ระดับฮอร์โมน hCG ในครรภ์แฝด

ระดับฮอร์โมน hCG ในครรภ์แฝด

ฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotrophin Hormone) เป็นคำจำกัดความสำหรับการตั้งครรภ์โดยเฉพาะ และในภาษาไทยเราเรียกกันว่า “ฮอร์โมนตั้งครรภ์” ที่ผลิตจากเซลล์ของรกซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกใช้เพื่อบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ที่พบได้ในเลือดและปัสสาวะของคุณแม่ การตรวจวัดค่า hCG ค่อนข้างละเอียดอ่อนที่ต้องการใช้ค่าฮอร์โมน hCG ที่มีค่าความเข้มข้นสูงสุดเพื่อนำไปวินิจฉัยผลตั้งครรภ์ที่เป็นบวก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผลการตรวจ hCG จะเป็นผลบวกปลอม เนื่องจากค่า hCG มีความแม่นยำสูง และเป็นตัวแปรที่บ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ที่แน่นอน อย่างไรก็ตามอาจมีความเป็นไปได้ที่ผลการตรวจจะเป็นผลบวกปลอมในกรณีที่ค่า hCG มีความเข้มข้นไม่เพียงพอเมื่อตรวจสอบในคุณแม่ที่อยู่ในระยะตั้งที่เร็วเกินไป ซึ่งผลที่ตามมาคือเลือดและปัสสาวะเจือจางเกินไปจึงไม่สามารถหาค่าได้ค่ะ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมหลาย ๆ บ้านจึงเลือกซื้อที่ตรวจครรภ์ไว้ 2 อัน เพื่อใช้ในการตรวจครรภ์วัดค่าที่แม่นยำค่ะ

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ตัวอ่อนส่วนใหญ่จะฝังตัวที่ผนังมดลูกในช่วงวันที่ 8 ถึงวันที่ 10 หลังจากการตกไข่ ทั้งนี้ทฤษฎีนี้ก็สามารถคลาดเคลื่อนได้เช่นกัน เพราะสำหรับคุณแม่บางคนตัวอ่อนอาจจะฝังตัวหลังจากตกไข่ได้ 5 วันค่ะ

ฮอร์โมน hCG จะเริ่มผลิตเมื่อใด?

ฮอร์โมน hCG จะผลิตเร็วมากหลังจากมีการปฏิสนธิ และเมื่อเซลล์ไซโกตฝังตัวลงไปที่ผนังมดลูกของคุณแม่ มันจะเริ่มก่อตัวจากเซลล์เล็ก ๆ จนกลายเป็นรกในที่สุด หน้าที่ของฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยหล่อเลี้ยงและสนับสนุนไซโกตหรือเซลล์ที่จะกลายเป็นตัวอ่อนในภายหลัง โดยจะดูแลเซลล์จนกว่ารกจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เพื่อทำหน้าที่นี้ต่อไป นอกจากนี้ฮอร์โมนยังทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ร่างกายหยุดการมีประจำเดือน เนื่องจากร่างกายต้องใช้เยื่อบุมดลูกในการหล่อเลี้ยงทารกให้เจริญเติบโตค่ะ

สำหรับผลการตรวจเลือดจะมีความแม่นยำมากกว่าการตรวจค่า hCG ในปัสสาวะ ซึ่งทำให้ตรวจพบค่า hCG ได้เร็วกว่า เนื่องจากปัสสาวะอาจจะเจือจางเกินกว่าจะหาค่าได้ ผู้ผลิตอุปกรณ์การตั้งครรภ์จึงแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนใช้ที่ตรวจครรภ์เมื่อปัสสาวะครั้งแรกในตอนเช้าเพื่อให้ได้ค่าปัสสาวะที่เข้มข้นค่ะ

ฮอร์โมน hCG จะเริ่มถูกผลิตแม้ในช่วงก่อนที่ประจำเดือนจะหยุดมา เร็วสุดภายใน 11 วันหลังจากมีการปฏิสนธิ ซึ่งเป็นไปได้ว่า ฮอร์โมนชนิดนี้จะปรากฏในเลือด และถูกขับออกมาทางปัสสาวะภายใน 12-14 วัน ถ้าหากคุณแม่มีลูกแฝด ค่าฮอร์โมน hCG ของคุณแม่มีแนวโน้มจะแตกต่างกว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เดี่ยว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะการตั้งครรภ์และคุณแม่แต่ละคนค่ะ

