พาลูกออกเที่ยวอย่างปลอดภัย

เด็กๆ ชื่นชอบที่จะออกไปข้างนอก และสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ แต่ในเวลาเดียวกันคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องสำรวจสถานที่นั้นเช่นเดียวกันค่ะ โดยลองประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น การมองหาทางออกฉุกเฉินของสนามเด็กเล่นในร่มหรือหาทางออกจากรถบัสเพื่อเตรียมรับสถานการณ์คับขันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาค่ะ

การคำนึงถึงการใช้รถและถนน

เด็กทุกคนจะต้องถูกจัดที่นั่งให้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมขณะเดินทางด้วยรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยของทารกแล้ว คุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องมีเบาะนิรภัยหรือคาร์ซีทอยู่ในรถค่ะ เบาะนิรภัยทำหน้าที่เปรียบเหมือนเข็มขัดนิรภัยแต่ใช้ระบบผูกรัดที่ช่วยไม่ให้ทารกกระเด็นออกจากเบาะเมื่อรถเบรคอย่างแรงหรือรถชน ซึ่งทำให้โอกาสในการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตน้อยลงกว่า 50% ค่ะ ในยุโรปการมีคาร์ซีทสำหรับเด็กทารกเป็นเรื่องค่อนข้างเคร่งครัด แต่ในประเทศไทยยังไม่มีการระบุกฎหมายให้ใช้เบาะนิรภัยอย่างชัดเจน มีเพียงแต่กฎหมายเกี่ยวกับการใช้เข็มขัดนิรภัยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเข็มขัดนิรภัยไม่สามารถใช้กับเด็กแรกเกิดหรือรับรองความปลอดภัยให้กับเด็กได้ 100% ดังนั้นการมี เบาะนิรภัยในรถ จึงปลอดภัยที่สุด การเลือกเบาะนิรภัยที่เหมาะสมกับลูกจะต้องคำนึงจากน้ำหนัก ส่วนสูง ขนาดตัวและอายุของลูกเป็นหลัก ดังนั้นให้คุณพ่อคุณแม่จะต้องตรวจสอบคำแนะนำจากผู้ผลิตและซื่อเบาะที่มีป้ายรับรองผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยมาแล้ว โดยเบาะนิรภัยมีการแบ่งประเภทดังนี้

1. เบาะนิรภัยแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward-facing baby seat)
เบาะนิรภัยประเภทนี้เหมาะกับทารกและเกิดจนถึง 2 ปีหรือน้ำหนัก 0-13 กิโลกรัม ออกแบบมาเพื่อรองรับกระดูกคอและกระดูกสันหลังที่ยังไม่แข็งแรง ซึ่งการหันเข้าหาเบาะหลังจะช่วยให้ลดแรงกระแทกเวลาเบรกกระทันหันหรือเกิดการชนขึ้นมานั่นเองค่ะ
2. เบาะนิรภัยแบบหันหน้าไปทางหน้ารถ (Forward-facing child seat)
คาร์ซีทตัวนี้จะติดตั้งกับเบาะหลังและหันหน้าไปทางหน้ารถ เหมาะกับเด็กอายุ 2-11 ปีหรือน้ำหนัก 9-18 กิโลกรัม
3. เบาะนิรภัยแบบผสม (Combination seat)
เป็นเบาะนิรภัยที่สามารถหันหน้าและหันหลังได้ เหมาะกับทารกและเกิดจนถึงเด็กอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นเบาะที่สามารถใช้ได้นาน ประหยัดและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามอายุของลูกค่ะ
4. เบาะนิรภัยแบบมีพนักพิงด้านหลัง (High-backed Booster Seat)
เบาะที่มีพนักพิงด้านหลังแบบไม่มีสายรัด เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 4-12 ปีหรือน้ำหนัก 15-36 กิโลกรัม ช่วยให้เด็ก ๆ นั่งสบายมากขึ้น และปรับตัวได้ง่ายก่อนที่จะเปลี่ยนไปนั่งเบาะรถยนต์ และใช้เข็มขัดนิรภัยในรถได้แบบผู้ใหญ่ค่ะ หลังจากเลือกคาร์ซีทหรือเบาะนิรภัยกันแล้ว คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียด เพราะแต่ละรุ่นและแต่ละยี่ห้ออาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงในการใช้เบาะนิรภัยดังต่อไปนี้

