ลูกน้อยวัย 4 เดือน

เมื่อครบสี่เดือน ทารกจะเริ่มมีบุคลิกเฉพาะ มีความเป็นตัวของตัวเองให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น

ทารกวัย 4 เดือน
เมื่อครบสี่เดือน ทารกจะเริ่มมีบุคลิกเฉพาะ มีความเป็นตัวของตัวเองให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น คุณอาจสังเกตได้ว่าลูกมีบุคลิกหรือนิสัยบางอย่างที่เหมือนคนนั้นคนนี้ ซึ่งบ่อยครั้งก็คือตัวคุณแม่หรือคุณคุณพ่อนั่นเอง เพียงแต่เป็นแบบย่อส่วนเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่เสมอไป มีบ้างเหมือนกันที่เจ้าตัวเล็กอาจมีนิสัยแตกต่างไปจากที่คุณคิดอย่างสิ้นเชิง และทำให้คุณต้องคอยคาดเดาอยู่เสมอ

ช่วงเวลาสองสามเดือนแรกนั้น ช่วยให้แม่ลูกได้รู้จักกันมากขึ้น และช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรที่ทำให้ลูกมีความสุข นี่คือแก่นสำคัญของการเป็นพ่อแม่ในช่วงเดือนแรกๆ ซึ่งก็คือการรู้และเข้าใจว่าลูกต้องการอะไร แล้วให้สิ่งที่ลูกต้องการได้ เรื่องนี้บางครั้งก็ง่าย แต่ก็มีบางครั้งที่ยากจนคุณเดาไม่ได้เลยว่าลูกต้องการอะไรกันแน่ ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และอย่าให้ปัญหานี้ทำลายความมั่นใจของคุณ

การกินนมและการนอน
ในวัยนี้เด็กจะมีช่วงเวลานอนสั้นลงในช่วงกลางวัน แต่จะนอนได้นานขึ้นและตื่นน้อยลงในช่วงกลางคืน อย่างไรก็ตามเด็กก็ยังต้องนอนกลางวันอยู่ แม้ว่าลูกจะดูไม่มีทีท่าว่าจะง่วงหรืออยากนอนก็ตาม การนอนกลางวันมีผลต่อการนอนในช่วงกลางคืน ดังนั้นเลิกคิดไปได้เลยว่า ถ้าไม่ให้เด็กนอนตอนกลางวัน เด็กจะหลับได้ดีขึ้นในตอนกลางคืน ความเชื่อนี้ไม่เป็นจริง คุณแม่ควรใช้วิธีกล่อมนอนแบบเดียวกัน ไม่ว่าตอนกลางวันหรือกลางคืน

เด็กสี่เดือนเริ่มรู้แล้วว่าจะแสดงออกอย่างไรให้พ่อแม่รู้ความต้องการของตัวเอง ลูกอาจไม่ยอมนอนเอาดื้อๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยเป็นเลย ขอแค่คุณใจเย็นๆ แล้วพูดคุยปรึกษากับคุณพ่อให้มากๆ ลองหาข้อมูลเรื่องการนอนของเด็กได้จากเว็บไซต์ของเรา แล้วค่อยๆ ช่วยกันหาวิธีแก้ที่เหมาะสำหรับคุณและลูก

ในเดือนนี้ การให้นมลูกควรเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น ปัญหาเรื่องจัดท่าทางการอุ้มและการดูดนมที่เคยเป็นในช่วงแรกๆ น่าจะดีขึ้นแล้ว และเด็กก็จะดูดนมเก่งขึ้น ทั้งนมแม่และนมสูตรสำหรับเด็กจะให้สารอาหารที่จำเป็นแก่เด็กวัยนี้ได้อย่างครบถ้วน ในส่วนของการเริ่มรับประทานอาหารอ่อนๆ ควรจะเริ่มตอนอายุ 6 เดือน เพราะว่าการให้ลูกเริ่มทานอาหารอ่อน จะช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กจะเป็นภูมิแพ้ และช่วยกระตุ้นกระเพาะให้ย่อยอาหารอื่นที่นอกเหนือจากนมได้

