ลูกน้อยวัย 5 เดือน

เด็กวัย 5 เดือน
เมื่ออายุได้ 5 เดือน ลูกน้อยจะสนุกกับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เด็กจะรู้ว่าต้องเล่นหรือแสดงออกอย่างไรเพื่อดึงดูดความสนใจ จนแม้แต่ผู้ใหญ่ขรึมๆ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะติดใจความน่ารักน่าชังของเด็กวัยนี้ นอกจากทักษะในการเอาตัวรอดที่พัฒนาขึ้นแล้ว ความพยายามดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างยังเป็นพื้นฐานที่เสริมสร้างทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ของลูกน้อยอีกด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุด เพื่อให้สมองของเขาจดจำความรัก กำลังใจ และแรงกระตุ้นจากคนรอบข้างได้อย่างเต็มที่

เมื่อลูกอายุได้ 5 เดือน คุณแม่อาจกลับไปทำงานแล้วหรือกำลังวางแผนที่จะเริ่มทำงานอีกครั้ง จึงเป็นช่วงเวลาที่ตารางชีวิตอาจวุ่นวายขึ้นกว่าเดิม กุญแจสู่ความสำเร็จทั้งด้านการงานและการเลี้ยงลูกจึงอยู่ที่การวางแผนและการจัดการที่ดี รวมทั้งไม่กดดันตัวเองให้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เพราะมีแต่จะทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและวิตกกังวลโดยเปล่าประโยชน์ ลองพูดคุยต่อรองหาทางเลือกที่จะช่วยแบ่งเบาภาระคุณได้ เช่น การทำงานแบบพาร์ทไทม์ การพักระหว่างวันเพื่อบีบเก็บน้ำนม การใช้ชั่วโมงทำงานแบบชดเชย และการลาหยุดกรณีลูกน้อยไม่สบาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นคุ้มค่าหรือไม่ทั้งเรื่องการงานและเรื่องลูกน้อย

การทานอาหารและการนอนหลับ
ลูกน้อยวัยนี้อาจจ้องเขม็งแทบจะทุกอิริยาบถขณะผู้ใหญ่ตักอาหารใส่ปากรับประทาน แต่คุณพ่อคุณแม่ควรทำใจแข็งไม่ป้อนอาหารเสริมให้ลูกน้อย เพราะนมเป็นแหล่งสารอาหารหลักที่อุดมสมบูรณ์และเหมาะกับความต้องการของเด็กวัยนี้ที่สุด หากให้นมลูกเอง คุณแม่ไม่ควรฝืนให้ลูกดื่มนมบ่อยหรือเคร่งครัดจนเกินไป เพราะเด็กวัย 5 เดือนจะเรียนรู้แล้วว่า เวลาใดที่ตนเองหิว และเวลาใดที่ต้องการดูดนมแม่เพื่อความอบอุ่นใกล้ชิด

ลูกน้อยวัย 5 เดือนจะเริ่มพลิกตัวเก่งขึ้น การให้ลูกรักนอนหงายตลอดเวลาจึงอาจเหมือนการจับปูใส่กระด้งอยู่สักหน่อย อย่างไรก็ดี คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นพลิกให้ลูกกลับมาอยู่ในอิริยาบถนอนหงาย นอกจากนี้ ขณะเฝ้าลูกหลับ หากสังเกตว่าเจ้าตัวน้อยเริ่มพลิกตัวได้ถนัดทั้งสองด้านแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถเลิกการเอาผ้ามาห่อตัวเป็นตัวหนอนได้ เพราะการห่อตัวหนอนเด็กที่พลิกตัวได้ทั้งสองด้านแล้ว อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

หากคุณแม่ยังให้ลูกดูดนมแม่จนหลับปุ๋ย อาจสังเกตได้ว่าลูกจะหลับก็ต่อเมื่อได้ดูดนมเท่านั้น หากคุณแม่ไม่รู้สึกลำบากก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่หากรู้สึกว่าลูกตื่นระหว่างหยุดให้นม และรอดูดนมเพื่อหลับต่อ อาจถึงเวลาต้องแยกการให้นมลูกและการกล่อมลูกนอนออกจากกัน

หากลูกรักดื่มนมผง เด็กวัยนี้มักดื่มนมประมาณ 5 ขวด/วัน หากคุณพ่อคุณแม่อยากเพิ่มปริมาณนม ต้องแน่ใจว่าได้ชงตามสัดส่วนที่ระบุไว้บนฉลากกระป๋องนมสำหรับทารก เพื่อไม่ให้ลูกน้อยท้องผูกหรือน้ำหนักเกิน