พาลูกเที่ยวอย่างปลอดภัย

• ตรวจสอบฐานของเบาะนิรภัยเป็นประจำ เพื่อไม่ให้อุปกรณ์หมุนหรือหลุดออกจากที่นั่ง ปรับสายรัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับขนาดตัวของเด็กตามที่ผู้ผลิตออกแบบมา ซึ่งทำให้หัวเข็มขัดและตะขอเกี่ยวทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
• เบาะนิรภัยควรถูกติดตั้งอย่างเหมาะสม ถ้ามีสายก็เอาสายยึดกับด้านหลังของเบาะไว้ให้แน่น
• อย่าติดตั้งเบาะนิรภัยไว้ที่เบาะหน้าหากรถมีระบบถุงลมนิรภัย แต่ในกรณีที่ต้องใช้เบาะหน้า ให้เลื่อนเบาะหน้าไปข้างหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
• หากลูกต้องการความสนใจในขณะที่กำลังขับรถ ให้จอดรถแวะข้างทางก่อนค่ะ
• อย่าทิ้งลูกให้อยู่ในรถเพียงลำพัง
• ใช้ระบบปุ่มล็อคกันเด็กเปิดประตูจนกว่าลูกจะมีอายุอย่างน้อย 6 ปีค่ะ
• ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และปลูกฝังเรื่องนี้ให้กับลูก สอนให้ลูกสังเกตถนนข้างทางและสัญญาณไฟจราจรเสมอเมื่อพาเขาออกนอกบ้านค่ะ
• หากคุณพ่อคุณแม่กำลังเลือกซื้อเบาะนิรภัยมือสอง คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับประวัติการใช้งานของมัน อย่าใช้หรือซื้อเบาะนิรภัยที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับอุบัติเหตุมาก่อน เช็คสายรัดและเบาะป้องกันต่าง ๆ ว่า สมบูรณ์ไม่สึกหรอหรือเสียหายค่ะ

การใช้รถเข็นเด็ก

• ตรวจสอบเบรกให้ดี และใช้งานได้เมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องเบรกรถเข็น
• ตรวจสอบระบบเข็มขัดรัด 5 จุดในเบาะนิรภัยว่า ทำงานได้ดีและปลอดภัยหรือไม่
• อย่าใส่ของในรถเข็นมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้รถเข็นพลิกคว่ำได้
• จำไว้ว่า รถเข็นจะยื่นหน้าออกจากตัวเราเวลาใช้งาน เมื่ออยู่บนท้องถนนให้เข็นรถเข็นชิดริมทาง และเช็ครถให้ดีก่อนข้ามถนนก่อนเสมอ จากนั้นก็ค่อยเข็นรถชิดฝั่งถนนต่อค่ะ
• นำรถเข็นออกมาจากหลังรถก่อนที่จะพาลูกออกมาจากรถค่ะ

การระวังบุคคลแปลกหน้า

• ไม่สายเกินไปที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนทารกหรือลูกวัยหัดเดินว่า ไม่ควรเข้าหาคนแปลกหน้าหรือไปไหนกับคนอื่นโดยที่คุณพ่อคุณแม่ยังไม่ได้อนุญาตค่ะ
• หากคุณพ่อคุณแม่พลัดหลังกับลูกวัยหัดเดิน ให้สอนพวกเขาเข้าหาคุณแม่ของเด็กคนอื่น ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ
• หากคุณพ่อคุณแม่กำลังจะไปสถานที่คนชุกชมหรือวุ่นวาย เช่น ตลาดหรืองานเทศกาลต่าง ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่เขียนเบอร์โทรศัพท์ตัวใหญ่ ๆ ไว้ที่แขนของพวกเขา เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดค่ะ
• อย่าเขียนชื่อลูกไว้ โดยเฉพาะชื่อและนามสกุลเต็มในที่ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างกระเป๋าของพวกเขา เนื่องจากเด็ก ๆ อาจโดนหลอกล่อเพื่อให้พวกเขาเดินตามหรือตอบรับมิจฉาชีพที่พยายามสร้างความคุ้นเคยโดยใช้ชื่อของพวกเขาค่ะ

