คุณพ่อคุณแม่เจอภาวะทารกคลอดก่อนกำหนด

หากคุณพ่อคุณแม่เจอภาวะทารกคลอดก่อนกำหนด

คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ได้พบกับลูกน้อยเมื่อตั้งครรภ์ได้เต็มที่ 9 เดือน การวางแผนคลอดและการฉลองให้กับการมาของลูกน้อยก็หายวับไปกับตา อีกทั้งจะต้องสัมผัสกับความโกลาหลที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องเผชิญกับการคลอดก่อนกำหนด ที่จะต้องผ่านมันไปให้ได้นะคะ

คุณพ่อคุณแม่ของลูก ๆ ที่ต้องเข้าห้องอภิบาลทารกแรกเกิดหรือห้องดูแลเด็กทารกพิเศษ มักจะรู้สึกผิด เสียใจและเป็นทุกข์ แต่อยากให้เข้าใจว่ามีทารกมากมายที่จะต้องเข้าห้องเข้าห้องอภิบาลทารกแรกเกิด หรือ ห้องดูแลเด็กทารกพิเศษหลังคลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในความเจ็บปวดของพ่อแม่ และไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาวางแผนไว้แต่แรก หรือ คิดว่าจะเกิดขึ้นจริงกับลูกของตัวเองค่ะ

ความรู้สึกของพ่อแม่ที่เกิดขึ้น

• รู้สึกไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์อีกต่อไป
• รู้สึกเสียใจที่คุณและลูกไม่ได้ตั้งครรภ์จนครบ 9 เดือน
• รู้สึกผิดที่คุณไม่ได้อุ้มท้องลูกให้ดี
• รู้สึกผิดที่ลูกมีความผิดปกติแต่กำเนิด หรือ มีปัญหาที่มีผลมาจากการเจ็บครรภ์และการคลอด
• รู้สึกสูญเสียและเสียใจที่การมีลูกไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรือ ตามที่ต้องการ
• รู้สึกเจ็บช้ำและทุกข์ใจกับสิ่งที่เผชิญระหว่างที่เจ็บครรภ์และคลอดลูก
• การสูญเสียเกี่ยวกับการที่ไม่ได้มีภาพถ่าย หรือ วิดีโอการเกิดของลูก
• การสูญเสียความรู้สึกที่ไม่ได้โอบกอดลูกเป็นคนแรกหลังคลอด

ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติค่ะ แต่สิ่งที่จะช่วยคุณพ่อแม่ให้ดีขึ้นได้คือการพูดคุยหรือเขียนประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญหรือลองปรึกษาคุณพ่อคุณแม่คนอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์เดียวกันมาก่อนก็ได้ค่ะ อีกทั้งยังสามารถคุยกับผู้ให้คำปรึกษาเฉพาะทาง หน่วยงานเพื่อสังคมหรือจิตแพทย์ได้อีกด้วย อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้คือการสร้างทัศนคติบวกให้กับตัวเองด้วยการถ่ายรูปในระหว่างที่ลูกอยู่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิด หรือ ห้องดูแลเด็กทารกพิเศษหลังคลอด เพื่อเป็นความทรงจำและเป็นกำลังใจให้กับลูกน้อยค่ะ การที่ลูกพักรักษาตัวอยู่ในห้องนั้นอาจก่อให้เกิดความเครียดและความบอบช้ำทางจิตใจให้กับคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย คุณอาจจะตั้งใจฉลองวันเกิดให้กับเจ้าตัวน้อย แต่กับต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดเช่นนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกคลอดก่อนกำหนดหรือมีอาการป่วยหลังคลอด ค่ะ ซึ่งอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความรู้สึกดังต่อไปนี้

• รู้สึกโศกเศร้า
• รู้สึกผิดหวัง
• รู้สึกตัวชา
• รู้สึกโกรธ
• รู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้
• รู้สึกหดหู่ใจ
• รู้สึกสูญเสีย
• รู้สึกกังวล
• รู้สึกท้อแท้
• รู้สึกโทษตัวเอง *
• รู้สึกกลัว
• รู้สึกอยากอยู่คนเดียว
• รู้สึกโดดเดี่ยว

เราอยากให้คุณเข้าใจว่า ความรู้สึกเหล่านี้คือเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่ของลูกน้อยที่คลอดก่อนกำหนด ทางหน่วยงานของห้องอภิบาลทารกแรกเกิดจะช่วยทำให้คุณสบายใจและบรรเทาความทุกข์ให้แก่คุณอย่างเต็มที่ เพื่อให้รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังค่ะ

