วิธีคำนวณอายุครรภ์

เชื่อว่าหนึ่งในเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคุณผู้หญิง คือ เรื่องการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจทั้งกับคนในครอบครัวและคนรอบข้าง เพราะจะได้มีสมาชิกตัวน้อย ๆ เข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน และสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่าน เมื่อรู้ว่าตนเองท้อง นอกจากความรู้สึกดีใจจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้แล้ว อาจตามมาด้วยความวิตกกังวลใช่ไหมคะว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร และตั้งครรภ์มากี่สัปดาห์แล้ว เพราะหากทราบ อายุครรภ์ จะช่วยให้คุณแม่ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นผลบวกที่จะช่วยคลายความกังวลลงไปมากเลยทีเดียว สำหรับคุณแม่ท่านใดที่กังวลเรื่องอายุครรภ์ หรือสงสัยว่า นับอายุครรภ์ยังไง ลองมาเรียนรู้วิธี คำนวนอายุครรภ์ ว่ามีกี่วิธี และสามารถทำได้อย่างไรบ้างกันค่ะ

การ คำนวณอายุครรภ์ คือการคำนวณอายุทารกที่อยู่ในครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการนับ อายุครรภ์ เป็นเดือน โดยมีกำหนดคลอดอยู่ที่ 9 เดือน แม้จะเป็นการนับที่ถูกต้องแต่ความแม่นยำน้อย เนื่องจากแต่ละเดือนมีจำนวนวันไม่เท่ากัน ดังนั้น ทางการแพทย์จึงนิยมนับเป็นสัปดาห์ เช่น 10 สัปดาห์ หรือ 12 สัปดาห์ กับอีก 5 วัน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าการทราบอายุของครรภ์จะช่วยให้คุณแม่ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องและทราบกำหนดคลอดอีกด้วยค่ะ

วิธี นับอายุครรภ์ สำหรับคุณแม่

วิธี นับอายุครรภ์ สำหรับคุณแม่

วิธีนับอายุการตั้งครรภ์จะมีอยู่ด้วยกันหลายวิธีนะคะ แต่คุณแม่จะเลือกวิธี นับอายุครรภ์ยังไง จะขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่จำวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้หรือไม่ และการเลือกว่าจะควรใช้วิธีใดก็ต้องพิจารณาว่าประจำเดือนของคุณแม่มาปกติในระยะเวลาที่ตรงกันทุกเดือนหรือไม่ โดยเราขอแนะนำวิธีนับอายุการตั้งครรภ์ 2 แบบ ดังนี้
1. วิธีนับอายุการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่ที่ประจำเดือนมาทุก 28 วัน
ต้องบอกว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ประจำเดือนมาทุก 28 วัน หรือมีโอกาสคลาดเคลื่อนน้อย และคุณแม่ต้องจำวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้นะคะ โดยวิธีนี้คุณแม่สามารถคำนวณได้ด้วยตนเอง วิธีคำนวณ คือ เริ่มนับวันที่มีประจำเดือนวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด โดยนับเป็นรูปแบบสัปดาห์หรือวัน เช่น หากมีประจำเดือนครั้งล่าสุดของคุณคือวันที่ 1 สิงหาคม และหากคุณแม่ตรวจพบว่าตั้งครรภ์วันที่ 15 กันยายน นั่นเท่ากับว่า อายุการตั้งครรภ์จะอยู่ที่ประมาณ 6 สัปดาห์นั่นเองค่ะ แม้ว่าวิธีนี้ คุณแม่สามารถนับอายุการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง แต่นี่คือวิธีคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น เพราะหากถึงขั้นตอนการฝากครรภ์แล้ว ทีมแพทย์มักใช้วิธีอัลตราซาวน์ หรือการฟังเสียงหัวใจทารก เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการบอกอายุการตั้งครรภ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้นค่ะ
2. วิธีนับอายุการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่ที่ประจำเดือนมาคลาดเคลื่อน
นอกจากวิธีนี้จะเหมาะสำหรับคุณแม่ที่ประจำเดือนมักมาคลาดเคลื่อน หรือมีรอบเดือนมากกว่า 28 วันแล้ว ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่จำไม่ได้ว่าประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันที่เท่าไหร่ โดยกรณีนี้แพทย์จะ คำนวนอายุครรภ์ โดยการตรวจคลื่นความถี่สูง หรือที่เรียกว่าการอัลตราซาวน์ ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการวัดขนาดถุงการตั้งครรภ์ หรือวัดความยาวของทารกในครรภ์ จากนั้นแพทย์จะนำมาคำนวณอายุการตั้งครรภ์ต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ผลการตรวจที่ค่อนข้างแม่นยำ หรือบวกลบประมาณ 3-5 วันเท่านั้น นอกจากนี้ การนับอายุการตั้งครรภ์ ยังสามารถนับเป็นไตรมาสได้อีกด้วย โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้
ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 หมายถึง การตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 6 ถึงสัปดาห์ที่ 13
ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 หมายถึง การตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 14 ถึงสัปดาห์ที่ 26
ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 หมายถึง การตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 27 ถึงสัปดาห์ที่ 40