พฤติกรรมของลูกน้อย
ลูกน้อยวัย 5 เดือน มักร่าเริงแจ่มใส น่ารักน่ากอดและอุ้มง่ายขึ้นเพราะชันคอได้แข็งแล้ว ทั้งยังมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ทันท่วงที คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกว่าลูกเริ่มมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบด้วย เพราะหนูน้อยวัยนี้กำลังเรียนรู้วิธีดึงดูดความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้าง สมเป็นขวัญใจตัวจริงของบ้าน และมีอากัปกิริยาที่ดูแล้วน่ารักน่ามองไปเสียหมด

ลูกน้อยวัยนี้จะงอแงมากหากเขาเหนื่อย เบื่อหน่าย ไม่พอใจ หรือไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกน้อยมีอารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน บางทีก็สงบนิ่ง อ่านออกได้ไม่ยากว่าลูกต้องการอะไร แต่บางทีก็อ่อนไหวง่ายและต้องการการปลอบประโลมที่อ่อนโยนเพื่อช่วยให้เขาควบคุมอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น แม้คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับลูกน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าตัวเล็กมีอารมณ์ความรู้สึกเป็นตัวของตัวเองอยู่เหมือนกัน

พัฒนาการของลูกน้อย
วัย 5 เดือน เป็นช่วงเวลาที่ลูกน้อยจะส่งเสียงอ้อแอ้ลงลูกคอ ทำเสียงแหลมเล็ก หัวเราะชอบอกชอบใจ เด็กวัยนี้หลายคนมักร่าเริงที่สุดในตอนเช้าตรู่หลังได้ดื่มนม และสดใสเป็นพิเศษหลังตื่นนอน คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้เวลานี้กับเจ้าตัวเล็กให้คุ้มค่า โดยเก็บงานสารพัดไว้จัดการทีหลัง ล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วพูดคุยหรือหยอกเล่นกับลูก หนูน้อยจะยิ้มให้ทันทีและคอยดูปฏิกิริยาโต้ตอบ หากเขาได้ยินเสียงคุณพ่อคุณแม่ เขาจะหันไปและมองหา จ้องตา และยิ้มให้เมื่อหาเจอ นับว่าลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีมาก เมื่อพิจารณาว่าเขาเพิ่งอายุได้ 5 เดือนเท่านั้น

ลองให้เจ้าตัวน้อยเอื้อมคว้าสิ่งของที่อยู่ไกลๆ แล้วสังเกตความตั้งอกตั้งใจและใบหน้าที่มีสมาธิของลูกดู พยายามไม่ให้เขาเอื้อมหยิบได้ง่ายเกินไปนัก เพราะการให้เจ้าหนูน้อยได้ลองพยายามทำสิ่งต่างๆ จะส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว และช่วยให้ลูกเรียนรู้วิธีควบคุมร่างกาย และสิ่งที่ต้องทำเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายตามต้องการ

ขณะคุณพ่อคุณแม่ดึงเบาๆ ให้ลูกลุกขึ้นนั่งเอง เด็กน้อยวัยนี้จะรู้จักเหยียดคอและหลังให้ตรง ส่วนการพลิกตัวก็นับเป็นพัฒนาการที่สำคัญของวัย 5 เดือนนี้เช่นกัน เจ้าตัวเล็กจะเริ่มสนุกกับการโล้ตัวไปมา จึงควรหมั่นให้เขาได้เล่นสนุกอยู่บนพื้นทุกๆ วัน เพื่อพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวที่สำคัญนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การเจริญเติบโตของลูกน้อย
ลูกรักจะตัวสูงขึ้นทุกสัปดาห์ สรีระแบบเด็กแบเบาะเหมือนตอนขดตัวอยู่ในท้องแม่จะค่อยๆ ยืดออกในวัย 5 เดือนนี้ ลองสอบถามพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเล็กดูว่า ตารางการเติบโต (percentile chart) ของลูกน้อยเป็นเช่นไร เส้นรอบวงศีรษะ ส่วนสูง และน้ำหนักคือปัจจัยที่แสดงถึงการเติบโตของลูก ซึ่งแต่ละปัจจัยล้วนมีความสำคัญที่เท่าเทียมกัน

คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตได้ว่า บางสัปดาห์ลูกโตขึ้นมาก แต่บางสัปดาห์ก็ดูตัวเท่าเดิม ตารางการเติบโตจึงเป็นวิธีที่ดีมากในการบันทึกความเจริญเติบโต และใช้เปรียบเทียบความเจริญเติบโตของลูกน้อยกับเด็กวัยและเพศเดียวกัน

การส่งเสริมสุขอนามัยลูกน้อย
ลูกรักวัย 5 เดือนควรได้รับวัคซีนเรียบร้อยแล้ว แต่หากยังไม่ได้รับตามกำหนด ควรรีบนัดแพทย์เพื่อรับวัคซีนสำหรับเด็ก 4 เดือนทันที หมั่นบันทึกวันเวลาและจัดลำดับความสำคัญสิ่งที่ต้องทำ เพื่อความสะดวกและช่วยเตือนความจำคุณพ่อคุณแม่ไม่ให้หลงลืมวันพบคุณหมอของลูกน้อย ส่วนเรื่องความสะอาดภายในบ้านนั้น คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่ควรวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะผลการวิจัยหลายฉบับแสดงให้เห็นว่า ฝุ่นผงเล็กน้อยในบ้านช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ แต่การปล่อยวางและทำใจสบายๆ เรื่องอนามัยภายในบ้านอาจเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากสักหน่อยสำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเป็นแม่ ผู้ใหญ่ภายในบ้านก็ควรดูแลรักษาสุขภาพของตนให้แข็งแรงอยู่เสมอเช่นกัน ส่วนคุณแม่เองก็อย่าละเลยไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นเมื่อครบกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัคซีนสำหรับโรคไอกรน

การเล่นสนุกของลูกน้อย
ไม่ต้องคล้อยตามโฆษณาทีวีที่หลอกล่อให้ซื้อของเล่นเด็กที่ “ดีที่สุด” หรือ “ส่งเสริมพัฒนาการ” ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะจริงๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ พี่ๆ น้องๆ และผู้คนรอบตัวก็เล่นกับเจ้าตัวน้อยและทำให้เขารู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินได้หลายชั่วโมงอยู่แล้ว ของเล่นที่ปลอดภัยและมีสีสันสดใส ใช้เคี้ยวและดูดเล่นได้มักเป็นที่นิยม ซึ่งคุณแม่จะสังเกตได้ว่า เจ้าตัวน้อยจะอ้อนขอเล่นของเล่นชิ้นโปรดของเขา

วัย 5 เดือน เป็นวัยที่เด็กๆ อาจเริ่มรู้สึกผูกพันกับของเล่นหรือผ้านุ่มๆ สิ่งของชิ้นโปรดเหล่านี้อาจเปลี่ยนชนิดไปได้เรื่อยๆ และมีความหมายมากในช่วงวัยนี้ พฤติกรรมนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าลูกรักมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย หรือจะนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตแต่อย่างใด เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย ไม่ให้มีสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาผ้า ผ้าห่ม และของเล่นผ้าต่างๆ มาปิดคลุมใบหน้าหรือทำให้ลูกน้อยหายใจไม่ออกขณะนอนหลับ

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
คุณแม่ควรหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายทุกๆวัน เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดี ทำให้ตัวเองดูดี และมีเรี่ยวแรงมากขึ้น แม้คุณแม่จะไม่ได้รู้สึกอยากออกไปเดินเข็นรถเข็นเด็กหรืออุ้มลูกใส่เป้อุ้มเด็ก แต่ถ้าได้ลองทำแล้วจะติดใจ พยายามอย่าปลีกวิเวกมากเกินไป หมั่นออกไปเดินตามร้านค้า ห้องสมุด สวนสาธารณะ หรือเข้ากลุ่มคุณแม่ก็ได้ เพราะการได้พูดคุยกับคนอื่นๆ หรือได้ทำกิจกรรมทางสังคมตามปกติ จะสร้างความรู้สึกดีๆ และส่งผลดีต่อการเลี้ยงลูกด้วย

หากคุณแม่รู้สึกหดหู่ เหนื่อยล้า วิตกกังวลเกี่ยวกับตนเอง ลองปรึกษาพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเล็กหรือแพทย์ทั่วไป หรือลองอ่านเว็บไซต์ The Beyond Blue แล้วตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าหลังหลังคลอด (The Edinburgh Postnatal Depression Scale) แม้แบบสอบถามนี้จะไม่ได้ประเมินว่าคุณแม่มีภาวะซึมเศร้าหรือไม่ แต่ก็ให้คำแนะนำและเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสุขภาพจิตของคุณแม่ได้

ภาวะอารมณ์ของคุณแม่
คุณแม่จะรู้สึกว่าเริ่มปรับตัวได้ดีและรู้สึกืสงบขึ้น ช่วงเดือนแรกๆ ที่เหนื่อยมากได้ผ่านพ้นไปแล้ว และตอนนี้คุณแม่เริ่มหาจุดสมดุลและเริ่มคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้บ้างแล้ว อารมณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่ค่อยๆ พัฒนาทีละน้อย จนในที่สุดคุณแม่จะรู้สึกว่าการดูแลเลี้ยงดูลูกน้อยกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น รู้สึกมั่นใจและสบายตัวสบายใจมากขึ้นพอสมควร

ในช่วงเดือนแรกๆ นี้ คุณแม่อาจวิตกกังวลหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่องการให้นมลูก การนอนหลับ สุขภาพ ว่าได้ทำถูกต้องตามตำราแล้วหรือยัง ความวิตกกังวลเช่นนี้อาจกระทบและลดทอนความสุขในการดูแลเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กลงได้ แต่หลังจาก 5 เดือนแรกผ่านพ้นไป คุณแม่จะรู้สึกเครียดน้อยลง และมีเรี่ยวแรงเหลือไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้

การนอนหลับของคุณแม่
เด็กวัย 5 เดือนส่วนใหญ่จะหิวนมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในตอนกลางคืน หากคุณแม่รู้สึกว่าเพื่อนๆ คุณแม่มือใหม่ดูสวยเด้งเพราะลูกไม่กวนตอนกลางคืนเลย อย่าถึงกับน้อยใจในชะตาชีวิตของตนเอง เพราะหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว เด็กอ่อนส่วนใหญ่จะเริ่มนอนหลับนานขึ้นไม่งอแง แต่ถ้าคุณแม่ยังรู้สึกว่า การงีบช่วงบ่ายนั้นจำเป็นอยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ลองหาเวลางีบสักครึ่งชั่วโมงขึ้นไป ล้มตัวลงนอนเพื่อชาร์จพลังให้พร้อมรับมือกับช่วงบ่ายและค่ำต่อไป

ความสัมพันธ์ของคุณแม่
หากยังไม่ได้คุมกำเนิดแบบถาวร ลองปรึกษาแพทย์ทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยกเว้นว่าคุณแม่ตั้งใจจะมีเจ้าตัวเล็กอีกคน เมื่อลูกอายุได้ 5 เดือน ภาวะเจริญพันธุ์ของคุณแม่จะกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณแม่ไม่ได้ให้นมลูกเอง อย่างไรก็ดี ควรเว้นระยะการตั้งครรภ์อย่างน้อย 12 เดือน เพื่อให้ร่างกายคืนสภาพและระบบต่างๆ กลับมาทำงานตามปกติ

พยายามติดต่อเพื่อนฝูงและครอบครัวที่อาจห่างเหินกันไปช่วงเจ้าตัวน้อยเพิ่งเกิด ใช้เวลาเพียงสักครู่โทรศัพท์ ส่งข้อความ หรืออีเมลไปก็ได้ เพื่อให้คุณแม่รู้สึกว่า ได้กลับมาสานต่อความสัมพันธ์กับโลกของผู้ใหญ่ตามปกติอีกครั้ง

บทความที่คุณน่าจะชอบ

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

ขยับตามจังหวะดนตรี ได้มากกว่าการเคลื่อนไหว

อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

ลูกน้อยวัย 4 เดือน

เมื่อครบสี่เดือน ทารกจะเริ่มมีบุคลิกเฉพาะ มีความเป็นตัวของตัวเองให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น

พัฒนาการลูกน้อย 5/3/2019

คุณแม่แชร์ประสบการณ์คลอดลูกก่อนกำหนด

กำลังใจและความอดทนของคุณแม่ คือสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาชีวิตน้อยๆ มาติดตามเรื่องราวการตั้งครรภ์ของคุณแม่ลูกสองหัวใจแกร่ง ในวันที่รู้ว่าตัวเองและลูกในท้องต้องเผชิญกับอุปสรรคไม่คาดคิด เธอกับลูกผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้อย่างไร?

บทความที่คุณน่าจะชอบ