การวางแผนตั้งครรภ์

ว่าที่คุณแม่กำลังวางแผนตั้งครรภ์อยู่รึเปล่าคะ? สิ่งที่ควรตรวจสอบต่อไปนี้เป็นคำแนะนำดีๆที่จะช่วยให้ว่าที่คุณแม่วางแผนเตรียมพร้อมให้ดีทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และแผนการเงินนะคะ การเตรียมความพร้อมทางร่างกายก่อนตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ
• ว่าที่คุณแม่ไม่จำเป็นต้องมีร่างกายแข็งแรงเหมือนสุดยอดนักกีฬา เพียงแค่ร่างกายสมบูรณ์ก็มีลูกได้นะคะ แต่ถ้าเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะตั้งครรภ์จะยิ่งทำให้การตั้งครรภ์เป็นเรื่องง่ายและเป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยที่จะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย
• คุณแม่ควรมองพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเองว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง เช่น นิสัยการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายเป็นประจำ สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์ ใช้ยาสมุนไพรหรือยาเสพติดเป็นประจำ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้
• การออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอทันทีที่เริ่มตั้งครรภ์ โดยปกติแล้วควรปรึกษาเรื่องออกกำลังกายที่เหมาะกับคนท้องกับคุณหมอเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงออกกำลังกายได้ตามปกติด้วยนะคะ
• คุณแม่ควรเสริมกรดโฟลิกซึ่งพบได้ในผักใบเขียวและธัญพืชที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ โดยกินล่วงหน้าก่อนวางแผนตั้งครรภ์ประมาณ 3 เดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ลูกน้อยจะไม่เสี่ยงเป็นโรคระบบประสาทบกพร่อง หรือ Neural Tube Defects หลังจากนั้นคุณแม่ควรเสริมกรดโฟลิกต่อเนื่องจนอายุครรภ์ถึง 3 เดือน สามารถหาซื้ออาหารเสริมกรดโฟลิกได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป
• สำหรับว่าที่คุณพ่อเองควรรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการผลิตสเปิร์ม ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 75 วันกว่าตัวอสุจิจะพัฒนาเต็มวัย ผู้ชายควรรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่อุดมด้วยสังกะสีและซีลีเนียมอย่างเพียงพอ หรือรับประทานวิตามินรวมอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์นะคะ
• มีคำเตือนเกี่ยวกับการรับประทานอาหารทะเล ซึ่งบางชนิดมีความเสี่ยงจะได้รับสารปรอทที่สะสมอยู่ เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ สิ่งที่ควรรับประทานเสริมคือกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบในปลาจำพวกปลาแซลมอน ดีต่อสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์และมีประโยชน์ในการพัฒนาสมองของลูกน้อยด้วยค่ะ
• ถ้าคุณแม่รู้สึกสับสนกับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อดูแลตัวเองและทารกในครรภ์ได้ดีที่สุด นอกจากนั้นยังอ่านบทความเกี่ยวกับปลา, กรดไขมันที่มีประโยชน์ และโอเมก้า 3 ที่สำคัญต่อลูกน้อย

การวางแผนตั้งครรภ์ทำอย่างไร?

การวางแผนตั้งครรภ์

เมื่อคิดจะมีลูก แนะนำให้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดทั้งสามีภรรยาเลยนะคะ ทั้งตรวจเช็คประวัติทางการแพทย์ และทดสอบโรคที่มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ รวมถึงข้อควรระวังบางอย่างเพื่อให้การวางแผนตั้งครรภ์ราบรื่นขึ้น ก่อนพบแพทย์ควรรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะประวัติการตรวจสุขภาพที่ผ่านมา การเจ็บป่วยตั้งแต่วัยเด็ก ข้อมูลการรักษาโรค เช่น โรคหัด โรคคางทูม หัดเยอรมัน ตลอดจนประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ

นอกจากนี้เคยเจ็บป่วยเป็นโรคอื่น ๆ อีกหรือไม่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของทั้งคู่ ประวัติการผ่าตัดหรือการเป็นโรคเรื้อรัง ถ้ามีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วย ทั้งคู่ควรคุยกับพ่อแม่หรือญาติคนอื่น ๆ เพื่อซักประวัติความเจ็บป่วยในวัยเด็ก และประวัติทางพันธุกรรมของครอบครัว รวมถึงเรื่องประวัติการมีลูกแฝด และโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ ที่สืบทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย

โรคบางชนิดมีผลโดยตรงต่อการตั้งครรภ์ เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคร้ายแรงที่เป็นอยู่หรือมีแนวโน้มจะเป็นเช่นเดียวกับคนอื่นในครอบครัว เช่น ความดันโลหิตสูง, มะเร็ง, โรคลมชัก, โรคไตหรือโรคข้ออักเสบ

