณมีต่อเด็ก และให้สังเกตว่าคุณแม่เองมีการหายใจเข้าออกหนักหรือเบาอย่างไร หรือมีความวุ่นวายหรือจิตใจสงบ โดยในช่วงของการคลอด คุณแม่สามารถนำทักษะเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ หากมีการฝึกบ่อยๆ

เทคนิคการทำสมาธิหรือเจริญสติช่วงตั้งครรภ์

คุณแม่ควรนั่งเก้าอี้หรืออยู่ในท่านอนที่ตัวเองรู้สึกสบาย ควรเข้าห้องน้ำหรือดื่มน้ำให้เรียบร้อยก่อน อย่าลืมปิดโทรศัพท์มือถือให้มีสมาธิอยู่กับลูก เพราะไม่มีสิ่งใดที่สำคัญกว่านี้แล้วล่ะค่ะ โดยคุณแม่ควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที และพยายามทำสมาธิเจริญสติในเวลาเดียวกัน เป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงการทำงานอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงควรมีเบาะนั่งในพื้นที่ส่วนตัว และอย่าลืมว่าการทำสมาธิเจริญสติไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้คุณแม่หลับได้ง่ายเท่านั้น แต่ยังทำให้สัมผัสลมหายใจเข้าออกได้อย่างลึกซึ้ง และมีพื้นที่ว่างในใจ ในการทำให้อารมณ์สงบลง

คุณแม่ควรมั่นใจว่าสถานที่ทำสมาธิเจริญสติอยู่ในห้องที่ระบายอากาศได้ดี อุณหภูมิเหมาะสม เพราะหากคุณแม่อยู่ในที่ที่หนาวเกินไปหรือว่าร้อนจนเหงื่อออกอาจเกิดความรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายตัว คุณแม่อาจทดลองเปลี่ยนท่านั่งหรือเปลี่ยนท่านอนเพื่อให้ได้ท่าที่สบายที่สุด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาตั้งครรภ์ โดยคุณแม่อาจพบว่าบางท่าจะทำให้รู้สึกสบายและทำสมาธิได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญไม่ควรเปิดทีวี วิทยุ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มารบกวนเวลาทำสมาธิเจริญสตินั่นเองค่ะ

คุณแม่ควรมีความอดทนขณะที่กำลังเรียนรู้การเจริญสติทำสมาธิ เพราะนี่คือเรื่องใหม่ที่ต้องเรียนรู้ ดังนั้น อย่าเพิ่งคาดหวังหรือกดดันตัวเอง คุณแม่บางคนอาจต้องใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ขึ้นไป หรือแม้แต่เป็นเดือน ๆ เพื่อทำความเข้าใจกับการเจริญสติ และอย่าบังคับตัวเองในการกำจัดความคิดทุกอย่างออกไปจากหัว เพราะจะทำให้รู้สึกเครียด คุณแม่เพียงปล่อยให้มันล่องลอยอยู่ในความคิด แต่ให้มีสติรู้อยู่เสมอว่ากำลังคิดอยู่ก็พอ เพราะความกังวลจะสร้างความเครียดและสร้างแรงกดดันตัวเองมากขึ้น

นอกจากนี้ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งที่กำลังทำจากการเจริญสติทำสมาธิให้คนในครอบครัวและเพื่อนได้รู้ แต่อาจปรึกษากับครูที่สอนทำสมาธิหรือผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

การทำสมาธิ ถือเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่จะทำให้คุณแม่ผ่อนคลาย ดังนั้น อย่ากดดันตัวเอง อย่าเครียด อย่ามุ่งหวังความสมบูรณ์แบบ และระหว่างทำสมาธิเจริญสติ คุณแม่อาจรับรู้ว่าลูกน้อยมีการเคลื่อนตัวไปมาอีกด้วยค่ะ ดังนั้น ในวันที่วุ่นวายมากมาย ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คุณแม่จิตใจว่างพอที่จะสัมผัสได้ว่าลูกน้อยกำลังเคลื่อนไหว โดยการวางมือบนหน้าท้องและพยายามรับรู้สายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างแม่และลูก

ในการทำสมาธิให้หลับตา เพื่อปิดรับสิ่งกระตุ้นภายนอกที่อาจทำให้จิตใจวอกแวก คุณแม่อาจจะลองซื้อซีดีสอนโยคะ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ช่วยให้การทำสมาธิง่ายขึ้น โดยระหว่างการทำสมาธิอาจใช้หูฟังเพื่อความเป็นส่วนตัว และไม่ควรทำสมาธิขณะที่กำลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ หรือยามที่รู้สึกเพลียมาก หิวมาก กระหายน้ำมาก

การทำสมาธิเจริญสติจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับประโยชน์มากมาย แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่นี่คือประสบการณ์ที่คุณแม่เรียนรู้ได้ เพราะการทำสมาธิเจริญสติระหว่างตั้งครรภ์ สามารถทำให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงค่ะ

คุณแม่กำลังตั้งครรภ์สามารถติดตามอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

วิธีคำนวณอายุครรภ์
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

วิธีคำนวณอายุครรภ์

การคำนวณอายุครรภ์ คือการนับอายุทารกที่อยู่ในครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการนับ อายุครรภ์ เป็นเดือน เรามีวิธีคำนวณอายุครรภ์อย่างถูกต้องมาฝากค่ะ

ให้นมลูก
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

ท่าให้นมลูกที่ถูกต้องช่วยพัฒนาการทารกในครรภ์เรื่องไหนบ้าง

เพื่อเป็นการเอาใจคุณแม่มือใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาให้นมเจ้าตัวน้อย ลองมาติดตามกันนะคะว่ามีอะไรที่คุณแม่ควรรู้และระวัง รวมถึงมี ท่า ให้ นม ใดบ้างที่ถูกต้องและช่วยให้ลูกรักดื่มนมจากเต้าได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

เตรียมเป็นแม่ 10/11/2019

เคล็ดลับ อยาก ท้อง ทำ ไง ดี

เมื่อนาฬิกาชีวิตส่งสัญญาณเตือนภาวะมีลูกยาก คุณแม่พยายามสังเกตประจำเดือนแล้วแต่เจ้าตัวน้อยก็ไม่มาสักที เราแนะนำให้คุณแม่พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเบื้องต้นว่ามีความผิดปกติหรือไม่

บทความที่คุณน่าจะชอบ