ในช่วงระยะเวลาอาจมีหลายความรู้สึกปะปนกันเข้ามา ซึ่งความรู้สึกที่คุณพ่อแม่อาจได้พบคือ ความสุข ความรักและความยินดี ความรู้สึกและอารมณ์ที่ขัดแย้งกันอาจทำให้รู้สึกสับสนและเหนื่อยมาก อย่างเช่น คุณพ่อคุณแม่มีความสุขที่ได้เห็นหน้าลูก แต่อารมณ์นั้นก็เปลี่ยนไปเพราะลูกน้อยยังอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลค่ะหรือคุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกดีใจเพราะลูกน้อยมีอาการดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ลูกน้อยต้องเผชิญและต่อสู้อยู่ เตรียมตัวเตรียมใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น อย่ารู้สึกผิดและอ่อนแอกับความรู้สึกต่าง ๆ ที่แสดงออกมา สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่มีเหตุผลและไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลกับใคร ๆ ค่ะ


การมีส่วนร่วมดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด


การที่ลูกน้อยเป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือป่วยหลังคลอดอยู่ในโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อแม่มีอารมณ์แปรปรวนและรู้สึกเครียดมาก ๆ ค่ะ คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกเหมือนทำอะไรไม่ได้ หวาดกลัวและถูกควบคุม เนื่องจากอยู่สภาพแวดล้อมที่คนอื่น ๆ มีบทบาทในการเป็นผู้ดูแลลูกของเรา การที่เราไปอยู่ในห้องอภิบาลเด็กแรกเกิดทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่เมืองนอก เพราะเป็นสถานที่ที่ดูทันสมัยที่สุด มีแต่ผู้คนใหม่ ๆ แปลกตา เครื่องจักร สายไฟและอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทางที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้ถึงกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ภายในห้องค่ะ คุณพ่อคุณแม่บางคนรู้สึกว่า สถานการณ์เช่นนี้ยากที่จะสร้างความผูกพันกับลูก เพราะข้อจำกัดดังกล่าว ดังนั้นนี่คือวิธีที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีบทบาทในการเชื่อมสัมพันธ์กับลูกน้อยและไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า ตัวเองเป็นเพียงแค่คนเฝ้าไข้อีกต่อไป

• ใช้เสียง – พูดคุยและร้องเพลงให้ลูกน้อยฟังจะทำให้ลูกน้อยรู้จักเสียงของคุณ และรู้สึกสบายใจ
• ใช้สัมผัส – หากทำได้ให้คุณค่อยๆ ลูบและสัมผัสลูกน้อย อุ้มลูกทุกเมื่อหากมีโอกาส การสัมผัสจะช่วยให้คุณและลูกรู้สึกสบายใจและมั่นใจค่ะ
• แคงการูแคร์ – วิธีนี้เปรียบเหมือนการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกผ่านทางผิวหนังด้วยการโอบกอดลูกน้อยไว้ที่อกของพ่อแม่ วิธีนี้เป็นวิธีที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งในการสร้างความผูกพันค่ะ ผลการวิจัยบางชิ้นชี้ว่า การดูแลลูกน้อยผ่านวิธีแคงการูแคร์ส่งผลดีต่อร่ายกายของลูก เช่น ลดปัญหาการหายใจให้น้อยลง เพิ่มน้ำหนักตัวให้เร็วขึ้นและปรับอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่
• การดูแล – ดูแลลูกด้วยความเอาใจใส่ทำให้ความรู้สึกคุณและลูกน้อยสื่อถึงกันได้ ราวกับว่าพ่อแม่มีส่วนร่วมในการดูแลลูกมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งดูแลได้โดยการเปลี่ยนผ้าอ้อมเมื่อถึงเวลา เช็ดตาให้ลูก วัดไข้ เปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน รวมถึงอาบน้ำให้ลูกน้อยเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ค่ะ
• การให้นม – การที่แม่ให้นมลูกเป็นอีกหนึ่งทางที่คุณแม่สามารถช่วยรักษาลูกน้อยได้ นมเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับลูกน้อย และประกอบไปด้วยสารภูมิต้านทานมากมายที่ช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่ดี นมของคุณแม่จะถูกป้อนเข้าสู่ลูกน้อยผ่านการให้อาหารทางสายยาง จนกว่าลูกน้อยจะสามารถประสานการดูด กลืนและหายใจได้เองค่ะ เมื่อลูกน้อยเริ่มดื่มนมแม่ได้แล้ว คุณแม่สามารถถ่ายนมใส่ขวด หรือ ให้นมลูกจากอกได้ค่ะ การเลี้ยงลูกเป็นวิธีที่จะช่วยสานสัมพันธ์และลูกได้อย่างดีค่ะ
• จัดพื้นที่ส่วนตัวในห้อง – โรงพยาบาลบางแห่งจะอนุญาตให้คุณพ่อคุณแม่นำสิ่งของจากที่บ้านมาไว้ที่โรงพยาบาลได้ค่ะ เช่น เสื้อผ้าลูก ของเล่น รูปครอบครัว หรือ แม้กระทั่งรูหน้าต่างตู้อบของลูกที่คุณก็สามารถตกแต่งได้เช่นกัน

สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่อย่ากลัวที่จะถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลลูกค่ะ หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจ หรือ ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็ให้ถามเจ้าหน้าที่ในทันทีค่ะ อย่างเช่น คุณสามารถทำให้อะไรให้ลูกได้บ้าง และมีอะไรให้ไม่ควรทำ หรืออาจจะถามว่า เราสามารถของใช้อะไรมาเก็บในพื้นที่ส่วนตัวได้บ้าง เจ้าหน้าที่ห้องอภิบาลทารกแรกเกิดยินดีที่จะให้ข้อมูลที่คุณแม่ต้องการ และเคล็ดลับในการดูแลลูกเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นค่ะ


การสนับสนุนพ่อและแม่


การที่คุณพ่อคุณแม่มีลูกน้อยที่คลอดก่อนกำหนดส่งผลให้รู้สึกถึงการสูญเสีย โศกเศร้า เพิ่มความวิตกกังวลและมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าในภายหลังค่ะ อีกทั้งยังก่อให้เกิดความกังวลในพัฒนาการ และการเจริญเติบโตของลูก รวมถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาลค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ของทารกคลอดก่อนกำหนดอาจจะแบ่งประสบการณ์หรือความคิดเห็นกับพ่อแม่คนอื่น ๆ ได้ยาก เพราะพวกเขาต้องดูแลลูก ๆ ของตัวเอง ราวกับว่าคุณกำลังเดินทางและต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ จากคนอื่น

กลุ่มจิตอาสา Premmie กลุ่มหนุนใจเด็กไทยเกิดก่อนกำหนด สามารถช่วยเหลือให้คุณพ่อคุณแม่ของทารกคลอดก่อนกำหนดไม่ให้รู้สึกว่าต่อสู้เพียงลำพัง โดยเฉพาะคุณแม่ เพื่อไม่เก็บตัวอยู่คนเดียวหลังกลับจากโรงพยาบาลค่ะ

ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจและโอกาสเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กับสังคม กลุ่มจิตอาสาพร้อมจะทำให้ครอบครัวรู้สึกว่า ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และช่วยเหลือให้กลุ่มคุณพ่อคุณแม่หาข้อมูลต่าง ๆ ใกล้บ้านที่ตอบสนองความต้องการที่เกี่ยวข้องการคลอดก่อนกำหนดได้อย่างตรงประเด็นค่ะ

กลุ่มสนับสนุนทารกคลอดก่อนกำหนดทำงานร่วมกับครอบครัว 3 ระดับที่โรงพยาบาล บ้านและในชุมชน การช่วยเหลือในโรงพยาบาลจะประกอบไปด้วยการไปเยี่ยมคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงก่อนคลอด การแจกคู่มือการดูแลลูกและร่วมจิบชากาแฟเป็นเพื่อนคู่คิด ในสมัยนี้ที่ครอบครัวของเด็ก ๆ เข้าถึงสื่อออนไลน์และโทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายดาย คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถหาข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ได้จากเว็บไซต์ หนังสือและจดหมายข่าว กิจกรรมทานชากาแฟในยามเช้าของกลุ่มมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัวใหม่ ๆ และจัดทำสื่อกิจกรรมที่มุ่งเน้นสร้างความตระหนักให้เห็นถึงปัญหาที่ครอบครัวของทารกคลอดก่อนกำหนดต้องเผชิญค่ะ

สำหรับคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวรับมือกับการดูแลลูกที่คลอดก่อนกำหนดและอยากรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กคลอดก่อนกำหนด สามารถติดตามอ่านข้อมูล เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่
พัฒนาการลูกน้อย 8/27/2020

การเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่

มีคุณแม่ท้องแฝดมากมายเป็นกังวลกับความสามารถใน การให้นมลูก หลังคลอด ซึ่งความกังวลทั่วไปนั้นเกี่ยวกับความสามารถในการผลิตน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของลูก และการจัดการกับการให้นมลูกทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน แม้ว่ากลไกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับลูกสองคนหรือคนเดียวจะเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงการจัดการการให้นมลูกทั้งสองคนถือเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยเลยค่ะ

ไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ (RSV) คืออะไร?
พัฒนาการลูกน้อย 8/25/2020

ไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ (RSV) คืออะไร?

ไวรัสอาร์เอสวี เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในวัยทารกและวัยเด็กที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่ายมาก เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

การคลอดทารกท่าก้น
พัฒนาการลูกน้อย 5/14/2020

การคลอดทารกท่าก้น

การคลอดทารกท่าก้นคือการที่ทารกคลอดส่วนล่างของร่างกายออกมาก่อนศีรษะ อันเนื่องจากทารกไม่กลับศีรษะลงมาที่อุ้งเชิงกรานของคุณแม่ เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