ค่า hCG จะพบในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการตรวจค่า hCG คือวิธีที่ใช้ตรวจสอบปัสสาวะในด้านการใช้ยาและสารต้องห้ามในนักกีฬาหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย การพบค่า hCG ในตัวอย่างปัสสาวะอาจมีผลเป็นเท็จได้ เมื่อเวลาผ่านไปจึงทำให้พนักงานห้องปฏิบัติการตั้งคำถามถึงความถูกต้อง และการยืนยันตัวอย่างในปัสสาวะของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะกรณีที่ผลตรวจมาจากผู้ชายค่ะ

อัตราการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน hCG

อัตราการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน hCG

โดยปกติแล้วค่าฮอร์โมน hCG จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็น 2 เท่าทุก ๆ 2-3 วัน (48-72 ชั่วโมง) แต่ฮอร์โมนจะถูกผลิตเฉพาะช่วงแรก ๆ ของการตั้งครรภ์เท่านั้น โดยประมาณ 85% ของการตั้งครรภ์ทั่วไประดับของ hCG จะผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุก ๆ 3 วัน และมีแนวโน้มที่จะผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุดในระหว่าง 8-10 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ หลังจากนั้นระดับฮอร์โมน hCG จะค่อย ๆ ลดลง เมื่อการตั้งครรภ์พัฒนาไปเรื่อย ๆ ระดับฮอร์โมนที่ต่ำอยู่ก็จะคงที่ตลอดระยะการตั้งครรภ์ การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน hCG เป็นสาเหตุของ อาการแพ้ท้อง อาการคลื่นไส้และความเหนื่อยล้า ที่เราคุ้นเคยกันในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก ซึ่งจะเริ่มออกอาการในช่วง 2-3 เดือนแรกค่ะ

ประมาณตั้งครรภ์เดือนที่ 4 รกจะเข้ามาทำหน้าที่ควบคุม และหล่อเลี้ยงตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตแทน ร่างกายจึงไม่ต้องการระดับ hCG ที่มีระดับสูงอีกต่อไป ทุก ๆ อย่างจะเป็นไปจะดำเนินไปตามกระบวนการของมัน อย่างในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 เป็นช่วงที่ทารกเจริญเติบโตได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปค่ะ

สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องจำไว้คือค่าฮอร์โมน hCG ไม่คงที่เสมอไป ค่าเฉลี่ยของระดับฮอร์โมน hCG ขึ้นอยู่กับปัจจัยของคุณแม่และทารกแต่ละคน การเปลี่ยนแปลงและความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในแต่ละระยะและอายุของการตั้งครรภ์จึงมีความแตกต่างกัน คุณแม่บางคนมีค่าฮอร์โมนที่ต่ำมาก แต่การคลอดทารกกลับเป็นไปอย่างสมบูรณ์ และทารกมีร่างกายที่แข็งแรง สำหรับคุณแม่บางคนที่มีค่าฮอร์โมนสูงมาก ๆ อาจเป็นข้อสันนิษฐานให้แพทย์ว่า คุณแม่อาจตั้งครรภ์แฝดสองหรือแฝดสามค่ะ แต่ในความจริงแล้วคุณแม่อาจจะอุ้มท้องลูกแค่คนเดียวก็ได้ค่ะ

เมื่อแพทย์มีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่า hCG พวกเขาอาจจะทำการตรวจทั่วไปด้วย การอัลตร้าซาวด์ ซึ่งวิธีนี้สามารถช่วยในการประเมินอายุ และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้ดีกว่าการตรวจวัดระดับ hCG ในเลือดที่ค่าฮอร์โมนแนวโน้มจะไม่คงที่สูง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจครรภ์ด้วยการตรวจภายใน ซึ่งมีผลตรวจที่มีความแม่นยำมากกว่าการอัลตร้าซาวด์ค่ะ