จะเห็นได้ว่า ตัวเลขสัปดาห์การตั้งครรภ์จะอยู่ที่ประมาณ 40 สัปดาห์ จึงจะถึงกำหนดคลอดนะคะ และเมื่อทราบอายุการตั้งครรภ์แล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายคนน่าจะต้องการทราบวันครบกำหนดคลอด เพราะคุณแม่ทุกคนต่างตั้งตารอวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก อีกทั้งการทราบกำหนดคลอดโดยคร่าว ๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ซึ่งวิธีคำนวณกำหนดคลอดจะมีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้ค่ะ

การนับกำหนดคลอด

1. นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด และนับโดยการบวกเพิ่ม
วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์ทราบกำหนดคลอดโดยคร่าว นั่นคือคุณแม่ต้องเริ่มนับวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด จากนั้นให้บวกเพิ่มอีก 9 เดือน 7 วัน เช่น หากคุณแม่มีประจำเดือนวันแรกครั้งล่าสุด วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จากนั้นให้บวกเพิ่มไปอีก 9 เดือน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 และบวกเพิ่มต่ออีก 7 วัน ก็จะได้กำหนดคลอดเป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 นั่นเองค่ะ
2. นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด และนับโดยการย้อนหลัง
อีกหนึ่งวิธี คำนวณอายุครรภ์ ซึ่งมีวิธีคำนวณคล้ายกันนะคะ แต่จะต่างกันตรงที่เป็นการนับย้อนหลัง โดยคุณแม่ต้องเริ่มนับวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด จากนั้นให้นับย้อนหลัง 3 เดือน เช่น หากคุณแม่มีประจำเดือนวันแรกครั้งล่าสุด วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จากนั้นให้นับย้อนหลังไปอีก 3 เดือน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 และบวกเพิ่มอีก 7 วัน คุณแม่ก็จะได้กำหนดคลอดเป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ซึ่งตรงกับวิธีแรกเช่นกันค่ะ

สำหรับกำหนดคลอดปกติของทางการแพทย์จะอยู่ที่ 38-40 สัปดาห์นะคะ แต่ถึงอย่างนั้นอาจมีปัจจัยอื่น ๆ กระตุ้นให้คลอดก่อนหรือหลังกำหนด และมีคุณแม่เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่คลอดตรงวันที่กำหนด โดยหากคุณแม่ท่านใดคลอดก่อนครบ 38 สัปดาห์ จะถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนด เช่นเดียวกันหากคุณแม่คลอดเกินสัปดาห์ที่ 40 จะถือว่าเป็นการคลอดเกินกำหนด ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยากระตุ้นเพื่อให้เจ็บครรภ์และคลอด แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด หรือการคลอดเกินกำหนด คุณแม่ก็อย่าได้กังวลใจมากไปนักนะคะ เพราะหากอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์ เชื่อว่าลูกน้อยในครรภ์จะต้องสุขภาพดีและปลอดภัยค่ะ

จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นการ นับอายุครรภ์ หรือนับวันกำหนดคลอด จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่จะต้องทราบวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุดนะคะ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความแม่นยำทั้งการนับอายุลูกน้อยในครรภ์ รวมถึงคุณแม่จะได้ทราบกำหนดคลอดโดยคร่าว สาว ๆ ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ควรจดบันทึกการมีประจำเดือนเอาไว้ในปฏิทินเสมอ เพื่อเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการนับอายุตั้งครรภ์และวันคลอดค่ะ

