การคลอดก่อนกำหนด

การคลอดก่อนกำหนด

เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะคลอดก่อนที่จะมีอายุในครรภ์ 37 สัปดาห์ ถ้าเป็นทารกทั่วไปจะคลอดเมื่อมีอายุ 38 ถึง 42 สัปดาห์ค่ะ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีน้ำน้อยกว่าทารกคนอื่น ๆ และเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพ เพราะว่าอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ได้ค่ะ

การคลอดก่อนกำหนดอาจเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวและตกใจเป็นอย่างมากค่ะ โดยเฉพาะกำหนดการณ์คลอดที่เร็วกว่าวันคลอดจริงหลายเดือน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ใจหายไปตาม ๆ กัน การคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคนนะคะ แม้กระทั่งกับคุณแม่ที่มีความเสี่ยงต่ำในเรื่องนี้ แต่หากเรารู้สัญญาณของการคลอดก่อนกำหนดไว้ก่อน อาจทำให้เราเข้าใจและรับมือกับปัญหานี้ได้ค่ะ โอกาสรอดชีวิตของทารกคลอดก่อนกำหนด

เด็กทารกคลอดก่อนกำหนดที่มีอายุ 8 สัปดาห์ต้นๆ ก็สามารถมีโอกาสรอดชีวิตและมีแนวโน้มที่จะมีพัฒนาการเทียบเท่ากับเด็กทารกที่โตเต็มที่ ซึ่งหากว่าน้องเติบโตและมีอายุ 24 ถึง 25 สัปดาห์ไปแล้ว น้องก็เติบโตมากพอที่จะมีชีวิตรอดแน่ๆแล้วค่ะคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลมากแล้วแต่อย่างใด แต่เด็ก ๆ อาจจะต้องใช้เวลาในห้องอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) นานสักหน่อยและต้องการการดูแลเป็นพิเศษเมื่อกลับบ้านค่ะ

ได้ยินแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าพึ่งท้อใจกันไปนะคะ การคลอดก่อนกำหนดนั้นสามารถป้องกันได้ หากเราฝากครรภ์อย่างมีคุณภาพตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อที่ทางแพทย์จะได้ตรวจสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยและในระหว่างนั้นก็ยังได้รับคำแนะนำในการดูแลตัวเองและลูกอย่างถูกต้อง เมื่อพบปัญหาการคลอดก่อนกำหนด ทางโรงพยาบาลก็จะสามารถวางแผนการคลอดและการรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

อะไรเป็นสาเหตุให้ทารกคลอดก่อนกำหนด?

50 เปอร์เซ็นต์ของทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้นไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ค่ะ แม้ว่านักวิจัยจะระบุกลุ่มคุณแม่ที่มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดไว้แล้วก็ตาม ซึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณแม่ที่มีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดมีดังนี้

• คุณแม่ที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด
• คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกแฝด แฝดสาม หรือ มากกว่า
• คุณแม่ที่มีความผิดปกติของมดลูก หรือ ปากมดลูก
• คุณแม่วัยรุ่นที่ให้กำเนิดลูกครั้งแรก
• คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 37 ปีขึ้นไปและมีลูกครั้งแรก
• ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ก่อให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด

ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจส่งผลภาวะการคลอดก่อนกำหนด

สภาพร่างกายระหว่างตั้งครรภ์สามารถเพิ่มโอกาสการคลอดก่อนกำหนดได้จากกิจกรรมดังต่อไปนี้
• การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในช่องคลอด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และการติดเชื้ออื่น ๆ
• โรคเบาหวาน
• ความดันโลหิตสูง
• การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน)
• มีเลือดออกจากช่องคลอด
• ความพิการหรือความผิดปกติของทารกแต่กำเนิด
• การตั้งครรภ์ทารกคนเดียวหลังการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF)
• มีน้ำหนักน้อยก่อนตั้งครรภ์
• โรคอ้วน
• ระยะห่างของการตั้งครรภ์แต่ละครั้งสั้นเกินไป (น้อยกว่า 6-9 เดือนระหว่างการเกิดของทารกคนก่อนและการเริ่มตั้งครรภ์ครั้งต่อไป)

รูปแบบการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด

จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยการดำเนินชีวิตบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีปัจจัยดังต่อไปนี้
• การไม่ดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์
• การสูบบุหรี่ ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่ที่มีภาวะคลอดก่อนกำหนดเกิดจากคุณแม่ที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่จากคนรอบตัว
• การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ใช้ยามากเกินไป
• ความรุนแรงในครอบครัว เช่น ความเครียดจากการถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย ทางเพศและอารมณ์

