ภาวะเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นปัญหาสุขภาพที่จัดกลุ่มแยกออกมาจากเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 โดยจะเกิดขึ้นระหว่างคุณแม่ตั้งครรภ์เท่านั้น หลังคลอดก็จะหายจากเบาหวานค่ะ คุณแม่เคยที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์มาก่อนมีโอกาสเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น

ผู้หญิงราว 5% เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในจำนวนนั้น 10-15% แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หมายถึงร่างกายสร้างอินซูลินไม่เพียงพอหรือการตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดีพอ หลังจากเด็กคลอดแล้ว ระดับน้ำตาลในเลือดของแม่จะกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

เบาหวานคืออะไร

โรคเบาหวานเกิดจากร่างกายคนเราผลิตฮอร์โมนอินซูลินน้อยกว่าปกติ หรืออินซูลินทำงานไม่มีประสิทธิภาพทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ร่างกายต้องการอินซูลินเพื่อให้กลูโคสในกระแสเลือดเคลื่อนย้ายไปเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกายและใช้เป็นพลังงาน เมื่อเป็นโรคเบาหวาน มีระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไปอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

ในระหว่างตั้งครรภ์ รกทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนออกมาในช่วงตั้งครรภ์เพื่อให้เด็กทารกเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ แต่ฮอร์โมนการตั้งครรภ์อาจมีฤทธิ์ต้านต่อทำให้ประสิทธิภาพของอินซูลินลดลง ในภาวะปกติฮอร์โมนอินซูลินของแม่และระดับน้ำตาลในเลือดจะคงที่ ไม่สูงหรือต่ำมากเกินไป แต่คุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงมาก จึงต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงหรือฉีดอินซูลินเข้าไป หรือต้องใช้ทั้ง 2 วิธีรวมกัน

ใครบ้างเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

-ผู้หญิงตั้งท้องที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
-มีประวัติความเสี่ยงตามเชื้อชาติและพันธุกรรม เช่น ออสเตรเลีย, เอเชีย, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, จีน, ตะวันออกกลาง หรือเวียดนาม
-ผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 แล้ว

สถิติการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ประวัติครอบครัวมีคนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ การมีค่าดัชนีมวลกายสูง หมายถึงปริมาณไขมันในร่างกายมากเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งว่ามีโอกาสเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มากขึ้น

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นเมื่อไร

ในระยะ ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 10 เป็นช่วงเวลาที่ฮอร์โมนการตั้งครรภ์เริ่มส่งผลกระทบต่อการผลิตอินซูลินนะคะ คุณแม่ควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ซึ่งเป็นการทดสอบพิเศษสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะมีประวัติเป็นเบาหวานมาก่อนหรือไม่เคยเป็นก็ตาม แนะนำให้ตรวจในช่วงอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ แต่เป็นไปได้ว่าแพทย์อาจวินิจฉัยก่อนหรือหลังจากช่วงเวลานี้ การตรวจพบเบาหวานอย่างรวดเร็วจะได้รับมืออย่างเหมาะสมต่อไป เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ร่างกายของคุณแม่ต้องการน้ำตาลเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน ถ้าฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือทำงานได้ไม่ดีพอ จะส่งผลต่อสุขภาพทั้งแม่และเด็กด้วยค่ะ

การวินิจฉัยโรคเบาหวานทำอย่างไร

โดยปกติสูตินรีแพทย์หรือผดุงครรภ์จะสั่งตรวจคัดกรองโรคเบาหวานในช่วงตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 26-28 โดยใช้วิธีเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลกลูโคส (GCT) ถ้าผลออกมาผิดปกติจะตรวจเพิ่มเติมโดยรับประทานน้ำตาลกลูโคสเพิ่มและเจาะเลือดตรวจซ้ำอีกครั้ง (OGTT) หลังจากตรวจครั้งแรกผ่านไป 1-2 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดเป็นอย่างไร ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินอย่างไร เพื่อที่จะยืนยันว่าเป็นเบาหวานจริง อีกวิธีคือการทดสอบวัดระดับกลูโคสในปัสสาวะของคนท้อง

การวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดจะมีหน่วยเป็นมิลลิโมลต่อลิตร ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ (BSL) อยู่ระหว่าง 4-6 มิลลิโมลต่อลิตร หลังจากงดน้ำงดอาหารก่อนตรวจประมาณ 2 ชั่วโมง และรับประทานอาหารแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง 4-7 มิลลิโมลต่อลิตร ตัวเลขนี้ถือเป็นเกณฑ์ปกติ แต่ระดับกลูโคสในเลือดของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันได้

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

คนท้องอาจไม่รู้ตัวเองเป็นเบาหวาน เว้นแต่จะตรวจคัดกรองจากปัสสาวะหรือเจาะเลือดวัดจึงจะบอกได้ชัดเจนว่าเป็นเบาหวานหรือไม่ บางคนอาจมีอาการคล้ายกับคนเป็นเบาหวานประเภท 1 หรือ 2 ดังนี้
• กระหายน้ำมาก ต้องตื่นขึ้นมาดื่มน้ำตอนกลางคืน
• ปัสสาวะปริมาณมากผิดปกติ แม้ว่าโดยปกติคนท้องมักจะ ปวดปัสสาวะบ่อยระหว่างตั้งครรภ์ แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนของเบาหวานได้เหมือนกัน
• ติดเชื้อราในช่องคลอด ทำให้มีตกขาวได้ง่าย ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ครีมหรือยาเหน็บช่วย
• เป็นแผลแล้วหายช้า เนื่องจากว่าระดับน้ำตาลสูงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
• น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย

เบาหวานขณะตั้งครรภ์อันตรายหรือไม่?

หากเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี มีการตรวจอย่างสม่ำเสมอ จะถือว่าไม่เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายทั้งต่อตัวแม่และทารก จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ และเพิ่มอินซูลินตามความจำเป็น ขึ้นอยู่กับแต่ละคน อาจต้องใช้เวลาปรับขนาดให้เหมาะสมในแต่ละวัน จะต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดตลอดการตั้งครรภ์ แม้แต่ในระหว่างคลอดที่ใช้เวลานานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ถ้าคุณแม่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

เบาหวานขณะครรภ์เป็นอันตรายกับลูกในท้องหรือไม่?

ถ้าคุณแม่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ลูกในท้องก็มีแนวโน้มตัวใหญ่ด้วยค่ะ เนื่องจากปริมาณกลูโคสที่ส่งผ่านทางรกเข้าสู่กระแสเลือดของทารก ทำให้ผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้นสะสมเป็นไขมันในตัวเด็กมากกว่าปกติ เด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นเบาหวานมักจะมีน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัมตั้งแต่แรกคลอด ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา แพทย์จึงต้องเฝ้าติดตามผลน้ำตาลในเลือดและสังเกตสุขภาพของทารก แม้ว่าลูกจะไม่ได้เป็นเบาหวานโดยตรงค่ะ

อาจสังเกตเห็นว่าทารกมีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดของแม่สูงกว่าปกติก่อนที่ทารกจะเกิด แม้ว่าคุณแม่จะเป็นเบาหวานง แต่ลูกน้อยไม่ได้เป็นเบาหวานไปด้วยนะคะ ป้อนนมตามปกติและบ่อยครั้ง ไม่มีผลเสียและระดับน้ำตาลในเลือดยังมีแนวโน้มคงที่ ปัญหาจะเกิดเฉพาะกับทารกที่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แพทย์จึงต้องทดสอบระดับน้ำตาลของทารกบ่อย ๆ ตั้งแต่แรกคลอดและตรวจอย่างสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมงแรก

จะเกิดอะไรกับตัวคุณแม่บ้าง?

คุณแม่ต้องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองโดยใช้เครื่องมือตรวจเลือดพิเศษที่เรียกว่ากลูโคมิเตอร์ ซื้อจากโรงพยาบาลและร้านขายยาขนาดใหญ่ ในระยะแรกของการรักษาให้บันทึกผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแล้วนำไปให้แพทย์ทำการวินิจฉัยตามกำหนดนัดหมายและปรับขนาดอินซูลินให้เหมาะสมต่อไป

นักโภชนาการจะแนะนำเรื่องการบริโภคอาหารที่เหมาะสม สิ่งที่รับประทานได้ อะไรที่ต้องหลีกเลี่ยง แนวทางการรับประทานที่แนะนำโดยทั่วไป มีดังนี้
• กินสามมื้อต่อวัน รวมถึงรับประทานอาหารว่างก่อนนอน
• คุณแม่อาจต้องดื่มน้ำชาตอนเช้าและบ่าย
• รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและมีเส้นใยสูง
• ต้องแน่ใจว่าได้รับแคลเซียมและธาตุเหล็กเพียงพอ
• คำนวณปริมาณน้ำตาลที่ควรรับประทาน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
• ลองรับประทานอาหารหลายประเภท ทำให้ไม่รู้สึกเบื่ออาหาร

วิธีช่วยลดเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ได้ดี คือพยายามออกกำลังกายมากขึ้น ช่วยให้คุณแม่ควบคุมระดับน้ำตาลดีขึ้น รวมถึงควบคุมน้ำหนักและมีสุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วย การฉีดฮอร์โมนอินซูลิน จำเป็นต่อเมื่อการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลินที่ฉีดไม่สามารถผ่านรกไปสู่ทารก มีผลเฉพาะต่อตัวแม่เท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ที่กำลังเจริญเติบโต

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และกำลังสงสัยว่ามีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน สามารถติดตามอ่านข้อมูลเกี่ยวข้องได้ที่บทความ อาหารคนท้อง และ การลดน้ำหนักหลังตั้งครรภ์ รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

วิธีคำนวณอายุครรภ์
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

วิธีคำนวณอายุครรภ์

การคำนวณอายุครรภ์ คือการนับอายุทารกที่อยู่ในครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการนับ อายุครรภ์ เป็นเดือน เรามีวิธีคำนวณอายุครรภ์อย่างถูกต้องมาฝากค่ะ

ให้นมลูก
การตั้งครรภ์ 10/17/2020

ท่าให้นมลูกที่ถูกต้องช่วยพัฒนาการทารกในครรภ์เรื่องไหนบ้าง

เพื่อเป็นการเอาใจคุณแม่มือใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาให้นมเจ้าตัวน้อย ลองมาติดตามกันนะคะว่ามีอะไรที่คุณแม่ควรรู้และระวัง รวมถึงมี ท่า ให้ นม ใดบ้างที่ถูกต้องและช่วยให้ลูกรักดื่มนมจากเต้าได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

เตรียมเป็นแม่ 3/12/2020

ว่าที่คุณแม่มือใหม่ กับอาการคนท้อง

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์และจะเริ่มรู้ตัวเมื่อเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 6 แล้วเพราะบางคนไม่มีอาการคนท้องใดๆ เลยอาจจะยังไม่รู้ตัวในช่วงแรกค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