คุณแม่มือใหม่ เลือกอาหารเด็กอย่างไรให้เหมาะกับลูก

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะในนมแม่มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน อีกทั้งในช่วงเวลาที่โอบอุ้มลูกกินนมแม่นั้น จะทำให้เกิดสายใยรักอบอุ่นและผูกพันซึ่งช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองของทารกให้มีพัฒนาการทางสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์มากขึ้น องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย จากนั้นจึงเริ่มกิน อาหารเสริมเด็ก ที่ย่อยง่ายควบคู่กันไปเพื่อพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น การเลือก เมนูอาหารเด็ก ให้เหมาะสมกับวัย จะส่งผลให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค เพิ่มไอคิว สมองดี ตาดี โดยในบทความนี้จะแนะนำเมนูอาหารที่เด็กกินได้ตั้งแต่วัย 4 เดือนไปจนถึง 1 ปีครึ่ง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

• อาหารลูกน้อย 4-5 เดือน ลูก 4 เดือน กิน อะไร ได้ บ้าง

ในช่วงนี้แนะนำให้ลูกกินนมแม่เป็นหลัก แม้นักโภชนาการชี้แจงว่าเด็กควรเริ่มอาหารเสริมควบคู่กับนมแม่ได้ตั้งแต่วัย 4 เดือน แต่ต้องสังเกตความพร้อมของตัวเด็กเองด้วยว่าสามารถกินอาหารอื่นได้แล้วหรือยัง เพราะเด็กแต่ละคนมีร่างกาย ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายที่แตกต่างกัน หรือหากเด็กยังชันคอตั้งตรงไม่ได้ ก็เสี่ยงต่อการสำลักอาหาร โดยมีวิธีสังเกตว่าลูกพร้อมกินอาหารเสริมแล้วหรือยัง ให้คุณแม่นำช้อนขนาดเล็กใส่เข้าปากลูกแบบตื้น ๆ เบา ๆ ถ้าเด็กไม่ใช้ลิ้นดุนออกมา ก็แสดงว่าเริ่มกินอาหารได้แล้ว แต่ถ้าลูกใช้ลิ้นดุนช้อนออกมา แสดงว่ายังกลืนอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวไม่ได้ ก็ควรงดเว้นการให้อาหารเสริมไปก่อน โดยให้กินนมแม่อย่างเดียวไปจนถึง 6 เดือนหรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่มีคุณประโยชน์และสารอาหารครบถ้วนอยู่แล้วค่ะ

• อาหารลูกน้อย 6-7 เดือน

ถึงแม้ว่าเด็กส่วนใหญ่ในวัยนี้เริ่มนั่งได้ดี ชันคอตั้งตรง และเคี้ยวอาหารได้แล้ว แต่ทว่าคุณแม่ควรเริ่มให้ลูกน้อยกินอาหารเสริมอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสังเกตความพร้อมง่าย ๆ ว่าเจ้าตัวน้อยเริ่มสนใจอาหารของพ่อแม่ ส่งเสียงร้องขอลองกินอะไรใหม่ ๆ และพยายามคว้าอาหารเข้าปาก ดังนั้น เมนูอาหารเด็ก 6 เดือน จึงเป็นเพียงเสริมความต้องการของเด็กเท่านั้นและควรให้ปริมาณพอเหมาะคือเพียงวันละมื้อ หรือให้ทุกสองสามวันก็เพียงพอ ซึ่ง เมนูอาหารทารก 6 เดือน ควรเป็นอาหารบดละเอียดที่ง่ายต่อการกลืน และไม่เน้นปรุงแต่งรสชาติ งดเว้นโซเดียมไปเลย เมนูแนะนำ ได้แก่ ข้าวบด ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมเนื้อสัตว์ 1 ช้อนโต๊ะ ควรเน้นชนิดอาหารที่ให้โปรตีนสูงและอ่อนนุ่ม เช่น ตับไก่บด ปลาสุกบด และไข่ต้มสุกครึ่งฟอง การเตรียมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ควรประกอบอาหารด้วย การต้ม การอบ หรือลวกให้สุก บดด้วยช้อนและผสมกับข้าวต้มบดเพื่อให้ชุ่มกินง่าย พร้อมกับเติมผักต้มสุกบดละเอียดเข้าไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ เช่น ฟักทอง แครอท ตำลึง และกล้วย ส่วนผลไม้ ควรเลือกผลไม้เนื้อนิ่มบดให้กลืนง่าย ถ้าเป็นผลไม้เนื้อแข็งอย่างแอปเปิล หรือมันฝรั่ง ให้ใช้วิธีต้มให้สุกและใช้ช้อนบด ในช่วงแรกเด็กบางคนอาจไม่ยอมกิน ให้ทดลองป้อนใหม่หลาย ๆ ครั้งค่ะ

