การบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างการเจ็บครรภ์และการคลอด

อาการเจ็บครรภ์คลอดคือความเจ็บปวดที่คุณแม่ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความเจ็บนี้อาจจะเป็นความรู้สึกเจ็บที่สุดในชีวิตคุณแม่ก็เป็นได้ แต่ก็มีวิธีจัดการกับมันเช่นกันค่ะ คุณแม่อาจเลือกรับความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อจัดการความเจ็บปวดอย่างการใช้ยา หรือวิธีอื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้ยาในการจัดการกับความเจ็บปวดในระยะคลอด

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการตัดสินใจเกี่ยวกับ การคลอดลูก ของคุณแม่ แต่สิ่งสำคัญคือคุณแม่จะต้องฟังคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแล เพื่อพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเลือกใช้วิธี การผ่าคลอด หรือเลือก คลอดแบบธรรมชาติ ก็ตามค่ะ

คุณแม่สามารถพูดคุยและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกวิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด หรือก่อนคลอด กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่คุณแม่จะเข้าสู่ระยะเจ็บครรภ์คลอดจริง ซึ่งเราได้รวบรวมวิธีจัดการกับความเจ็บปวดดังกล่าวมาฝากดังนี้ค่ะ

การบรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใช้ยา

การบรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใช้ยา

1.การฝึกหายใจและการจัดท่าทาง
ความรู้สึกเจ็บปวดระหว่างเจ็บครรภ์จะมาเป็นระลอก ซึ่งสิ่งที่คุณแม่สามารถทำได้คือการควบคุมจังหวะของร่างกายด้วยเทคนิคการปรับการหายใจและการจัดท่าทาง เพื่อรับมือกับการบีบรัดตัวของมดลูกค่ะ เรื่องนี้อาจจะฟังดูเป็นวิถีของคนยุคใหม่ แต่ที่จริงแล้วมันคือสัญชาตญาณและเป็นวิธีการที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งวิธีได้สร้างผลลัพธ์อันน่าทึ่งให้กับคุณแม่มาหลายคนแล้ว พญาบาลผดุงครรภ์ แพทย์และสูตินรีแพทย์ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ การคลอดลูก ด้วยวิธีนี้เป็นอย่างดี ซึ่งมนุษย์เราได้ใช้วิถีนี้มานานกว่า 200,000 ปีแล้วค่ะ

ในห้องเรียนสำหรับคุณแม่ที่มาฝากครรภ์ ทางโรงพยาบาลจะทำการสาธิตเชิงลึกถึงการหายใจด้วยกล้ามเนื้อกระบังลมเมื่อถึงระยะเจ็บครรภ์คลอด หากคุณแม่สามารถหาคอร์สเรียนโยคะดี ๆ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะได้ คุณแม่ก็มีเวลาในการฝึกฝนเทคนิคการหายใจและการยืดกล้ามเนื้อให้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และคุณแม่ที่อยู่ในระยะเจ็บครรภ์คลอดค่ะ

การขยับร่างกายในท่าต่าง ๆ สามารถช่วยให้คุณแม่รับมือกับการบีบตัวของมดลูกในแต่ละครั้งได้ ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ดีค่ะ ซึ่งว่ากันว่าการนอนหงาย หรือ เอนนอนในขณะที่กำลังเจ็บครรภ์อาจเป็นท่าที่เจ็บที่สุดที่คุณแม่นึกได้ ดังนั้นลองขยับตัวไปมาเพื่อหาท่าที่ทำให้คุณแม่รู้สึกเบาที่หลังและตั้งตัวตรงเพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยให้ลูกน้อยเคลื่อนตัวลงมาที่บริเวณอุ้งเชิงกรานของคุณแม่ ซึ่งวิธีนี้เป็นการช่วยเร่งคลอดแบบธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง ในทางเดียวกันก็ช่วยจัดการความเจ็บปวดในระยะนี้ได้ด้วยค่ะ

ท่านั่งตัวตรงเป็นท่าที่สามารถช่วยคุณแม่ที่เจ็บครรภ์ได้อย่างดี ซึ่งคุณแม่จะต้องเอาหลังพิงคุณพ่อหรือใช้สิ่งของอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น หมอน ถุงถั่วหรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ แม้แต่ลูกบอลออกกำลังกายในฟิตเนสก็สามารถช่วยได้เช่นกัน ซึ่งการทำท่าต่าง ๆ ในระหว่างเจ็บท้องคลอดถือเป็นเทคนิคดี ๆ ในการจัดการกับความเจ็บปวดได้ ไม่ว่าจะเป็นท่าบริหารอุ้งเชิงกราน ท่างอหัวเข่า ท่านั่งยอง ท่าคลานหรือแม้แต่ท่าเต้นฮูล่า ๆ แบบสาวฮาวานั้นดีต่อคุณแม่ทั้งนั้นเลยค่ะ