ผลกระทบของทารกที่คลอดก่อนกำหนด


ผลกระทบของทารกที่คลอดก่อนกำหนด


การคลอดก่อนกำหนดยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย มีทารกมากมายที่โตขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ แต่กับบางคนก็ไม่โชคดีเช่นนั้นค่ะ ถึงแม้ทารกจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดจากพ่อแม่ แต่ทว่าการคลอดก่อนกำหนดนั้นอาจส่งผลให้เด็กพิการถาวร เช่น สมองพิการ ความบกพร่องทางสติปัญญา ปัญหาการเรียนรู้ โรคปอดเรื้อรังและปัญหาการมองเห็นและการได้ยิน ความพิการทางระบบประสาทในเด็กล้วนเกี่ยวข้องกับการคลอดก่อนกำหนดค่ะ

ทารกที่คลอดก่อนกำหนดยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ (RSV) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างในทารกและเด็ก อีกทั้งยังเป็นโรคที่มีโอกาสติดต่อกันได้สูง สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดที่ติดเชื้อ RSV อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ

แล้วคุณแม่สามารถทำอะไรได้บ้าง?

คุณแม่จำไว้นะคะ แม้ว่าคุณแม่จะมีปัจจัยเสี่ยง แต่การคลอดก่อนกำหนดอาจจะไม่เกิดขึ้นกับคุณแม่ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณแม่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงด้านนี้ การเรียนรู้สัญญาณเตือนของการเจ็บครรภ์ไว้ก่อนจะช่วยให้คุณแม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ระดับหนึ่งค่ะ

การตั้งครรภ์ล้วนมีจุดมุ่งหมายให้ทั้งแม่และลูกมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีค่ะ คุณแม่สามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองและลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและเน้นการออกกำลังกายที่ดี งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาทุกชนิดค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ควรไปหาสูติแพทย์ทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์เพื่อวางแผนดูแลการฝากครรภ์และอัลตราซาวด์ลูกในท้องค่ะ

ความเครียดเป็นปัจจัยต่อการคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นคุณแม่ทำใจให้สบาย และเรียนรู้เทคนิคการผ่อนคลายเข้าไว้นะคะ หากคุณแม่มีแนวโน้มที่จะมีความเครียด ให้ปลีกตัวออกจากภาระหน้าที่ และผู้คนที่ก่อให้เกิดความเครียดทันทีค่ะ การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสุดพิเศษของผู้หญิงก็ว่าได้ เพียงคุณแม่นั่งสบาย ๆ ผ่อนคลาย และทำใจให้มีความสุขเพลิดเพลินไปกับทุกสิ่งรอบตัวก็พอค่ะ

คุณแม่สามารถอ่านพัฒนาการของทารกคลอดก่อนกำหนด หรืออาจสังเกตุพบอาการวิตกกังวลหลังคลอดของตนเอง และอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ Huggies ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การอาบน้ำร้อนระหว่างตั้งครรภ์
พัฒนาการลูกน้อย 6/30/2020

การอาบน้ำร้อนระหว่างตั้งครรภ์

สิ่งดีที่สุดสำหรับคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์คือการหาวิธีผ่อนคลายให้สบายกายสบายใจ การอุ้มท้องเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษสำหรับผู้หญิงแทบทุกคนค่ะ

บริหารผ่อนคลายคอและไหล่ ฟื้นฟูอุ้งเชิงกราน
พัฒนาการลูกน้อย 6/25/2020

บริหารผ่อนคลายคอและไหล่ ฟื้นฟูอุ้งเชิงกราน

มีวิธีการบริหารร่างกายที่ยอดเยี่ยมอยู่ 3 แบบ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาความเครียดและความตึงเครียดทางร่างกาย เรามีท่าบริหารร่างกาย มาฝากกันค่ะ

แม่ท้องว่ายน้ำช่วยเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์จนน่าทึ่ง
การตั้งครรภ์ 4/26/2019

แม่ท้องว่ายน้ำช่วยเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์จนน่าทึ่ง

พัฒนาการของทารกในครรภ์สร้างได้จากแม่สู่ลูก การออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้ไม่ยาก แต่หากจะให้ออกกำลังกายแบบหักโหมก็คงไม่ดีแน่  การออกกำลังกายในน้ำ หรือการว่ายน้ำสำหรับแม่ตั้งครรภ์เป็นการออกกำลังที่ไม่หนักจนเกินไป แถมทารกในครรภ์ยังได้พัฒนาการอีกด้วยเราลองมาดูกันว่าการว่ายน้ำในช่วงตั้งครรภ์ดีอย่างไรกับแม่ตั้งครรภ์และพัฒนาการทารกใน

บทความที่คุณน่าจะชอบ