ประวัติโรคทางนรีเวชของผู้หญิงมีความสำคัญในช่วงวางแผนตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับรอบเดือน, ประวัติทางเพศ, การคุมกำเนิด, การแท้งบุตร, การแท้งบุตร และปัญหาทางนรีเวชอื่น ๆ หากคุณแม่ยังไม่เคยบันทึกวันมีรอบเดือนมาก่อน ควรใส่ใจเริ่มนับวันมีรอบเดือนเพื่อหาวันตกไข่ตั้งแต่ตอนนี้เลย จะช่วยให้วางแผนตั้งครรภ์ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพันธุกรรม

นอกจากนี้การสอบถามประวัติครอบครัวว่าญาติมีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือไม่ จะเป็นประโยชน์มากต่อการวางแผนมีบุตร เพราะโรคทางพันธุกรรมอาจมีความเสี่ยงถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรมจากคนรุ่นก่อน เช่น โรคปอดเรื้อรัง เสี่ยงเป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม เช่น โรคดาวน์ซินโดรม หรือความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่

ส่วนโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ โรคฮีโมฟีเลียหรือโรคเลือดไหลไม่หยุด, โรคธาลัสซีเมียหรือโรคโลหิตจาง, โรคเทย์แซกส์, โรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงรูปเคียวส่งผลต่อคุณภาพของเม็ดเลือดและทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยและโรคซิสติก ไฟโบรซิสหรือโรคหลอดลมพอง

หากหมอหรือผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีความเสี่ยงต่ออาการผิดปกติใด ๆ ก็จะแนะนำได้ว่าควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานใดเป็นพิเศษด้วย ผู้เชี่ยวชาญโรคทางพันธุกรรมจะช่วยอธิบายให้เข้าใจความเสี่ยงของการถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรมและวิธีลดความเสี่ยงด้านความผิดปกติทางพันธุกรรมซึ่งถ่ายทอดภายในครอบครัว อาจรวมถึงประวัติการแท้งลูก หรือเช็คได้ว่าคู่รักมีสายเลือดเกี่ยวพันกันหรือไม่ เพื่อเลี่ยงการแต่งงานในเครือญาติใกล้ชิด แพทย์จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลว่าลูกจะมีโอกาสเป็นโรคพันธุกรรมหรือสุขภาพอ่อนแอกว่าปกติ

การพบหมอในช่วงวางแผนตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร?

การตรวจสุขภาพ

ในช่วงก่อนการตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวางแผนมีลูกและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เริ่มจากการตรวจสอบสภาพร่างกายทั่วไป ได้แก่ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ตรวจเต้านม และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญก่อนตั้งครรภ์และมีสิ่งสำคัญอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
• แพทย์อาจตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อเช็คระดับแอนติบอดีว่ามีภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมัน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับทารกตั้งครรภ์ หากติดเชื้อหัดเยอรมันในช่วงแรกของการตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกคลอดออกมาหูหนวกตั้งแต่แรกเกิดได้ แม้แต่ผู้หญิงที่เคยฉีดวัคซีนเสริมภูมิต้านทานมาแล้วแต่เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด ก็ต้องฉีดวัคซีนเหล่านั้นซ้ำอีกครั้งหลังจากการตั้งครรภ์แล้วประมาณ 3 เดือนเพื่อให้ทารกมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคและคลอดออกมาสมบูรณ์แข็งแรงดีค่ะ
• ในระหว่างตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ คุณแม่ควรปรึกษากับคุณหมอเรื่องประวัติทางการแพทย์เพื่อดูแลลูกน้อยในท้องอย่างถูกต้องและปลอดภัยนะคะ
• คุณแม่ควรเริ่มบันทึกระดับความดันโลหิตตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันที่สูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษที่เสี่ยงทำให้ทารกเสียชีวิตได้ตั้งแต่ในท้อง หากเปรียบเทียบระดับความดันพบความผิดปกติจะได้ดูแลรักษารวดเร็วยิ่งขึ้น
• คุณแม่ควรปรึกษาเรื่องคุมกำเนิดกับแพทย์เพื่อวางแผนหยุดคุมกำเนิดก่อนพยายามมีลูกตามที่ต้องการ หากใช้ถุงยางอนามัยไม่ว่าจะสำหรับผู้ชายหรือผู้หญิง หรือใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนกินทุกวัน ฝังยาคุมกำเนิดเข้าไปในร่างกาย หรือใส่ห่วงคุมกำเนิดในช่องคลอด ควรปรึกษาแพทย์วางแผนหยุดคุมกำเนิด 2-3 เดือนเพื่อปรับระดับฮอร์โมนให้เข้ามาสู่ภาวะปกติก่อนที่จะตั้งครรภ์
• คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและวางแผนดูแลการตั้งครรภ์ อาจเลือกสถานที่ให้บริการหรือการดูแลโดยสูตินรีแพทย์ พยาบาลผดุงครรภ์ หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ทารกแรกคลอด ได้รับการดูแลโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญการมีบุตรตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงคลอดอย่างปลอดภัย

