เรียนรู้ลักษณะการนอนของเด็กในแต่ละช่วงวัยที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีของลูกน้อย

การนอนหลับมีประโยชน์และส่งผลดีต่อร่างกายของคนเราโดยเฉพาะในวัยเด็กที่มีการเจริญเติบโตของอวัยวะทุกส่วน เนื่องจากขณะหลับนั้น ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโตออกมากระตุ้นช่วยให้ร่างกายและสมองเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยทารก การนอนหลับนับเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเสริมสร้าง พัฒนาการแต่ละช่วงวัย ทั้งทางด้านร่างกายและสมอง

เด็กแต่ละวัย ต้องการนอนพักผ่อนเป็นระยะเวลานานเท่าใด

คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่าควรให้ลูกนอนหลับมากน้อยขนาดไหน จริง ๆ แล้วการนอนหลับของเด็กน้อยมีความแตกต่างกันไปตามช่วงวัย และไม่ได้มีกฎตายตัวนะคะว่าต้องเป็นช่วงเวลาไหน คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยเรียนรู้จากพฤติกรรมลูกของเราเอง โดยทารกส่วนใหญ่จะนอนหลับครั้งละประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือบางคนอาจจะนอนในช่วงกลางคืนรวดเดียว ในขณะที่บางคนอาจจะไม่ได้มีพฤติกรรมการนอนหลับแบบนี้ก็ได้ เรามาดูกันว่าเด็กวัยทารกในแต่ละช่วงอายุจะมีนิสัยการนอนแตกต่างกันอย่างไร นอนวันละกี่ชั่วโมง

• เด็กแรกเกิด - 2 เดือน

เด็กวัยนี้จะนอนวันละ 14-17 ชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะว่าลูกหลับนานเกินไปหรือปล่า ยิ่งเด็กทารกในวัยนี้หลับลึกและนาน หลับเป็นเวลาสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี ร่าเริงสดใสไม่งอแงค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยให้ลูกน้อยหลับได้ง่ายขึ้นโดยการสร้างบรรยากาศตอนกลางคืนให้มืดและเงียบสงบ แต่ถ้าเป็นกลางวันควรให้แสงสว่างจากดวงไฟ จะทำให้เด็กสามารถแยกแยะได้ว่าเวลาไหนเป็นกลางวัน เวลาไหนเป็นกลางคืน ในช่วงแรกเกิด-2เดือน กิจวัตรประจำวันของหนูน้อยไม่ได้มีอะไรมาก มีแค่การนอน การกิน แล้วก็การขับถ่าย วนเวียนอยู่อย่างนี้ค่ะ

ลูกหลับนานมากยังไม่ตื่นมากินนม จะปลุกดีไหมนะ

แม่คอยดูลูกอยู่นานเผื่อลูกจะเรียกหาเพื่อดื่มนม แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าลูกจะตื่น ถ้าเป็นอย่างนี้จะปลุกดีไหมนะ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องปลุกลูกให้ลูกตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อกินนม เพื่อที่จะให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอและมี พัฒนาการเด็ก ที่ดี และให้ลูกมีน้ำหนักตัวกลับไปเท่ากับตอนแรกที่คลอด โดยเด็กทารกทั่วไปน้ำหนักตัวแรกคลอดของทารกจะลดลง 7-10 เปอร์เซ็นต์หลังจากคลอด เมื่อผ่านช่วงนี้ไปก็สามารถปล่อยให้ลูกหลับยาวได้ตลอดทั้งคืนค่ะ
• เด็กทารกวัย 3-5 เดือน
เมื่อถึงวัยนี้เด็กจะเริ่มรู้จักกลางวัน – กลางคืน ทารกบางคนอาจจะนอนหลับยาวถึง 6 ชั่วโมงในเวลากลางคืน โดยที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกลูก หากไม่จำเป็น