เมื่อระดับฮอร์โมน hCG ต่ำอย่างต่อเนื่อง และร่างกายของคุณไม่แสดงอาการตั้งครรภ์ใด ๆ ออกมา อาจมีแนวโน้มที่คุณแม่จะมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ยกตัวอย่างเช่น ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก ภาวะท้องลมหรือภาวะแท้งคุกคาม บางครั้งการตรวจพบค่าฮอร์โมน hCG ที่ต่ำอาจเกิดมาจากการคำนวณระยะเวลาที่ผิดพลาดตั้งแต่การปฏิสนธิค่ะ

การตรวจครรภ์ด้วยวิธีอัลตร้าซาวด์อาจต้องจับตา และดูแลอย่างใกล้ชิด เราคาดว่า 1 ใน 5 ของการตั้งครรภ์นั้นไม่สมบูรณ์ และเกิดการแท้งบุตรตามธรรมชาติ แม้มันจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังแต่มันคือความจริงที่เจ็บปวดที่คุณแม่ต้องยอมรับให้ได้ แต่ถ้าหากระดับ hCG ในครรภ์สูงมากอาจเกิดมาจากการคำนวณวันที่ผิดพลาด การตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์หรือการตั้งครรภ์ลูกหลายคนค่ะ

เราจะรู้ค่า hCG ได้อย่างไร?

เราจะรู้ค่า hCG ได้อย่างไร?

คุณแม่จะไม่รู้ค่า hCG จนกว่าแพทย์ผู้ดูแลการตั้งครรภ์จะตรวจสอบ และบอกระดับฮอร์โมนให้คุณแม่ทราบ แต่ถ้าหากคุณแม่ได้รับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่อาจมีความเสี่ยงใน การแท้งบุตร หรืออาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะต้องได้รับการตรวจค่า hCG ค่ะ แต่โดยทั่วไปแล้วการวัดค่า hCG จะไม่ได้ใช้ตรวจกับคุณแม่ทุกคนค่ะ

ค่า hCG ในครรภ์แฝด

เมื่อคุณแม่ ตั้งครรภ์แฝด คุณแม่จะมีค่า hCG สูงกว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เดี่ยว แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้เสมอไป เนื่องจากค่า hCG ไม่สามารถวัดสถานะการตั้งครรภ์ได้จากการตั้งครรภ์เดี่ยวหรือการตั้งครรภ์แฝดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมถึงปัจจัยและสภาพร่างกายของคุณแม่แต่ละคนอีกด้วย ดังนั้นการเปรียบเทียบค่าฮอร์โมน hCG จึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างใดค่ะ

โดยทั่วไปคุณแม่จะไม่ทราบว่า ตัวเองมีค่า hCG เท่าไหร่ จะรู้แค่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์จากการตัดสินใจทางคลินิก และอาจเป็นเพราะผลจากการตรวจครรภ์ที่บ้านหรือจากแพทย์ผู้ดูแลค่ะ การตรวจครรภ์ที่บ้านอาจไม่ได้ให้ผลค่า hCG ที่แม่นยำเหมือนในโรงพยาบาล แต่เพียงแค่ตรวจให้ทราบว่า พบฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะหรือไม่ อย่างไรก็ตามสำหรับคุณแม่ที่ได้รับความช่วยเหลือทางเทคโนโลยีเจริญพันธ์ และได้รับการตรวจเลือดเป็นประจำ การตรวจค่า hCG ในเลือดอาจเป็นประบวนการที่ง่ายกว่าการตรวจแบบอื่น ๆ เนื่องจากผลทางพยาธิวิทยาค่ะ

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกแฝด เป็นเรื่องปกติที่ค่า hCG จะสูงกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์เดี่ยวราว 30%-50% แต่ค่านี้จะไม่ปรากฏเมื่อการตั้งครรภ์ระยะแรกผ่านพ้นไปแล้วค่ะ

อาจเป็นที่น่ากังวลหากฮอร์โมน hCG เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อตัวอ่อนฝังตัวในรังไข่หรือเติบโตอย่างรวดเร็วในเนื้อเยื่อรกที่ไม่ใช่ในครรภ์ก็อาจทำให้ระดับ hCG สูงขึ้นได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีมะเร็งบางชนิดที่ส่งผลให้ค่า hCG สูงขึ้นได้แต่พบได้ยากค่ะ

การตรวจค่า hCG ในครรภ์คืออะไร?