โปรแกรม คำนวณอายุครรภ์

โปรแกรม คำนวณอายุครรภ์ และกำหนดคลอดตัวช่วยการคำนวณสำหรับคุณแม่

แม้จะมีวิธีคำนวณระยะเวลาตั้งครรภ์และกำหนดคลอด แต่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่คุณแม่ตั้งครรภ์ จึงมีหลายเว็บไซต์ที่ออกแบบโปรแกรมคำนวณอายุตั้งครรภ์ เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์คำนวณวันที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง Programcalculator.com เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้คำนวณทั้งอายุตั้งครรภ์และกำหนดคลอด โดยคุณแม่จำเป็นต้องกรอกวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย หรือหากจำไม่ได้สามารถเลือกกรอกวันกำหนดคลอด เพื่อคำนวณอายุตั้งครรภ์ช่วงนั้น ๆ หรือหากต้องการทราบวันกำหนดคลอด คุณแม่เพียงเลือกกรอกอายุตั้งครรภ์ โดยโปรแกรมจะคำนวณผลลัพธ์ออกมา เพื่อให้คุณแม่วางแผนดูแลตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

การคำนวณ อายุครรภ์ นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเลยนะคะ เพราะการทราบอายุตั้งครรภ์ที่แน่นอนจะทำให้คุณแม่ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น การเริ่มต้นฝากครรภ์ การตรวจหาเชื้อ ตรวจหาภาวะแทรกซ้อน อีกทั้งช่วยทำให้คุณแม่ระมัดระวังในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เนื่องจากอายุตั้งครรภ์แต่ละช่วงย่อมมีเรื่องที่ต้องดูแลแตกต่างกัน โดยการดูแลสุขภาพคุณแม่ที่ดีนั้น ย่อมส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ เพราะฉะนั้นหากคุณแม่ไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ควรรีบพบแพทย์หรือซื้อเครื่องมือตรวจการตั้งครรภ์ เนื่องจากยิ่งรู้ตัวเร็วเท่าไหร่ยิ่งทำให้คุณแม่ดูแลตนเองและลูกน้อยในครรภ์ในเร็วขึ้นเท่านั้นค่ะ

คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ สามารถติดตามอ่านข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ รวมถึงทำความเข้าใจในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies ได้ที่ลิ้งก์ https://www.huggies.co.th/th-th/getting-pregnant และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตสาระน่ารู้ดี ๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์จากเรานะคะ

ลิงค์อ้างอิง (เพิ่มจาก REF.)
https://th.theasianparent.com/กำหนดวันคลอดจากหมอแม่นแค่ไหน

บทความที่คุณน่าจะชอบ

ให้นมลูก
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

ท่าให้นมลูกที่ถูกต้องช่วยพัฒนาการทารกในครรภ์เรื่องไหนบ้าง

เพื่อเป็นการเอาใจคุณแม่มือใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาให้นมเจ้าตัวน้อย ลองมาติดตามกันนะคะว่ามีอะไรที่คุณแม่ควรรู้และระวัง รวมถึงมี ท่า ให้ นม ใดบ้างที่ถูกต้องและช่วยให้ลูกรักดื่มนมจากเต้าได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

จะป้องกันการแท้งได้อย่างไร
การตั้งครรภ์ 10/6/2020

จะป้องกันการแท้งได้อย่างไร

การแท้งลูกคือการสูญเสียเด็กในท้องก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์แม้ว่าการแท้งประมาณ 98% เกิดในช่วง 13 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

เตรียมเป็นแม่ 10/11/2019

เคล็ดลับ อยาก ท้อง ทำ ไง ดี

เมื่อนาฬิกาชีวิตส่งสัญญาณเตือนภาวะมีลูกยาก คุณแม่พยายามสังเกตประจำเดือนแล้วแต่เจ้าตัวน้อยก็ไม่มาสักที เราแนะนำให้คุณแม่พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเบื้องต้นว่ามีความผิดปกติหรือไม่

บทความที่คุณน่าจะชอบ