2.การนวดระหว่างเจ็บครรภ์
คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกเจ็บปวดจากการที่มดลูกทำการบีบรัดตัวบริเวณหน้าท้อง และมักจะมากับอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง การนวดแบบเบา ๆ บริเวณกระดูกสันหลัง แบบไร้น้ำมันหรือด้วยน้ำมันนวดไร้กลิ่นอาจช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงนี้ได้ค่ะ

3.การใช้ถุงหรือแผ่นประคบร้อนระหว่างเจ็บครรภ์
คุณแม่สามารถใช้ผ้าเช็ดมือที่แช่ในน้ำร้อนจัดและบิดให้แห้ง มาประคบร้อนเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดได้ค่ะ ซึ่งสามารถประคบได้ทั้งบริเวณหน้าท้องและหลังส่วนล่าง หรือแม้แต่ถุงธัญพืชประคบร้อนหรือเจลก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะ

นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถใช้น้ำอุ่นจากฝักบัวมาอาบที่หลังส่วนล่างได้อีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงที่มดลูกกำลังบีบตัวได้ค่ะ การคลอดลูกเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร คุณแม่จะมีน้ำคร่ำที่ไหลออกมาทางช่องคลอด และมีเหงื่อไหลตลอดเวลา ดังนั้นการใช้เวลานี้ในห้องน้ำก็อาจช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นได้ ในหอผู้ป่วยคลอดส่วนใหญ่คุณแม่สามารถใช้เก้าอี้ในระหว่างอาบน้ำ และนั่งพักอยู่ในนั้นได้สักพักค่ะ

4.การเลือกคลอดในน้ำ
มีหลายครอบครัวเลือกที่จะทำคลอดที่ในโรงพยาบาลด้วยวิธีคลอดในน้ำ ซึ่งหลายๆโรงพยาบาลในปัจจุบันก็มีให้บริการนี้อยู่นะคะ หากคุณแม่รู้สึกสนุกกับการว่ายน้ำในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจสัมผัสได้ถึงเวทมนต์เมื่อนำร่างกายที่กำลังตั้งครรภ์ลงไปในน้ำและรู้สึกว่าตัวเองไร้น้ำหนักในทันที ทุกอย่างจะง่ายขึ้นด้วยการจัดการกับความเจ็บปวดในระหว่างที่มดลูกกำลังบีบตัวในน้ำอุ่น อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดของหลังส่วนล่างอีกด้วย ลองปรึกษากับแพทย์หากคุณแม่คิดว่า อยากจะ คลอดลูกในน้ำ และหากแพทย์ของคุณแม่เห็นด้วยและให้การสนับสนุนที่จะทำการคลอดในน้ำ คุณแม่ก็เตรียมรอดูช่วงเวลาสุดมหัศจรรย์ได้เลยค่ะ

การคิดถึงเรื่องที่มีความสุข เจ็บคลอด

5.การคิดถึงเรื่องที่มีความสุขเพื่อควบคุมความเจ็บปวด
การมโนภาพและการพูดคุยกับตัวเองเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่จัดการกับความเจ็บปวดอย่างได้ผล หากคุณแม่ได้เข้าเรียนโยคะหรือการทำสมาธิอื่น ๆ ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะลองมโนว่า ตนเองไปอยู่ในที่ใดสักที่หนึ่งบนโลกใบนี้ก็ได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่อาจจะใช้จินตนาการกับการบีบรัดตัวของมดลูกเหมือนกับคลื่นน้ำมหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้น เพื่อพาคุณแม่เข้าสู่ชายฝั่งซึ่งเป็นที่ที่คุณแม่จะได้พบกับลูกน้อย หรือ นึกภาพว่า ตัวคุณแม่เองเป็นดอกไม้ตูมที่งดงามที่ค่อย ๆ บานออกอย่างช้า ๆ การให้กำลังใจกับตัวเองและการมโนภาพเป็นประโยชน์ในระหว่างการเจ็บครรภ์เป็นอย่างมากค่ะ

6.การสะกดจิตบำบัด
การสะกดจิตบำบัดเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคุณแม่ที่อยู่ในระยะคลอดและนิยมใช้ในประเทศอังกฤษ ซึ่งการสะกดจิตบำบัดเป็นวิธีที่รวมการผ่อนคลาย การมโนภาพและการสะกดจิตตัวเองที่สอนให้คุณแม่เปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการเจ็บครรภ์ที่แสนยาวนานและเจ็บปวดเป็นการคลอดที่แสนสงบ ผ่อนคลายและสบายค่ะ ครูที่ทำการสอนการสะกดจิตบำบัดเชื่อว่า ความเจ็บปวดจาก การคลอดลูก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความกลัว ซึ่งทำให้ร่างกายได้หลั่งสารฮอร์โมนที่มีผลให้กล้ามเนื้อเกิดการบีบตัว จากการสอนเทคนิคการผ่อนคลายนี้จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ผลิตสารเอ็นโดรฟินมากขึ้น เป็นฮอร์โมนที่ช่วยบรรเทาการเจ็บปวดแบบธรรมชาติที่ทำให้คุณแม่รู้สึกดียิ่งขึ้น จึงช่วยร่นระยะเวลาคลอดให้สั้นลงและยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกเจ็บน้อยลงในระหว่างคลอดอีกด้วย