เมนู อาหาร ทารก 7 เดือน ควรเป็นอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว อาจเพิ่มปริมาณให้เล็กน้อยตามท่าทีของลูก แต่ต้องให้อาหารเสริมหลังจากกินนมแม่แล้วเท่านั้นค่ะ หากพบว่าลูกยังเคี้ยวไม่คล่อง หรือมีแนวโน้มแพ้อาหารเสริม คุณแม่มือใหม่ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ หากเกิดกรณีดังกล่าว ให้งดเว้นการให้อาหารเสริมไปก่อนจนกว่าเด็กจะพร้อม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เริ่มอาหารใหม่ ควรให้ติดต่อกัน 5 วันเพื่อสังเกตอาหารแพ้ เช่น กุ้ง ปลาทะเล แป้งสาลี หรือแม้แต่แพ้นมวัวค่ะ

• อาหารลูกน้อย 8-9 เดือน

เพื่อไม่ให้เด็กกินนมแม่ได้น้อยและหย่านมแม่เร็วเกินไป ในช่วงวัยนี้ยังคงควรให้ลูกดื่มนมแม่เป็นหลักควบคู่อาหารเสริมไม่เกินวันละ 2 มื้อ โดยให้นมแม่ก่อนประมาณ 30 นาที จากนั้นค่อยตามด้วยอาหารเสริมปริมาณเล็กน้อย โดยเมนู อาหารสำหรับ เด็ก 8 เดือน ให้เน้นโปรตีนเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น ไข่แดง ปลา ตับไก่ หมูสับ ผสมกับข้าวต้ม และผักซึ่งไม่จำเป็นต้องปั่นละเอียด เพราะเด็กวัย 8 เดือน เหงือกแข็งแรง พร้อมที่จะกินอาหารที่ใช้ช้อนบดหยาบได้แล้วค่ะ เมนูแนะนำ เช่น ข้าวต้มปลาผสมฟักทอง วิธีทำง่ายและสารอาหารครบถ้วน เพียงใช้ข้าวต้มสุกบดละเอียด 4 ช้อนโต๊ะ ปลาสุกบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ฟักทองต้มบด ครึ่งช้อนโต๊ะ บดผสมรวมกัน ส่วนมื้อว่างเป็นผักต้ม หรือผลไม้หั่นเป็นชิ้นยาว หรือลูกเต๋าเพื่อให้ลูกหยิบรับประทานเองได้ เช่น มะม่วงสุก และมะละกอสุก 2-3 ชิ้น กล้วยน้ำวาสุกครึ่งลูก ครูด หรือหั่นเป็นชิ้น
ในช่วงนี้ลูกสามารถใช้ช้อนตักกินเองได้บ้างแต่ยังไม่คล่อง จึงมักป้อนไม่เข้าปากตนเอง และอาหารจะตกหล่นบนพื้นเสียมากกว่า แต่สามารถใช้นิ้วหยิบจับอาหารเข้าปากคล่องมือแล้ว ดังนั้นคุณแม่ควรเริ่มอาหารเสริมที่แข็งขึ้น เช่น ผลไม้เนื้อนิ่มฝาน หรือหั่นเป็นชิ้น ก็เหมาะที่จะเป็น อาหาร สำหรับ เด็ก 9 เดือน เพื่อให้ลูกน้อยเรียนรู้รสชาติใหม่และฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในมือไปพร้อมกัน

• อาหารลูกน้อย 10-12 เดือน

ลูกน้อยควรดื่มนมแม่ควบคู่อาหารเสริม 3 มื้อ แนะนำว่า เมนู อาหาร เด็ก 10 เดือน ควรเป็นอาหารสับละเอียด หรือข้าวตุ๋นพอหยาบ ไม่ต่างจากเมนูช่วงอายุ 8 เดือน และให้เพิ่มปริมาณมากขึ้นตามวัย พัฒนาการของเด็กวัย 10 เดือน คือมีฟันขึ้นหลายซี่ เคี้ยวอาหารคล่อง ถือถ้วยได้และหยิบช้อนตักป้อนเข้าปากเอง นอกจากนั้นยังใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้หยิบของได้แม่นยำ คุณแม่ควรเสริมอาหารประเภทผักต้มหั่นแบบลูกเต๋าหรือผลไม้สดหั่นเป็นชิ้นหยิบกินเองได้ และต้องระมัดระวังอาหารที่มีเมล็ดหรือเป็นเม็ดเล็ก เช่น องุ่น แตงโม เพราะมีความเสี่ยงทำให้ติดคอได้ค่ะ ช่วงเวลานี้เริ่มฝึกให้ลูกเลิกดูดขวดนม หันมาดื่มนมจากแก้ว หรือจากกล่องแทน เมนูอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย ยังคงใช้เมนูเดียวกับอายุ 8-9 เดือน แต่ปรับเปลี่ยนเป็นข้าวสวยนิ่ม ๆ เนื้อสัตว์ชิ้นเล็ก และให้เพิ่มจำนวนมื้ออาหารและปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยค่ะ