พฤติกรรมของเด็ก
เด็กวัยนี้เริ่มจำได้แล้วว่าใครเป็นใคร ทั้งพ่อแม่และคนที่อยู่ใกล้ชิด โดยเฉพาะถ้ามีพี่หรือเด็กที่โตกว่าอยู่ด้วย เด็กจะสนใจพี่หรือเด็กที่โตกว่านี้มากพอๆ กับที่เขาสนใจพ่อแม่เลยทีเดียว ในช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้ว่าใครที่เขาไว้ใจได้ และใครที่จะให้สิ่งที่เด็กต้องการหรือจำเป็นต้องได้รับ ตอนนี้เด็กก็เหมือนฟองน้ำ ที่จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นตามการเลี้ยงดู ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร เด็กก็จะโตขึ้นมาเป็นแบบนั้น ถ้าคุณเข้าไปหาลูกตอนที่ลูกร้องไห้ ก็ให้เข้าไปดูแลอย่างอ่อนโยนและแสดงความรักกับลูก ถ้าลูกกำลังเศร้าหรือเสียใจ ก็ให้เข้าไปปลอบประโลมให้เห็นว่าคุณเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ จะเป็นประโยชน์กับลูกมากที่สุดเมื่อพ่อแม่แสดงออกถึงความรักและความใส่ใจเช่นนี้ในช่วงวัยนี้ อย่าให้เด็กดูทีวีหรืออยู่หน้าจอใดๆ ก็ตาม ไม่ต้องคิดเลยว่าจะต้องให้ลูกดูรายการที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรให้เด็กดูทีวีจนกว่าจะสองขวบ เพราะที่จริงแล้วพ่อแม่ต่างหากที่ช่วยกระตุ้นสมองของเด็กได้ดีที่สุด ทั้งหน้าตาและเสียงพูดของพ่อแม่เป็นสิ่งเดียวที่จำเป็นในการกระตุ้นสมองของทารกในช่วงวัยนี้

พัฒนาการด้านต่างๆ เด็กจะเริ่มคอแข็งขึ้นแล้ว แต่ก็ยังนั่งหลังตรงไม่ได้ อย่าเพิ่งบังคับหรือพยายามให้ลูกนั่ง เพราะเขายังเล็กเกินไปที่จะนั่งเองได้ ตอนที่อุ้มลูกขึ้นมานั้น จะสังเกตได้ว่าหลังกับคอของลูกเริ่มจะตรงเป็นแนวเดียวกันแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องคอยระวังและช่วยประคองศีรษะของลูกให้ดี โดยเฉพาะตอนที่ลูกเหนื่อย เพราะเมื่อเทียบตามสัดส่วนทั้งตัวของเด็กแล้ว ส่วนศีรษะถือว่าใหญ่มากทีเดียว ดังนั้นการที่ต้องเกร็งคอหรือบังคับศีรษะให้ได้นั้น ถือเป็นงานหนักของเจ้าตัวเล็ก

ช่วงเดือนที่สี่นี้ มักเป็นเดือนที่เด็กเริ่มหัดคว่ำได้ แล้วหลังจากนั้นอีกสองสามสัปดาห์ ก็ค่อยๆ กลิ้งหรือหมุนไปหมุนมาได้ ช่วงนี้การให้เด็กนอนบนพื้นจึงสำคัญมาก เพราะเด็กจะได้ค่อยๆ ฝึกการเคลื่อนไหวเรื่อยๆ ทุกวัน ไม่ต้องกังวลนักถ้าลูกจะกลิ้งออกนอกพรมหรือผ้าที่ปูไว้ให้ เพราะถึงตอนนี้ลูกอาจจะดิ้นไปมาจนกลายเป็นท่าแปลกๆ ตรงบ้าง เอียงบ้างก็ได้