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะต้องมีค่า hCG มากกว่า 25 mlU/ml. ถ้าหากอ่านค่าได้ต่ำกว่า 5 mlU/ml. ผลการตั้งครรภ์จะเป็นลบ วิธีนี้เป็นการวัดค่าความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ตามหน่วยวัดมาตรฐานสากลต่อเลือด 1 มิลลิลิตรของคุณแม่ค่ะ การอ่านค่าปริมาณฮอร์โมน hcG ในแต่ละครั้งจะไม่มากนัก แต่ความเข้มข้นของฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆเมื่อเวลาผ่านไปสักพักค่ะ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีบ่งบอกว่า รกในครรภ์กำลังหลั่งสาร hCG ที่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยง และสนับสนุนไซโกตหรือตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ค่ะ

ทางการแพทย์โดยทั่วไปจะมีการตรวจค่า hCG อยู่ 2 ประเภท วิธีแรกคือการตรวจค่า hCG เชิงคุณภาพเพื่อตรวจว่า พบฮอร์โมน hCG ในเลือดหรือส่วนอื่นหรือไม่ อีกหนึ่งประเภทคือการตรวจค่า hCG เชิงปริมาณเพื่อตรวจวัดปริมาณฮอร์โมน hCG ที่มีอยู่จริงค่ะ หากแพทย์มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือการอ่านค่า hCG ที่สูงหรือต่ำกว่าปกติ แพทย์อาจจะมีการสั่งให้ตรวจค่า hCG เชิงปริมาณในเลือดค่ะ

การมีระดับฮอร์โมน hCG สูงหมายถึงการมีลูกแฝดหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ นอกจากการตั้งครรภ์แฝดแล้วมีเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ค่า hCG สูงขึ้นได้เช่นกัน และคุณแม่ต้องจำไว้ว่า มีหลายปัจจัยที่พบได้ในระดับฮอร์โมน hCG ซึ่งระดับฮอร์โมนเหล่านี้ไม่ควรถูกนำไปใช้เพื่อประเมินการตั้งครรภ์ เนื่องจากค่าฮอร์โมนไม่คงที่ และอาจนำไปแปรค่าได้หลายอย่างค่ะ การอ่านค่าฮอร์โมนไม่สามารถให้ข้อมูลสถานะการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องได้ แต่ถ้าหากแพทย์มีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ อาจจะมีการทดสอบหลาย ๆ ครั้งในสองสามวันเพื่อชี้วัดความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์ค่ะ

แม้คุณแม่จะตั้งครรภ์ลูกแฝดก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า ร่างกายของคุณแม่จะผลิตฮอร์โมนได้เร็วขึ้นกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว แต่เนื่องจากระดับค่าฮอร์โมน hCG ของคุณแม่สูงกว่าคุณแม่คนอื่น ๆ จึงเป็นไปได้ว่า คุณแม่อาจจะรู้ตัวและพบว่า ตัวเองกำลังตั้งครรภ์เร็วขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเนื่องจากค่า hCG ที่สูงกว่านั่นเอง

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์ สามารถติดตามอ่านข้อมูลเกี่ยวข้องได้ที่บทความ อาการแพ้ท้อง, การอัลตร้าซาวด์ และ อาการตั้งครรภ์ลูกแฝด รวมถึงในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การย้ายตัวอ่อนในการทำเด็กหลอดแก้ว
เตรียมเป็นแม่ 3/31/2020

การย้ายตัวอ่อนในการทำเด็กหลอดแก้ว

การย้ายตัวอ่อนเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือ การรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) เรามีบทความดีๆ มาฝากกันค่ะ

เตรียมเป็นแม่ 10/11/2019

เคล็ดลับ อยาก ท้อง ทำ ไง ดี

เมื่อนาฬิกาชีวิตส่งสัญญาณเตือนภาวะมีลูกยาก คุณแม่พยายามสังเกตประจำเดือนแล้วแต่เจ้าตัวน้อยก็ไม่มาสักที เราแนะนำให้คุณแม่พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเบื้องต้นว่ามีความผิดปกติหรือไม่

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์
เตรียมเป็นแม่ 9/14/2020

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นกิจกรรมที่คู่รักหลายคู่นิยมปฏิบัตินะคะ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นการสื่อสารและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก

บทความที่คุณน่าจะชอบ