• อาหารลูกน้อย 1 ขวบ-1ขวบครึ่ง

นมแม่เป็นสารอาหารสำคัญสำหรับพัฒนาการของลูกน้อยในช่วงปีแรก ในช่วงนี้คุณแม่จะให้ลูกน้อยหย่านม หรือให้นมแม่ต่อไปก็แล้วแต่ความเหมาะสมหรือความสะดวกได้เลยค่ะ หลังขวบปีแรกถึงขวบครึ่งเด็กส่วนใหญ่ในช่วงวัยนี้จะมีฟันหน้าซี่บนและซี่ล่างขึ้นครบแล้ว คุณแม่เริ่มฝึกให้ลูกใช้มือจับช้อนกินอาหารจากถ้วยเองและกินอาหารเหมือนผู้ใหญ่ได้แล้ว รับประทานวันละ 3 มื้อ เลือกเมนูที่มีสารอาหารครบถ้วนทุกมื้อ เช่น ถ้าทำเมนูไข่ตุ๋น แนะนำให้ผสมผักเข้าไปด้วย เช่น ฟักทอง บรอกโคลี ข้าวโพดอ่อน ล้วนเป็นผักที่อุดมด้วยวิตามิน แคลเซียม เหล็ก รวมถึงกรดโฟลิกที่เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันไข้หวัด และบำรุงสมอง นอกจากนี้ อาหารเด็ก 1 ขวบ ควรเน้นปรุงสุก รสอ่อน และชิ้นเล็กเคี้ยวง่ายด้วยค่ะ เมื่อลูกโตขึ้นมาอีกนิดเริ่มรับประทานได้มากขึ้น เมนูลูกรัก 1 ขวบครึ่ง ยอดนิยมคือต้มจืดหมูสับใส่ผักกาดขาว หรือตำลึง เป็นเมนูเด็กทำง่าย ดัดแปลงใส่เต้าหู้ไข่ ลูกชิ้น ข้าวโพดหวาน แครอท หรือผักอื่น ๆ ตามชอบได้เลยค่ะ กินกับข้าวสวยหุงสุกใหม่ อร่อย กินได้ทุกวัน สารอาหารครบถ้วน

ถึงแม้อาหารเสริมจะช่วยส่งเสริมด้านพัฒนาการของลูกน้อย ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่คุณแม่ก็ยังคงต้องให้ความสำคัญกับน้ำนมแม่เป็นหลัก และหากเป็นไปได้ ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนครบ 1 ปี โดยระหว่างนี้ยังสามารถเตรียมอาหารเสริมอื่น ๆ ให้กับลูกได้ค่ะ ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมนอกจากจะให้คุณค่าสารอาหารแล้ว ยังส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกน้อยด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกกลืนและเคี้ยว เรียนรู้การรับรสที่หลากหลาย ไปจนถึงฝึกรับประทานอาหารมื้อหลักวันละ 3 มื้อเหมือนผู้ใหญ่ การเสริม เมนูอาหารลูกน้อย เริ่มก็ต่อเมื่อเด็กมีความพร้อมซึ่งจะให้ผลตอบรับดี กินบ้างไม่กินบ้างหรือกินน้อยก็ไม่เป็นไร ให้คุณแม่ฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ลองเปลี่ยนเมนูอาหารสีสันแปลกตาและรสชาติแปลกใหม่เพื่อเรียกน้ำย่อยเจ้าตัวเล็ก ไม่นานก็ฝึกให้ลูกกินข้าวได้หลากหลายเมนูมากขึ้น ทั้งอิ่มอร่อยและมีสุขภาพดีด้วยค่ะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

ของใช้เด็กอ่อน
พัฒนาการลูกน้อย 4/30/2021

ของใช้เด็กอ่อน ที่คุณแม่มือใหม่ต้องเตรียม

ความสุขอย่างหนึ่งของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังรอพบหน้าลูกน้อยก็คือ การจัดเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า มาดูกันค่ะว่าของใช้เด็กอ่อนในลิสต์นั้นมีอะไรบ้าง

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

เด็กวัย 6 เดือน

เผลอเดี๋ยวเดียวเวลาก็ผ่านไปครึ่งปีแล้วนับจากวันที่ลูกน้อยลืมตาขึ้นดูโลก แม้คุณแม่จะตั้งอกตั้งใจดูแลลูกรักให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน แต่บางครั้งก็อาจรู้สึกว่าตารางชีวิตแน่นเกินกว่าจะหยุดพักและนึกถึงความชื่นใจของการเป็นแม่ ดังนั้น ลองหาเวลาเล่นกับลูก มอบความรักความอบอุ่นที่มีคุณค่าที่สุดให้แก่ดวงใจดวงน้อยของคุณ ในช่วงเวลาเงียบๆ แบบที่ไม่ต้องรีบร้อนไปไหน

เลือดออกหลังคลอด
พัฒนาการลูกน้อย 5/25/2020

เลือดออกหลังคลอด: เป็นเรื่องปกติหรือไม่?

บทความที่คุณน่าจะชอบ