อาการแพ้ท้องคืออะไร?

อาการแพ้ท้องคืออะไร?

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นสัญญาณการตั้งท้องที่ชัดเจนที่สุดค่ะ ซึ่งศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Morning Sickness มักจะเกิดอาการในตอนเช้าหลังตื่นนอน บางคนก็แพ้ท้องในช่วงเวลาอื่น คุณแม่บางรายอาจไม่มีอาการแพ้ท้องเลยค่ะ และเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่แต่ละท่านจะมีอาการแพ้ท้องแตกต่างกันไป

อาการคลื่นไส้ช่วงตั้งครรภ์ หรือ Morning sickness จะเป็นอันตรายกับเด็กในท้องไหม?

คุณแม่ส่วนใหญ่กังวลว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของลูกในท้อง คุณแม่ไม่ต้องกังวลมากเกินไปนะคะ หากยังสามารถรับประทานอาหารได้ เน้นโภชนาการที่เหมาะสมมีปริมาณสารอาหารที่ส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ครบถ้วน ยกเว้นกรณีที่คุณแม่อาการคลื่นไส้อาเจียนหนักมากและแพ้อาหาร รับประทานไม่ได้เลย จำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริมเพื่อบำรุงครรภ์ตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหรือสูตินรีแพทย์ที่คุณแม่ฝากครรภ์อยู่เพื่อให้แน่ใจว่าลูกน้อยจะแข็งแรงและปลอดภัยค่ะ

ทำไมถึงมีอาการแพ้ท้องช่วงตั้งครรภ์ได้

อาการแพ้ท้องคลื่นไส้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ลองมาดูกันว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง
• คนท้องหิวบ่อย ถ้าคุณแม่รับประทานอาหารไม่บ่อยเท่าที่ร่างกายต้องการระหว่างตั้งครรภ์ อาจเป็นสาเหตุให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้เกิดอาการแพ้ท้องได้ค่ะ
• อาการคลื่นไส้อาเจียนถูกควบคุมโดยศูนย์ในสมองซึ่งมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเป็นพิเศษเมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ กลิ่นและรสสัมผัส หรือแม้แต่การคิดถึงอาหารบางอย่างทำให้รู้สึกผะอืดผะอมอยากจะอาเจียนง่ายขึ้น
• ระดับของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเอสโตรเจนและ hCG จะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ท้อง ฮอร์โมนทั้งสองชนิดสร้างตั้งแต่เริ่มมีการปฏิสนธิและจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงตั้งท้อง 3 เดือนแรก
• ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนอีกชนิดที่เพิ่มสูงในระหว่างตั้งครรภ์เหมือนกันค่ะ มีผลให้กล้ามเนื้อของระบบทางเดินอาหารคลายตัว ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้บ่อย น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น เกิดอาการท้องอืด ทำให้คลื่นไส้อาเจียนหลังรับประทานอาหารนะคะ
• ภาวะแพ้ท้องรุนแรงมีแนวโน้มเป็นพันธุกรรม สำหรับครอบครัวฝ่ายหญิงที่มีประวัติอาการคลื่นไส้อาเจียนหนักในระหว่างตั้งครรภ์ ก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการเดียวกันค่ะ

ข้อดีของการแพ้ท้องช่วงตั้งครรภ์

อาการคลื่นไส้ช่วงตั้งครรภ์ก็มีข้อดีนะคะ การแพ้ท้องสามารถป้องกันทารกในครรภ์ได้ เพราะการท้องทำให้คุณแม่หิวบ่อย ทำให้คุณแม่รับประทานได้เฉพาะอาหารที่ปรุงง่าย จึงเป็นกลไกธรรมชาติที่อาจลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโรคจากการรับประทานอาหารแปลกหรือแพ้อาหาร นอกจากนี้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องมีแนวโน้มที่จะแท้งน้อยลง เนื่องจากฮอร์โมนการตั้งครรภ์สูงมาก ช่วยในการดูแลปกป้องตัวอ่อนในครรภ์ให้เติบโตผ่านพ้นช่วงสำคัญระยะแรกไปได้