แก้ปัญหาลูกตื่นกลางดึก

คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่รู้ว่าเด็กวัยนี้ก็นอนไม่หลับได้เหมือนกัน หรือเรียกว่าพฤติกรรมการนอนถดถอย (Sleep regression) ซึ่งเด็กจะมีพฤติกรรมชอบงีบหลับในตอนกลางวันและชอบตื่นตอนกลางคืน สาเหตุของพฤติกรรมนี้เกิดจากการมีพัฒนาการที่ค่อย ๆ ก้าวหน้าขึ้น ทั้งด้านความคิด การรับรู้ ด้านอารมณ์ความรู้สึก และด้านร่างกาย จึงทำให้ลูกสูญเสียการนอนหลับที่เป็นปกติ วิธีแก้คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องหาวิธีกล่อมให้ลูกง่วงค่ะ
• เด็กทารกวัย 6-8 เดือน
เข้าสู่วัยนี้ พ่อแม่อาจจะสบายขึ้นมานิดหน่อยเพราะหนูน้อยพร้อมที่จะนอนหลับอย่างเต็มที่ในเวลากลางคืน จะใช้เวลานอน 8 ชั่วโมงขึ้นไปโดยที่ไม่ตื่นมากลางดึก และจะงีบหลับในเวลากลางวัน แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ 3-4 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน แต่ภาวะการนอนถดถอย (Sleep regression) ก็กลับมาในช่วงนี้เหมือนกัน และมีสาเหตุที่ต่างจากครั้งแรก สาเหตุครั้งนี้เกิดจากทารกมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแยกจาก ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนการพัฒนาการของเด็ก เด็กจะมีอาการร้องไห้ งอแง ไม่ยอมนอน พ่อแม่อย่าเพิ่งดุลูกนะคะ ให้ค่อย ๆ กล่อม ลูบหัวลูบหลังหรือตบก้นเบา ๆ เด็กจะรู้สึกปลอดภัย ทำให้เขารู้ว่ามีพ่อแม่คอยอยู่ข้าง ๆ
• เด็กทารกวัย 9-12 เดือน
เนื่องจากเด็กวัยนี้นอนเป็นเวลา นอนหลับดีต่อเนื่องทั้งคืน 9-12 ชั่วโมง แถมยังมีงีบหลับในช่วงเช้า และช่วงกลางวัน 3-4 ชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่โล่งใจได้เลยค่ะเพราะจะมีเวลาส่วนตัวพักผ่อนมากขึ้นแล้ว อีกทั้งในช่วงวัยนี้ลูกจะมีพัฒนาการหลายด้าน ทั้งการคลาน ยืน เดิน เริ่มพูดสั้น ๆ เช่น หม่ำ ๆ มะ ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ชื่นใจอีกด้วย

การจัดท่านอนให้ทารกมีความปลอดภัย

ท่านอนหงาย เป็นท่านอนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กทารก ไม่เสี่ยงต่อโรคไหลตายในทารก (Sudden Infant Death Syndrome) หรือการเสียชีวิตของทารกอย่างเฉียบพลันที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงอายุ 6 เดือนแรก และมีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดในเด็ก 2-3 เดือน ดังนั้นพยายามจัดท่านอนให้ลูกนอนหงายนะคะ จะปลอดภัยมากกว่าท่านอนตะแคงถึง 2 เท่า และปลอดภัยกว่าท่านอนคว่ำถึง 6 เท่าค่ะ

7 เคล็ดลับช่วยให้ลูกหลับสบายยิ่งขึ้น

1. อาบน้ำให้ลูกด้วยน้ำอุ่น ช่วยให้หนูน้อยรู้สึกสบายตัว
2. นวดตัวลูกเบา ๆ อาจจะนวดไปพร้อมกับการทาโลชั่นเพื่อสร้างความผ่อนคลาย
3. ไกวเปลพร้อมกับกล่อมลูกนอน ช่วยให้เด็กเคลิ้มหลับ
4. หาสิ่งของที่ลูกชอบไว้ติดตัว เช่น ตุ๊กตา หมอน
5. สัมผัสในส่วนที่ลูกชอบ ลูบหรือตบเบา ๆ เพื่อความเคลิบเคลิ้ม
6. สร้างบรรยากาศสถานที่นอนให้มีอากาศถ่ายเท เย็นสบาย และเงียบสงบ
7. คุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ ลูก เพื่อให้เด็กอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัย

การนอนหลับที่ดีและมีคุณภาพนั้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อ พัฒนาการเด็ก ที่ดีของลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ลูกนอนหลับเต็มอิ่มเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม อีกทั้งช่วยให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดี เป็นเด็กที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และพร้อมที่จะตื่นมาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ต่อไปในเช้าวันใหม่อย่างร่าเริงและแจ่มใสค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

ลูก ๆ ของเราทานอะไรกันบ้าง?
'การเลี้ยงลูก 9/10/2020

โภชนาการสำหรับเด็กวัยหัดเดิน

คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยว่า ทำไมในกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองถึงไม่ค่อยคุยกันเรื่องอาหารการกินของลูกๆ มากนักทั้งๆ ที่เรื่องสารอาหารและโภชนาการที่ครบถ้วนเป็นนั้นสำคัญมาก

“ภัยเงียบ” ในกลุ่มเด็กเล็ก
'การเลี้ยงลูก 5/13/2021

รู้จัก 3 โรคฮิต “ภัยเงียบ” ในกลุ่มเด็กเล็กที่พ่อแม่ควรระวัง

ในช่วงที่ลูกยังเป็นทารกหรือเป็นเด็กเล็กนั้น ถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย บทความนี้เราจึงได้รวบรวม “โรคฮิต” มีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

การท่องเที่ยวระหว่างตั้งครรภ์
'การเลี้ยงลูก 10/6/2020

การท่องเที่ยวระหว่างตั้งครรภ์

การท่องเที่ยวของคุณแม่ตั้งครรภ์จะไม่แนะนำให้ท่องเที่ยวในประเทศโซนร้อน โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา เรามีคำแนะนำดีๆ สำหรับคุณแม่มาฝากค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