ปริมาณการให้นมลูกน้อยอย่างถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย หนึ่งในโจทย์ท้าทายสำหรับคุณแม่มือใหม่

การให้นมแม่ ซึ่งเป็นอาหารหลักของลูกน้อยในวัยทารกนั้นเป็นอีกเรื่องละเอียดอ่อนที่คุณแม่มือใหม่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจ เพราะเด็กทารกแต่ละคนจะมีความต้องการนมในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก การเผาผลาญพลังงาน การเคลื่อนไหวและการดูดซึมของร่างกาย ทั้งยังมีปริมาณความต้องการที่มีความแตกต่างสำหรับทารกในแต่ละช่วงวัยอีกด้วย การให้นมแม่ จะต้องพิจารณาเรื่องปริมาณซึ่งค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงวัย รวมถึงจำนวนครั้ง โดยแบ่งได้ดังนี้

• ช่วงเดือนแรก เป็นช่วงที่ลูกน้อยจะหลับและตื่นบ่อยตลอดเวลา ยังกินนมได้ในปริมาณที่ไม่มากในแต่ละครั้ง โดย 3 วันแรกหลังคลอดจะกินนมได้ 0.75 - 1 ออนซ์ต่อครั้ง และเมื่อสัปดาห์แรกหลังคลอดปรับเป็น 1.5 - 2 ออนซ์ต่อครั้ง หลังจากนั้นในช่วงเดือนแรกปรับปริมาณเป็น 2.5 - 5 ออนซ์ต่อครั้ง คุณแม่สามารถให้นมลูกทุก ๆ 3 ชม. ในเวลากลางวันและทุก ๆ 4 ชม. ในช่วงกลางคืน โดยปริมาณนมที่เหมาะสมที่ลูกควรได้รับในแต่ละวันจะต้องอยู่ในช่วง 16 - 24 ออนซ์ และสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณแม่ต้องทำทุกครั้งหลังลูกกินนมอิ่มนั่นก็คือการจับลูก “เรอนม” เพื่อไล่ลมออกจากท้องให้เรียบร้อย ช่วยให้ลูกไม่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อและปวดท้อง
• ช่วงเดือนที่สอง เมื่อขนาดของกระเพาะลูกใหญ่ขึ้นและสามารถรับนมได้ในปริมาณที่มากขึ้นต่อครั้งคุณแม่ก็สามารถปรับลดความถี่ในการให้นมต่อวันจาก 8 ครั้งเหลือ 7 ครั้ง โดยแบ่งให้นมในแต่ละมื้อเพื่อให้ลูกได้รับนมในปริมาณ 16 - 24 ออนซ์ต่อวัน โดยควรลดมื้อนมในช่วงกลางคืนเพื่อที่จะได้ฝึกให้ลูกรู้จักนอนให้เป็นเวลาขณะที่คุณแม่เองก็จะได้มีโอกาสพักผ่อนยาวนานขึ้นด้วย
• ช่วงเดือนที่ 3 - 5 เป็นช่วงที่ลูกน้อยจะค่อย ๆ รู้จักเวลากลางวันและกลางคืนและเริ่มนอนได้ต่อเนื่องยาวนานมากขึ้น เด็กบางคนอาจนอนได้ยาวถึงครั้งละ 6 ชม. เลยทีเดียว ส่วนกระเพาะอาหารของลูกในระยะนี้ก็จะสามารถรับนมในปริมาณที่มากขึ้นได้เรื่อย ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน - นอนที่จะลงตัวและเป็นเวลามากขึ้น ในช่วงนี้คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ 6 - 7 ครั้งต่อวัน โดยปริมาณนมที่เหมาะสมสำหรับลูกในช่วงนี้คือ 24 - 32 ออนซ์ต่อวัน
• ช่วงวัย 6 - 7 เดือน เป็นช่วงที่ต้องเริ่มให้อาหารเสริมกับลูกอย่างเช่นกล้วยผสมกับข้าวบด นั่นจึงทำให้คุณแม่จะต้องค่อย ๆ ปรับลดมื้อนมลงในช่วงนี้เหลือ 5 - 6 มื้อต่อวัน โดยให้ได้ปริมาณนม 32 ออนซ์ต่อวันแล้วเพิ่มอาหารทารกแทนนมไป 1 มื้อ
• ช่วงวัย 8 - 12 เดือน เป็นช่วงที่คุณแม่สามารถเพิ่มจำนวนอาหารเสริมเป็น 2 - 3 มื้อต่อวัน ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ ลดมื้อนมลงให้เหลือเพียง 4 - 5 มื้อต่อวันก็เพียงพอ
• ช่วงวัย 1 ปีขึ้นไป คุณแม่ต้องพยายามจัดปริมาณนมให้เหมาะสมเพราะเด็กในวัยนี้จะเริ่มกินอาหารเป็นหลักและดื่มนมเป็นอาหารเสริม การปล่อยให้ลูกดื่มนมในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้ลูกกินข้าวในแต่ละมื้อได้ลดลง