อาการแพ้ท้องทั่วไป จะพบได้ในกรณีใดบ้าง อาการแพ้ท้องมักจะเริ่มต้นในช่วงเริ่มตั้งครรภ์ มีหลายปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน มาดูกันเลยค่ะ
• เป็นการท้องลูกคนแรก
ตั้งท้องลูกแฝด 2 คนขึ้นไป
• แพ้ท้องในช่วงระยะ 3 เดือนแรก หรือในช่วง 12-14 สัปดาห์แรก
• คุณแม่เมารถ เมาคลื่นง่ายอยู่แล้ว
• คุณแม่ตั้งครรภ์อ่อนเพลียหรือเหนื่อยจากการทำงานหนัก
• เกิดจากความเครียด

วิธีบรรเทาอาการแพ้ท้องคลื่นไส้
อาการแพ้ท้องทำให้คุณแม่ลำบากไม่น้อย แต่ก็มีวิธีลดการคลื่นไส้อาเจียนได้นะคะ มีวิธีดังนี้

• การแพ้ท้องจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ แต่ขอให้อดทนอีกสักนิดนะคะ พอพ้นระยะ 14 สัปดาห์ไปแล้ว อาการคลื่นไส้อาเจียนบ่อย ๆ จะดีขึ้นเอง
• ไม่ควรฝืนรับประทานอาหารแปลก ๆ ที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน ควรเลือกรับประทานอาหารคนท้องที่ปลอดภัยกับตัวคุณแม่และลูกน้อยค่ะ
• หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือรสจัดทำให้รู้สึกคลื่นไส้ พยายามกินอาหารย่อยง่าย อาหารรสอ่อน และไม่ต้องปรุงมาก
• เลือกรับประทานอาหารที่เสิร์ฟแบบเย็น หรืออาหารแช่เย็น เช่น สลัด โยเกิร์ต ผลไม้สด หรือแม้แต่ซุปแบบเย็น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีการอุ่นร้อน เพราะกลิ่นที่ระเหยออกมาอาจกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย
• พยายามรับประทานอาหารปริมาณน้อย แต่รับประทานบ่อยๆ โดยแบ่งเป็นวันละหลายมื้อ เลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมปัง ข้าว พาสต้า และมันฝรั่งซึ่งดีต่อสุขภาพ รวมถึงขนมปังแครกเกอร์สูตรเค็มที่รับประทานได้ง่าย คุณแม่บางคนอาจเลือกรับประทานซีเรียลกับนมสูตรไขมันต่ำก็ได้นะคะ
• หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารครั้งละมาก ๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในเวลาที่คุณแม่กำลังหิวจัด เพราะกว่าที่ร่างกายจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่าอิ่มแล้วจะใช้เวลาราว 20 นาที แนะนำให้คุณแม่หยุดกินเมื่อรู้สึกว่าเกือบอิ่ม เพื่อไม่ให้แน่นท้องเกินไปจนอยากอาเจียนค่ะ
• วางแก้วน้ำและขนมปังบิสกิตเตรียมพร้อมไว้ข้างเตียงเลยค่ะ เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า คุณแม่จะได้จิบน้ำและรับประทานได้เลยโดยไม่ต้องลุกจากเตียง ถ้าไม่ปล่อยให้ท้องว่างนาน ๆ จะลดอาการคลื่นไส้ได้ดีเลยค่ะ
• คุณแม่บางรายลองใช้สายรัดข้อมือช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนระหว่างตั้งครรภ์ได้ผล แต่ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนนะคะ ควรใช้งานอย่างไร เวลาไหน ถึงจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด
• ดื่มน้ำขิงหรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากขิง เช่น ขนมปังบิสกิตรสขิง ขิงผงแห้งละลายน้ำดื่มบ่อย ๆ มีสรรพคุณลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ผลนะคะ หรือหั่นขิงดิบสักชิ้นใช้สูดดมกลิ่นก็ช่วยผ่อนคลายได้เช่นกัน
• ลองจิบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวเวลามีอาการ เช่น น้ำมะนาว น้ำผลไม้คั้นสด หรือผสมน้ำโซดากับน้ำแข็ง ช่วยให้อาการคลื่นไส้ดีขึ้นได้ค่ะ
• ควรพกลูกอมรสหวานติดตัวนะคะ อมลูกกวาดเมื่อมีอาการเวียนศีรษะ เป็นวิธีเพิ่มน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว ลดอาการเวียนหัวและคลื่นไส้อาเจียนได้ดีเลยค่ะ หรือรับประทานเยลลี่กลิ่นหรือรสผลไม้เคี้ยวหนึบหนับก็ใช้ได้ค่ะ แต่ต้องเก็บให้พ้นมือลูกน้อยวัยหัดเดินนะคะ ระวังอย่าให้เด็กคว้ามาอมหรือเคี้ยวเล่นเพราะอาจติดคอได้
• ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ แนะนำให้แปรงฟันและลิ้นให้สะอาด โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีสัมผัสรับรสผิดเพี้ยน รู้สึกถึงรสเฝื่อน ๆ คล้ายมีโลหะในปาก รวมทั้งใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรไม่ผสมแอลกอฮอล์ด้วย หรืออีกวิธีง่าย ๆ เช่น จิบน้ำเย็น หรือเคี้ยวน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ก็ลดความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้ค่ะ
• หลีกเลี่ยงน้ำหอมฉุน โรลออนระงับกลิ่น สเปรย์ปรับอากาศ หรือแม้แต่ผงซักฟอกที่มีกลิ่นแรง พยายามเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศให้ถ่ายเทได้ดี ไม่อยู่ในห้องที่อับชื้น เดินยืดเส้นยืดสายสูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ค่ะ

