วิธีขจัดความกลัวเมื่อต้องคลอดลูก

คุณแม่ส่วนใหญ่ตั้งตารอคอยวันที่ลูกน้อยจะลืมตาขึ้นมาดูโลกด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ มีเวลาอุ้มท้องอีกหลายเดือนกว่าจะคลอด แต่คุณแม่บางคนทั้งตื่นเต้นระคนไปด้วยความวิตกกังวลผสมกับความกลัว เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายค่ะ

เหตุผลโดยรวมที่คุณแม่กลัวการคลอดลูก มีดังนี้ค่ะ

- ความกลัวที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
- กลัวเพราะไม่รู้ว่าการคลอดลูกเจ็บไหม
- ประสบการณ์คลอดลูกคนก่อน ไม่ค่อยราบรื่น
- กังวลว่าเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะตัวคุณแม่หรือคุณลูก ถ้ามีปัญหาระหว่างคลอดจะทำยังไง
- กังวลว่าคุณพ่อที่เข้าไปให้กำลังใจคุณแม่ตอนคลอด จะรับมือกับการเฝ้าคลอดอย่างไร
- กลัวว่าหลังคลอดแล้วสามีเปลี่ยนไป กังวลว่าเสน่ห์ดึงดูดทางเพศลดลง ทำให้สามีคิดนอกใจ
- กลัวอับอายเวลาเบ่งคลอดแล้วร้องโอดโอยเสียงดัง หน้าตาท่าทางดูไม่ได้
- กังวลเรื่องรูปร่างและน้ำหนักหลังคลอดลูก

การกังวลระดับไหนที่ถือว่าวิตกกังวลมากเกินไป


โดยทั่วไปแล้วคุณแม่จะมีความวิตกกังวลอยู่บ้างกับคำถามที่ว่า “คลอดลูกเจ็บไหม” แต่ก็ไม่มากนัก ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่มือใหม่จะรู้สึกหวั่นใจบ้างเมื่อใกล้ครบกำหนดคลอดลูก
สิ่งที่ต้องระวัง ถ้ามีอาการต่อไปนี้ แสดงว่าคุณแม่อาจวิตกกังวลมากเกินไป
- วิตกกังวลมากผิดปกติจนกระทบกับชีวิตประจำวัน
- ไม่สบายใจ คิดมาก กังวลเรื่องการคลอดตลอดเวลาจนไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้เลย
- นอนไม่หลับ ฝันร้าย นอนกระสับกระส่าย ตื่นไวกว่าปกติ และข่มตานอนหลับต่อไม่ได้
- ส่งผลต่อพฤติกรรมการกิน รับประทานไม่ได้ เพราะความเครียด
- เครียดตั้งแต่ตั้งท้อง รู้สึกหดหู่ กังวล ไม่รู้สึกผูกพันกับลูกในท้อง 
- รู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจลูกในท้อง ไม่พอใจสามี
- ไม่อยากคลอดเองตามธรรมชาติและยืนยันจะผ่าคลอดอย่างเดียว เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณแม่จะกลัวการเจ็บท้องเบ่งคลอดนะคะ
- คิดกลัวไปต่าง ๆ นานา เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

ในกรณีที่คุณแม่บางคนเกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรงถึงขั้นตื่นตระหนัก แพทย์อาจวินิจฉัยว่าเป็นโทโคโฟเบีย (Tocophobia) มาจากภาษากรีก คำว่า Tocos แปลว่าการคลอด และ phobia แปลว่าหวาดกลัว มีผู้หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 6%-10% เข้าข่ายเป็นภาวะผิดปกติอย่างนี้ ซึ่งมีโอกาสป่วยทางจิตมากกว่าคุณแม่คนอื่นที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน
อาการโทโคโฟเบียมักจะเกิดกับคุณแม่ที่เคยมีประสบการณ์คลอดลูกเจ็บปวดทรมานที่สุดมาก่อน ความเจ็บปวดแทบขาดใจยังคงหลอกหลอนให้หวาดกลัวไม่หาย หากคุณแม่รู้สึกว่าตนเองวิตกกังวลมากเกินไปควรพบผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชคอยดูแลให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอดการตั้งครรภ์จนถึงระยะหลังคลอดค่ะ ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่รับมือกับภาวะความกลัวสุดขีดและผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ

วิธีอะไรบ้างที่ช่วยสยบความกลัวการคลอดลูกได้

ความกลัวการคลอดลูกเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคน การเตรียมพร้อมที่จะรับมือ ช่วยคลายความหวั่นใจในช่วงตั้งครรภ์ไปได้มาก คุณแม่ควรหาข้อมูลให้มากที่สุดทั้งเรื่องการเจ็บท้อง การเบ่งคลอด และการพักฟื้นหลังคลอด มองไปข้างหน้าดีกว่าจะมัวแต่มากังวลเรื่องคลอด เรามีวิธีช่วยสยบความกลัวที่ได้ผลมาฝากว่าที่คุณแม่ดังนี้ค่ะ
- ปรึกษาพยาบาลผดุงครรภ์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเปิดใจยอมรับว่าตนเองมีความวิตกกังวลมากเกินไปเพื่อที่จะหาทางรับมือและแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ
- คุยกับสามีและสมาชิกครอบครัว รวมถึงเพื่อน ๆ เล่าและระบายว่ามีอาการของความวิตกกังวลอย่างไร คนรอบตัวที่ห่วงใยจะเต็มใจช่วยเหลือ และแบ่งปันประสบการณ์ที่คล้ายกันช่วยให้คุณแม่คลายความกังวลใจได้
- ไม่ฟังเรื่องการคลอดที่เจ็บปวดน่ากลัวของคุณแม่ท่านอื่น เพราะจะทำให้หวาดกลัวมากขึ้นไปอีก
- วางแผนการคลอดเป็นขั้นตอน ทั้งสิ่งที่คาดหวังและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อย่าลืมว่าการคลอดเองแบบธรรมชาติไม่มีอะไรรับประกันความแน่นอน อาจเกิดเหตุฉุกเฉินไม่คาดคิดซึ่งจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปตามสถานการณ์
- ค้นหาข้อมูลทุกเรื่องเกี่ยวกับการคลอด ทางเลือกในการบรรเทาอาการปวดและการฟื้นตัวหลังคลอด อาจช่วยคลายความกังวลได้บ้าง
- ควรไว้วางใจทีมแพทย์ที่ฝากครรภ์ที่จะคอยดูแลคุณแม่และลูกในระหว่างคลอดด้วยอุปกรณ์และสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุด
- กล้าถามและขอข้อมูลที่ชัดเจนจากพยาบาลผดุงครรภ์หรือสูติแพทย์ ช่วยลดความวิตกกังวลและคลอดง่าย ความเครียดและหวาดวิตกอาจทำให้การคลอดขลุกขลัก ไม่ราบรื่นได้นะคะ
- คุณแม่ลองหากิจกรรมช่วยให้ผ่อนคลายดูนะคะ เช่น การเล่นโยคะผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เข้ากลุ่มอบรมเกี่ยวกับคุณแม่ตั้งครรภ์ การนั่งสมาธิ และการนวดก็ช่วยผ่อนคลายได้ดีทีเดียวค่ะ
- การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาช่วยให้คลายความวิตกกังวลและสร้างความเชื่อมั่นมากขึ้น
การคลอดลูกเป็นประสบการณ์ที่มีค่าในชีวิตลูกผู้หญิงนะคะ คุณแม่ส่วนใหญ่รอคอยวันคลอดชีวิตน้อย ๆ ด้วยใจจดใจจ่อ มีทั้งความตื่นเต้น กังวล แม้ว่าคุณแม่มือใหม่จะคาดเดาไม่ถูกว่าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่ลูกตัวน้อยจะเป็นสิ่งสวยงามที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต อย่ากังวลมากเกินไปเลยค่ะ

เปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นความสุข

ความเจ็บปวดระหว่างคลอดลูกสิ้นสุดลงด้วยความสุขและอิ่มเอมใจนะคะ เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในระหว่างคลอดเองแบบธรรมชาติ แต่การคลอดเองนั้นมีขั้นตอนและกรอบเวลาอยู่เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก ตั้งแต่เจ็บท้อง เบ่งคลอด สุดท้ายการรอคอยก็สิ้นสุดลง ทารกคลอดออกมาสู่โลกภายนอกแล้ว หากคุณแม่อ่านข้อมูลเข้าใจขั้นตอนแล้ว แม้ว่าจะไม่สามารถบอกได้ว่าจะเจ็บปวดมากน้อยเพียงไร แต่จะรู้ระยะเวลาและอดทนจนผ่านพ้นความเจ็บปวดที่สุดไปได้

คุณแม่หลายคนไม่ต้องการใช้ยาระงับปวดในระหว่างคลอด เพราะต้องการประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด คิดว่าไม่เกินความอดทนของคนเป็นแม่จึงไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อสุขภาพตนเองและลูกในท้อง แต่คุณแม่บางท่านขอยาแก้ปวดตั้งแต่ช่วงแรก เพราะคนเราอดทนต่อความเจ็บปวดได้ไม่เท่ากัน จะเจ็บมากเจ็บน้อยวัดความเป็นแม่คนได้เท่ากันค่ะ ไม่ต้องพิสูจน์ด้วยการทนเจ็บหรอกนะคะ ทุกคนมีสิทธิเลือกทางเลือกที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด
 


สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการคลอดลูกทั่วไป

- คุณพ่อคุณแม่ควรอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดลูกให้มาก ๆ เมื่อเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร จะต้องเจอกับอะไรบ้างแล้ว ความรู้สึกวิตกกังวลก็จะน้อยลงค่ะ
- มีความคล่องตัวกระฉับกระเฉง ทำให้ร่างกายมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เว้นแต่จะมีภาวะบางอย่างทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก ท่าคลอดที่เคลื่อนไหวได้อิสระจะช่วยให้คลอดลูกง่ายขึ้นด้วยค่ะ
- ฝึกทำสมาธิอย่างมีสติจะช่วยให้คุณแม่เพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับการคลอดลูกมากขึ้น ตั้งใจออกแรงเบ่งทำให้การคลอดผ่านไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่เหนื่อยจนหมดแรงเสียก่อน
- คุณสามีควรอยู่ใกล้ ๆ เป็นกำลังใจเฝ้าคลอด คุณแม่บางท่านอยากให้มีคนอยู่ด้วยในห้องคลอดอีกคนเพื่อให้รู้สึกว่าปลอดภัยและอบอุ่นใจ แต่อย่าลืมตรวจสอบกับทางโรงพยาบาลก่อนนะคะว่าอนุญาตให้มีคนเข้าไปอยู่ในห้องคลอดด้วยได้ไหม
- คุณแม่ต้องพยายามตั้งใจที่จะเบ่งคลอดเต็มที่ให้ลูกน้อยออกมาอย่างปลอดภัย ถ้าไม่มองความเจ็บปวดเป็นแง่ลบไปทั้งหมด จะทำให้คลอดได้เร็วขึ้น
- ระหว่างคลอดลูกควรฝึกจังหวะหายใจที่จะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายและมีพลังในการเบ่งคลอดง่ายขึ้น
- คุณแม่อย่าอับอายกลัวขายหน้าเวลาเบ่งคลอดเลยนะคะ เพราะว่าสูตินรีแพทย์ พยาบาลผดุงครรภ์และเจ้าหน้าที่ในห้องคลอด ต่างมีประสบการณ์ผ่านการทำคลอดมาอย่างโชกโชน อยากร้องไห้ อยากกรีดร้องตะโกนก็ร้องไปไม่ต้องอายใครค่ะ จะช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการเจ็บ ช่วยให้ลูกน้อยคลอดออกมาได้ง่าย รวดเร็ว และคุณแม่เจ็บน้อยที่สุดด้วย

แม้ว่าการคลอดลูกจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณแม่คาดคิดไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีหลายอย่างที่วางแผนรับมือได้ ควรเตรียมตัวให้พร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นการดีที่สุดค่ะ ทั้งนี้คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

 

บทความที่คุณน่าจะชอบ

พัฒนาการลูกน้อย 12/4/2019

ตั้งครรภ์สัปดาห์แรกคุณแม่ควรทำอะไรบ้าง

สำหรับคุณแม่แล้วการตั้งครรภ์ในระยะ 1 สัปดาห์แรกฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นแต่คุณผู้หญิง ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเริ่มตั้งครรภ์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรมาดูกันค่ะ

พัฒนาการลูกน้อย 12/4/2019

คุณแม่เลือกสถานที่ฝากครรภ์และคลอดลูกแบบไหน?

หากคุณแม่กำลังตัดสินใจเลือกสถานที่เพื่อฝากครรภ์หรือวางแผนเตรียมตัวคลอดลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการคลอดเองแบบธรรมชาติหรือผ่า วันนี้เรามีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากค่ะ

พัฒนาการลูกน้อย 5/2/2019

เสียงของแม่ส่งผลต่อพัฒนาการทารกคลอดก่อนกำหนด

คุณแม่ชอบร้องเพลงแนวไหนกันบ้างเอ่ย ลองฝึกร้องเพลงสำหรับเด็กไว้บ้าง เพลงโยกเยก เพลงช้าง แมงมุมลายตัวนั้น A B C ฯลฯ หรือเพลงฟังสบายๆ อื่นๆ ไม่ต้องเขินค่ะเพราะว่าเสียงของแม่เป็นยาวิเศษ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการทารกคลอดก่อนกำหนด และฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว

บทความที่คุณน่าจะชอบ