7.การสะกดจิต, การฝังเข็ม, การกดจุด, การใช้กลิ่นบําบัดและการกระตุ้นเส้นประสาททางผิวหนังด้วยไฟฟ้า
ในปัจจุบันมีผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติมากมายที่ให้บริการการบำบัดทางเลือกเพื่อช่วยเหลือคุณแม่ที่เจ็บครรภ์คลอด ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและทำให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวขึ้นได้เป็นอย่างดี หากคุณแม่มีความคิดที่จะใช้การบำบัดทางเลือก คุณแม่ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนและต้องหาผู้ประกอบวิชาชีพที่มีประสบการณ์และมีความน่าเชื่อถือที่สามารถทำงานร่วมกับผู้ทำคลอดของคุณแม่นะคะ

การบรรเทาความเจ็บปวดโดยใช้ยา

1.การใช้ก๊าซ
ในบางประเทศเช่น ออสเตรเลีย โรงพยาบาลส่วนใหญ่อาจแนะนำให้คุณแม่ใช้ก๊าซหรือการพ่นก๊าซในอากาศเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด คุณแม่อาจได้ใส่หน้ากากช่วยหายใจที่ให้สารไนตรัสออกไซด์และออกซิเจนในอัตรา 50:50 คุณแม่บางคนบอกว่า วิธีนี้สามารถช่วยพวกเขาได้มาก แต่สำหรับบางคนก็ไม่ชอบ เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้ค่ะ การใช้ก๊าซไม่มีผลใด ๆ ต่อเด็กทารก ดังนั้นก๊าซจึงถูกนำมาใช้ในศูนย์การคลอด และบางครั้งก็ถูกนำไปใช้กับการคลอดเองที่บ้านโดยผู้ประกอบวิชาชีพค่ะ

2.ยาเพทิดีนและดีเมอรอล
ยาบรรเทาอาการปวดยาเพทิดีน (มีส่วนผสมจากฝิ่น) จะถูกฉีดให้กับคุณแม่ทางกล้ามเนื้อ คุณแม่บางคนก็รู้สึกสบายตัวจากการใช้ยาตัวนี้ แต่บางคนกลับบอกว่า รู้สึกคลื่นไส้หรือเสียสมาธิ จิตใจล่องลอยและรู้สึกถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้สารเสพติดในระหว่างการเจ็บครรภ์ แม้ว่าจะมีการใช้มาหลายทศวรรษแล้วก็ตาม สารเสพติดนี้อาจเข้าไปซึมซับอยู่ในรก และมีผลให้ทารกดูดซึมสารตัวนี้เข้าไป ในบางกรณีอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อทารก เช่น ภาวะหายใจลำบากตั้งแต่เกิดและปัญหาใน การให้นมลูก อย่างไรก็ตามมีผลข้างเคียงปกติจากการใช้ยาที่อาจทำให้ทารกรู้สึกง่วงนอนในช่วงสองสามวันแรกเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้เป็นทางเลือกไม่ได้มีแพร่หลายและมีการอนุญาติให้ใช้งานได้แค่บางประเทศเท่านั้นค่ะ

3.การฉีดยาชา
การฉีดยาชา เป็นวิธีที่ช่วยระงับความเจ็บปวดอย่างแพร่หลายหรือจะเรียกว่าทั่วโลกก็ว่าได้ ซึ่งคือยาแก้ปวดที่อาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับคุณแม่หากทนความเจ็บปวดนั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ คุณแม่หลายคนอาจมีอาการประสาทหลอนจากผลข้างเคียงของยา แต่คุณแม่จะหายเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูก โดยร่างกายจะรู้สึกชาตั้งแต่เอวลงไปค่ะ แต่ก็มีคุณแม่หลายคนรู้สึกดีกับวิธีนี้ที่ช่วยให้เขารู้สึกสบายตัวและไม่ต้องอยู่กับภาวะเจ็บครรภ์คลอดที่ยาวนาน ซึ่งการให้ยาแก้ปวดชนิดนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ

การจับเวลา

สิ่งสำคัญที่สุดเหนือวิธีอื่นใดคือ การจับเวลา เพราะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากสำหรับวิธีนี้ ยาแก้ปวดจะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อปากมดลูกมีการขยายตัวประมาณ 5 เซนติเมตร เมื่อการหดตัวของมดลูกรัดแน่นขึ้นจนปากมดลูกขยายออกถึง 8 เซนติเมตรโดยไม่ได้ฉีดยา แพทย์ก็จะไม่แนะนำให้คุณแม่ฉีดยา ณ ตอนนั้นแล้ว เนื่องจากไม่ได้ฉีดยาภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อช่วยคุณแม่ในการเบ่งคลอดค่ะ

สำหรับการฉีดยาชาเข้ากระดูกสันหลังจะมีสายสวนที่เหลือทิ้งไว้เพื่อเติมยา คุณแม่จะรู้สึกชาบริเวณร่างกายส่วนล่างทั้งหมด แม้ว่าในปัจจุบันนักวิสัญญีแพทย์จะให้ยาในขนาดที่คุณแม่ยังสามารถขยับขาเองได้ก็ตาม

นอกจากระงับความเจ็บปวดแล้ว ยาตัวนี้ยังไม่มีผลข้างเคียงต่อทารก อีกทั้งยังสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะควบคุมจนความดันของคุณแม่ต่ำเกินไปก็ตาม เพื่อการนี้จึงมีสายสวนที่มีของเหลวอยู่ที่แขนของคุณแม่เพื่อช่วยควบคุมความสมดุลของความดันค่ะ

โดยปกติคุณแม่อาจต้องอยู่บนเตียง และใส่สายสวนเพื่อทำให้กระเพาะปัสสาวะว่างเปล่า ซึ่งอาจทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดกับการปัสสาวะอยู่สองสามวัน ระยะเจ็บครรภ์อาจใช้เวลานานและอาจก่อให้เกิดความเครียดกับทารก ดังนั้นการบีบรัดตัวของมดลูกและทารกจะถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องเครื่องตรวจการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ (EFM) ที่มีเครื่องมือติดอยู่กับหัวทารกและเครื่องตรวจที่หน้าท้องของคุณแม่เพื่อวัดการหดตัวของมดลูกค่ะ

หลังจากที่ความเจ็บปวดจากการหดตัวของมดลูกทุเลาลง อาจทำให้คุณแม่ไม่สามารถออกแรงเบ่งทารกเองได้ ดังนั้นคุณแม่อาจต้องใช้ยาชา และมีแนวโน้มที่จะต้องใช้คีม เครื่องดูดสุญญากาศหรือแม้กระทั่งใช้วิธีผ่าคลอด หากทารกกำลังประสบภาวะเครียด ณ ตอนนั้น อีกทั้งคุณแม่ยังมีแนวโน้มที่จะต้องเย็บแผลและมีบาดแผลบริเวณช่องคลอดและตรงฝีเย็บค่ะ แนะนำให้คุณแม่พูดคุยกับแพทย์และสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ให้มากที่สุด หากคุณแม่คิดว่า ต้องใช้วิธีระงับความเจ็บปวดในระยะคลอดค่ะ

อยากฝากถึงคุณแม่ที่ท้องแก่ใกล้คลอดนะคะว่าอย่ากังวลกับการคลอดน้องค่ะ ให้ทำใจสบาย ๆ และให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่จะได้พบหน้าน้องครั้งแรกหลังคลอด หากมีความกังวลหรือมีคำถามข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand สามารถติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ จากเว็บไซต์ Huggies และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การอาบน้ำร้อนระหว่างตั้งครรภ์
พัฒนาการลูกน้อย 6/30/2020

การอาบน้ำร้อนระหว่างตั้งครรภ์

สิ่งดีที่สุดสำหรับคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์คือการหาวิธีผ่อนคลายให้สบายกายสบายใจ การอุ้มท้องเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษสำหรับผู้หญิงแทบทุกคนค่ะ

บริหารผ่อนคลายคอและไหล่ ฟื้นฟูอุ้งเชิงกราน
พัฒนาการลูกน้อย 6/25/2020

บริหารผ่อนคลายคอและไหล่ ฟื้นฟูอุ้งเชิงกราน

มีวิธีการบริหารร่างกายที่ยอดเยี่ยมอยู่ 3 แบบ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาความเครียดและความตึงเครียดทางร่างกาย เรามีท่าบริหารร่างกาย มาฝากกันค่ะ

การตั้งครรภ์ 4/26/2019

อายุครรภ์ 1-3 เดือน

ทุกเรื่องการตั้งครรภ์ที่คุณควรรู้ พบกับบทความเกี่ยวกับ การวางแผนการตั้งครรภ์ เคล็ดลับและข้อควรรู้ต่างๆ มากมาย

บทความที่คุณน่าจะชอบ