อาการคลื่นไส้อาเจียนในช่วงตั้งครรภ์แบบไหนที่ถือว่ารุนแรงผิดสังเกต?

ถ้าอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงมากจนกินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์นะคะ เพราะว่าคุณแม่จะเสี่ยงเกิดปัญหาภาวะขาดน้ำ ร่างกายขาดสารอิเล็กโทรไลต์และแร่ธาตุ อาจส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลง ซึ่งอาจจะเป็นลมหมดสติได้ หากอาการรุนแรงถึงขั้นนั้นแล้ว คุณแม่ต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาล แล้วให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดทดแทนภาวะขาดน้ำ หรือต้องให้อาหารทางสายยางในกรณีที่คุณแม่มีอาการค่อนข้างหนัก ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีแค่ประมาณ 1% ถึง 3% เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงตั้งครรภ์เท่านั้นที่จะมีอาการแพ้ท้องรุนแรงมาก ในทางการแพทย์เรียกว่า Hyperemesis Gravidarum กรณีนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียนที่ช่วยบรรเทาอาการและไม่เป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับคำแนะนำเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์กับคุณแม่ที่กำลังแพ้ท้องอยู่ในขณะนี้ คุณแม่ลองนำไปปรับใช้จะสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ในระหว่างตั้งครรภ์ได้ผลมากขึ้นนะคะ
คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การตั้งครรภ์ 12/4/2019

อาหารคนท้องที่คุณแม่ทุกคนควรรู้ไว้

เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ โภชนาการที่ดี เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่เพราะอาหารคนท้องที่ดีจะทำให้ร่างกายคุณแม่แข็งแรง และยังช่วยบำรุงลูกน้อยในครรภ์อีกด้วยค่ะ

การตั้งครรภ์ 10/11/2019

สาเหตุและอาการ คัน ช่อง คลอด ระหว่างตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ช่วงเวลาตั้งครรภ์ของคุณแม่อาจมีอาการ คัน ช่อง คลอด ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ปัญหาเชื้อราในช่องคลอดเป็นอาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและคุณแม่หลายคนส่วนใหญ่เป็นกันค่ะ ไม่มีอันตรายร้ายแรง

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

ปฏิวัติความเทอะทะเพื่อศักยภาพการเรียนรู้ของลูกน้อย

อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว

บทความที่คุณน่าจะชอบ