การเที่ยวสวนสาธารณะ

• ตรวจสอบสถานที่นั้น ๆ อย่างรวดเร็วว่า สวนสาธารณะและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพดี ไม่มีแมลงหรือสัตว์ที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่ หากสถานที่นั้นมีทรายก็ให้เช็คทรายว่า มีของมีคมหรือไม่
• พยายามสอนลูกให้ใส่รองเท้าไว้เสมอ
• ตั้งกฎให้ลูกใส่หมวกและทาครีมกันแดดเมื่อออกไปเล่นข้างนอก
• พยายามเลือกสวนสาธารณะที่มีรั้วกั้น และมีพื้นที่เล่นสำหรับเด็กหัดเดินไว้ต่างหาก ซึ่งช่วยให้วันที่ออกไปเล่นข้างนอกผ่อนคลายและวุ่นวายน้อยลงค่ะ
• การสอดส่องดูแลเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะแต่ละกิจกรรมที่เด็ก ๆ ทำล้วนแฝงด้วยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีเด็กโตเล่นด้วย ซึ่งพวกเขามีพัฒนาการที่โตกว่าและมีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วเด็กเล็กค่ะ
• การนั่งชิงช้าเป็นหนึ่งกิจกรรมโปรดในสวนสาธารณะของคนส่วนใหญ่ สอนลูก ๆ ให้อยู่ห่างจากชิงช้าเมื่อมีคนเล่นอยู่ค่ะ
• สอนและระวังไม่ให้ลูก ๆ เข้าใกล้เตาปิ้งในสวนสาธารณะ เพราะมันอาจจะยังร้อนอยู่จากการใช้งานครั้งก่อนหน้านี้ค่ะ

การเล่นกับหมาและแมว

• สัตว์ที่ดูสงบและเป็นมิตรก็อาจเข้าโจมตีและทำร้ายเด็กตามสัญชาตญาณได้
• สอนลูก ๆ ให้รักสัตว์ นอกจากนี้ยังต้องสอนให้พวกเขาเล่นกับสัตว์ที่มีเจ้าของ และสามารถเล่นได้ต่อเมื่อเจ้าของอนุญาตเท่านั้น

คุณแม่ที่กำลังเลี้ยงทารกแรกคลอดหรือเด็กเล็ก สามารถติดตามอ่านข้อมูลเกี่ยวข้องได้ที่บทความ อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็ก รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การท่องเที่ยวระหว่างตั้งครรภ์
'การเลี้ยงลูก 10/6/2020

การท่องเที่ยวระหว่างตั้งครรภ์

การท่องเที่ยวของคุณแม่ตั้งครรภ์จะไม่แนะนำให้ท่องเที่ยวในประเทศโซนร้อน โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา เรามีคำแนะนำดีๆ สำหรับคุณแม่มาฝากค่ะ

การแข่งขันระหว่างพี่น้อง
'การเลี้ยงลูก 10/6/2020

การแข่งขันระหว่างพี่น้อง

การแข่งขันระหว่างพี่น้องเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกครอบครัว แม้มันอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกหงุดหงิดและทุกข์ใจไปบ้าง แต่มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัวค่ะ

เตรียมเป็นแม่ 10/10/2019

เรื่องน่ารู้หากอยากมีลูกแฝด

คุณแม่หลายคนอยากมีลูกแฝด และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แฝดมากมาย คุณแม่ที่ท้องลูกแฝดมีโอกาสท้องแฝดประมาณ 90 %

บทความที่คุณน่าจะชอบ