จุดสังเกตที่คุณแม่ควรรู้ว่าลูกได้รับนมเพียงพอหรือยังในแต่ละมื้อ

การที่เด็กทารกยังไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาพูดกับคุณแม่ได้ การหมั่นสังเกตอาการและเรียนรู้สัญญาณทางร่างกายต่าง ๆ ของทารกก็จะช่วยบอกคุณแม่ได้ว่าลูกอิ่มนมหรือยัง และปริมาณนมที่ได้เพียงพอหรือไม่ โดยมีข้อสังเกตง่าย ๆ สำหรับคุณแม่ดังนี้

• อาการหันหน้าออกจากอกของแม่แสดงให้เห็นว่าลูกอิ่มนมแล้ว
• ดูจากปริมาณของอุจจาระของลูกโดยใน 24 ชม. ลูกจะต้องอุจจาระอย่างน้อย 2 ครั้ง และต้องมี 1 ครั้งที่ปริมาณของอุจจาระมีพื้นที่เท่ากับขนาดแกนของกระดาษทิชชู แต่หากลูกอุจจาระมากถึง 4 ครั้งก็แสดงให้เห็นว่าลูกได้รับนมในปริมาณที่มากเกินไป

อาการแพ้นมในเด็กทารก เรื่องสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม

หลังให้นมลูกทุกครั้งนอกจากการจับ “เรอนม” หรือไล่ลมออกจากท้องของลูกแล้วคุณแม่ยังต้องหมั่นสังเกตอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยได้ด้วย โดยเฉพาะ อาการแพ้นมของเด็ก ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยนั้นถือเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

อาการของเด็กแพ้นม

อาการที่บ่งบอกว่าลูกแพ้นมนั้นสามารถแสดงให้เห็นได้หลายลักษณะซึ่งคุณแม่จะต้องคอยหมั่นสังเกตความผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณของ อาการ เด็ก แพ้ นม ได้แก่
• ลูกร้องไห้โยเยมีอาการเหมือนท้องอืดแน่นท้อง ทั้งที่จับเรอนมหลังป้อนนมแล้วทุกครั้ง
• หายใจติดขัด มีเสียงครืดคราดหรือมีน้ำมูกแทบตลอดเวลา
• ผิวหนังลอก เป็นแผลหรือเป็นผื่นแดง
• อาเจียน
• ถ่ายเป็นมูกเลือด

หากลูกมักมีอาการเหล่านี้หลังป้อนนมคุณแม่ควรพาลูกไปรับการปรึกษาจากแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาต่อไป เพราะ อาการแพ้นมในเด็กทารก นั้นส่วนมากจะเกิดขึ้นได้ในช่วง 1 ขวบปีแรกและจะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อลูกโตเป็นวัยรุ่น
อาการแพ้นมของเด็ก นั้นสามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าจะให้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว นั่นก็เพราะว่าลูกน้อยอาจแพ้สารต่าง ๆ ที่ปะปนอยู่ในน้ำนมของแม่ โดยเฉพาะโปรตีนจากนมวัวหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัวในอาหารที่แม่รับประทานนั่นเอง ซึ่งกรณีนี้คุณแม่ต้องพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารโดยเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมวัวตลอดช่วงที่ให้นมลูก แต่หากว่า อาการเด็กแพ้นม เกิดจากโปรตีนนมวัวซึ่งมีอยู่ใน “นมผสม” หรือ “นมผง” ก็จะต้องเปลี่ยนสูตรนมให้กับลูกไปเป็นกลุ่มนมสำหรับเด็กที่แพ้นมวัวโดยเฉพาะหรือเป็นนมถั่วเหลืองแทน
การจัดปริมาณนมและกำหนดมื้อนมให้เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยของลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับคุณแม่มือใหม่ไม่น้อย แต่หากคุณแม่หมั่นสังเกตและพยายามเรียนรู้จากพฤติกรรมและลักษณะท่าทางของลูกน้อย คุณแม่ก็จะเข้าใจสามารถปรับวิธีการให้นมและกำหนดปริมาณนมให้ลงตัวกับลูกน้อยได้อย่างรวดเร็ว

บทความที่คุณน่าจะชอบ

เตรียมเป็นแม่ 10/10/2019

การตั้งครรภ์และเครื่อง คำนวณวันไข่ตก

การนับวันไข่ตก เป็นสาระประโยชน์ดี ๆ ที่ว่าที่คุณแม่ทุกคนควรรู้ เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หรือช่วงเวลาที่สภาพร่างกายมีความพร้อมและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์
เตรียมเป็นแม่ 9/14/2020

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นกิจกรรมที่คู่รักหลายคู่นิยมปฏิบัตินะคะ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นการสื่อสารและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก

เด็กแรกเกิด 4/27/2019

ลูกน้อยวัย 29 เดือน

กล้ามเนื้อลูกน้อยค่อยๆ พัฒนาและแข็งแรงมากขึ้น ลูกสามารถยกของที่มีน้ำหนักได้มากขึ้น

บทความที่คุณน่าจะชอบ