10 เรื่องเสี่ยงของแม่ท้อง ส่งผลคลอดก่อนกำหนด

10 เรื่องเสี่ยงของแม่ท้อง ส่งผลคลอดก่อนกำหนด

แม่ทุกคนย่อมคาดหวังว่าลูกในท้องจะเกิดมาพร้อมร่างกายและพัฒนาการที่สมบูรณ์แข็งแรงครบ 32 แต่รู้ไหมว่าทุกวันนี้คุณแม่ๆ มีโอกาสเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด 7-10% เลยทีเดียว!

ปกติแล้วช่วงเวลาการอุ้มท้องที่สมบูรณ์ที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 37-40 สัปดาห์ โดยเริ่มนับจากวันแรกของวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย แต่ถ้าอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์แล้วคุณแม่สังเกตพบอาการผิดปกติ เช่น มีมูกเลือดหรือเลือดออกคล้ายประจำเดือน ปวดถ่วงบริเวณท้องน้อย ปวดร้าวจากหลังลงไปถึงก้นกบ ปากมดลูกเปิดมากกว่า 2 เซ็นติเมตร เหล่านี้แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าอาจจะคลอดก่อนกำหนดแล้วล่ะ

ปัจจัยที่ส่งผลให้เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

  1. ดื่มเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติด สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่เข้าร่างกายเป็นประจำ
  2. ทำงานหนักเกินไป งานแบกหาม หรือต้องยืน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน รวมถึงประสบอุบัติเหตุขณะตั้งครรภ์
  3. ทานยาอันตรายบางชนิด จนส่งผลทำให้มดลูกหดรัดตัวจนส่งผลต่อทารกในครรภ์
  4. น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ หรือได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอขณะตั้งครรภ์
  5. มีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์ ส่งผลให้มดลูกบีบตัว
  6. เกิดความเครียดขณะตั้งครรภ์ จนเกิดการเสียสมดุลฮอร์โมน
  7. อาการป่วยเรื้อรัง โรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ปอด ตับ เบาหวาน ติดเชื้อหัดเยอรมัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทางเดินปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน ติดเชื้อในช่องคลอดและน้ำคร่ำ เป็นต้น
  8. ความผิดปกติของมดลูก เช่น ปากมดลูกปิดไม่สนิท รกเกาะต่ำใกล้ปากมดลูก
  9. แม่ท้องที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี หรืออายุเกิน 35 ปีไปแล้ว เนื่องจากสภาพร่างกายอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร
  10. การตั้งครรภ์แฝด

 

Huggies จึงอยากจะเน้นย้ำคุณแม่ๆ ทุกท่าน ถ้ารู้ตัวว่ากำลังจะมีเจ้าตัวเล็กแล้ว ให้รีบไปฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้ง 10 ข้อข้างต้น และให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้นอีกเท่าตัวด้วยเทคนิคต่อไปนี้ค่ะ

  1. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เสริมอาหารพวกวิตามิน แคลเซียม ให้เพียงพอ และทาอาหารว่างบ่อยๆ แต่ระวังอย่าให้น้ำหนักเกิน
  2. ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว ยิ่งถ้าคุณแม่ออกกำลังกายเสียเหงื่อมากๆ ต้องชดเชยอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
  3. ไม่อั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้เกิดความระคายเคืองต่อมดลูก และทำให้มดลูกบีบตัว รวมถึงกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  4. พยายามรักษาอาการอักเสบหรือติดเชื้อต่างๆ ให้หายขาด เช่น เหงือกอักเสบ ตกขาว เจ็บคอ ท้องเสีย ฯลฯ
  5. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใจ

 

อ้างอิงข้อมูล

www.th.theasianparent.com

บทความที่คุณน่าจะชอบ

การเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่
พัฒนาการลูกน้อย 8/27/2020

การเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่

มีคุณแม่ท้องแฝดมากมายเป็นกังวลกับความสามารถใน การให้นมลูก หลังคลอด ซึ่งความกังวลทั่วไปนั้นเกี่ยวกับความสามารถในการผลิตน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของลูก และการจัดการกับการให้นมลูกทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน แม้ว่ากลไกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับลูกสองคนหรือคนเดียวจะเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงการจัดการการให้นมลูกทั้งสองคนถือเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยเลยค่ะ

ไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ (RSV) คืออะไร?
พัฒนาการลูกน้อย 8/25/2020

ไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ (RSV) คืออะไร?

ไวรัสอาร์เอสวี เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในวัยทารกและวัยเด็กที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่ายมาก เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

การคลอดทารกท่าก้น
พัฒนาการลูกน้อย 5/14/2020

16 คำถามที่พบบ่อยหลังคลอด

พบกับ 16 คำถามที่พบบ่อยหลังคลอดลูกว่ามีอาการอะไรบ้าง เรามีคำแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่ได้เรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