การวางแผนทางการเงิน - เตรียมตัวสร้างครอบครัว

ความจริงแล้วเด็กแรกเกิดไม่ได้ต้องการอะไรมากมายในช่วงแรกคลอด แต่ก็มีของใช้เด็กทารกอีกมากในท้องตลาด มีเรื่องต้องจับจ่ายใช้สอยที่ต้องใช้เงินไม่ใช่น้อย ปัญหาคือคุณพ่อคุณแม่ต้องรับมือกับรายได้ที่หายไปเพราะอาจต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก หรือหากทั้งคู่เลือกที่จะทำงานต่อไป จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงดูแลเด็กเพื่อความสะดวก เท่ากับว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นด้วยนะคะ
หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ได้วางแผนการเงิน ควรวางแผนงบประมาณการเงินสำหรับดูแลครอบครัวใหม่ทั้งหมด คำนวณว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไรและจะรับมืออย่างไร ส่วนทางว่าที่คุณแม่ควรตรวจสอบสิทธิประกันสังคมว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์แบบใดบ้าง เช่น สิทธิเบิกค่าคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์บุตร รวมไปถึงค่าจ้างชดเชยกรณีหยุดงานเพื่อลาคลอด

วางแผนเรื่องงานในช่วงตั้งครรภ์และเลี้ยงดูลูกน้อย

การพบหมอในช่วงวางแผนตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร

นอกจากเรื่องการเงินแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องวางแผนเรื่องการทำงานด้วยว่าจะจัดการอย่างไรในระหว่างที่ท้องแก่ขึ้นเรื่อย ๆ งานที่เคยทำอาจไม่สะดวกในช่วงท้องแก่ หรือถ้าต้องมีช่วงหยุดพักหลังคลอดแล้วจะหารายได้อย่างไร บางอาชีพมีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นเหมาะกับคนมีครอบครัวมากกว่าอาชีพอื่น หลายอาชีพเหมาะกับการทำงานที่บ้านและดูแลลูกไปด้วย หากไม่คิดจะทำงานไปจนถึงเวลาคลอดหรือหลังคลอด อาจถึงเวลาต้องคิดแล้วว่าต้องจัดการกับรายได้ที่กำลังจะหายไปอย่างไร ที่ทำงานบางแห่งมีสัญญาการจ้างงานว่าจะต้องทำงานต่อเนื่องอย่างน้อย 12 เดือนเสียก่อน ถึงจะใช้สิทธิลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร รวมถึงคิดเรื่องเปลี่ยนแผนการทำงานด้วยการมองหาอาชีพที่เหมาะกับการดูแลครอบครัวมากขึ้น

การดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัว

ครอบครัวพ่อแม่มือใหม่จำนวนมากไม่ได้คุยกันให้ชัดเจนเรื่องบทบาทการเลี้ยงดูลูกว่าแต่ละคนแบ่งหน้าที่กันอย่างไร ควรพูดคุยรายละเอียดความรับผิดชอบหน้าที่ในครัวเรือนอย่างชัดเจน แม้แต่เรื่องพื้นฐานว่าใครจะแบ่งหน้าที่ทำงานบ้านและทำงานหลักอย่างไร หากไม่พูดคุยตกลงกันให้ดีแล้วอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกันจนเกิดความขัดแย้งบานปลายในอนาคตได้ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่สามารถติดตามข้อมูลเรื่องการวางแผนตั้งครรภ์ทั้งการวางแผนการเงิน การทำงานระหว่างตั้งครรภ์ หรือคลิกไปอ่าน: เรื่องน่ารู้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การมีลูกแฝด
เตรียมเป็นแม่ 5/18/2020

การมีลูกแฝด

เมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้ตัวว่า กำลังมีลูกแฝด อาจทำให้รู้สึกประหลาดใจไปตาม ๆ กัน ทั้งรู้สึกช็อก เป็นกังวล และไม่ยอมรับ รวมไปถึงความรู้สึกสุขใจค่ะ

โอกาสตั้งครรภ์ลูกแฝด
เตรียมเป็นแม่ 5/18/2020

คลอดทางช่องคลอดโดยอาศัยการช่วยคลอด

คุณพ่อคุณแม่หลายคู่พยายามเพิ่มโอกาสในการมีลูกแฝด และคงอยากจะรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้สมหวัง เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันค่ะ

ิbest-time
เตรียมเป็นแม่ 3/27/2020

ช่วงเวลาดีที่สุดสำหรับการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์นั้นมีจังหวะเวลาเป็นเรื่องสำคัญ คู่รักควรเลือกมีเพศสัมพันธ์ในช่วงใกล้เคียงวันตกไข่ที่สุด เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์มาฝากค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