เจ้าตัวเล็กนั้นเก่งเรื่องการแสดงออกให้พ่อแม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรหรือรู้สึกอย่างไร แต่เป็นเพราะเขายังพูดไม่ได้ การร้องไห้เลยกลายเป็นทางออกสุดท้ายไปเสียทุกครั้ง เมื่อถึงสี่เดือนเสียงของเด็กก็เริ่มเปลี่ยน เสียงร้องจะสูงขึ้น และเจ้าหนูก็จะร้องดังขึ้นอีก ไม่ว่าจะทำเสียงอูอู เสียงแบบพ่นลมในคอ หรือเสียงอ้อแอ้ๆ ก็ตาม ซึ่งก็ทำให้คุณรู้สึกดี เหมือนกับว่าลูกเริ่มโต้ตอบกับคุณได้บ้างแล้ว หลังจากที่รอคอยมาหลายเดือน

การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ในช่วง 4-6 เดือนนี้ เด็กจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มเป็นสองเท่าของตอนแรกคลอด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกว่าลูกโตขึ้น แต่ให้คุณดูด้วยว่าลูกดูสมบูรณ์ดีหรือไม่ มีไขมันที่ต้นขา ท้อง แขนท่อนบน และบนใบหน้าแบบที่เด็กๆ ควรจะมี ถ้าลูกดูผอมเกินไป แขนขาเล็ก ตัวเล็ก ควรพาลูกไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพเด็ก เพราะในช่วงขวบปีแรกนั้น เด็กควรจะโตเร็วมาก ไม่ใช่เฉพาะร่างกายเท่านั้น แต่หมายถึงสมองด้วย

ดูแลสุขภาพตัวเองด้วย
พ่อแม่ต้องพาลูกไปรับวัคซีนสำหรับทารกวัย 4 เดือน ถ้าการฉีดวัคซีนทำให้ลูกไม่สบายหรือมีอาการต่างๆ หรือตัวคุณเองรู้สึกกังวลว่าวัคซีนจะแรงเกินไปหรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ให้วัคซีน แม้ว่าหลังฉีดวัคซีนลูกอาจงอแงหรือไม่ค่อยสบาย ซึ่งก็ทำให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยขึ้นและก็ไม่ใช่งานที่น่าสนุกนัก แต่การฉีดวัคซีนก็เป็นเรื่องจำเป็น ที่ให้ผลคุ้มค่าเหนื่อยของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแลเอาใจเจ้าตัวเล็กเพิ่มขึ้น ถ้าคุณไม่อยากพาลูกไปคนเดียว ก็ควรหาเพื่อนไปด้วยเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจขึ้น

ความปลอดภัยมาอันดับหนึ่ง
ให้คุณคอยดูขากลมๆ เวลาเจ้าหนูแกว่งขาเล่น ตอนที่ปล่อยให้กลิ้งเล่นอยู่บนพื้น ก็คอยจับให้อยู่ห่างจากโต๊ะหรือเก้าอี้ และควรทำพื้นให้โล่งๆ เข้าไว้ นำของอื่นออกไปให้ลูกมีที่เยอะๆ และถึงตอนนี้คุณจะรู้เลยว่าต้องถูพื้นให้สะอาดหมดจดเป็นพิเศษ เพราะหนูน้อยนักสำรวจจะคอยจับฝุ่นผงหรือแม้แต่เศษเล็กๆ ขึ้นมาจนได้ แต่ว่าไปแล้ว คุณก็ไม่ควรวิตกเรื่องความสะอาดจนเกินไปนัก เพราะนักวิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า การที่เด็กได้รับเชื้อโรคบ้างในระดับหนึ่ง เป็นการช่วยเตรียมพร้อมและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่เด็กจะเกิดอาการภูมิแพ้หรือภาวะที่ไวต่อโรคต่างๆ

ให้ลูกอยู่ห่างจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าคุณจะเชื่อเหลือเกินว่าเจ้าหมาแมวนั้นอ่อนโยนเพียงใดก็ตาม และฝึกให้ชินเสมอว่า เมื่อพาลูกเข้าห้องนอนแล้วต้องปิดประตูห้องทุกครั้ง และอย่าให้ลูกกับสัตว์เลี้ยงนอนอยู่บนพื้นระดับเดียวกัน นอกจากนี้ควรถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงบ่อยๆ และหลังจับสัตว์เลี้ยงก็ควรล้างมือให้สะอาด แม้คุณจะรับเจ้าสี่ขามาเป็นสมาชิกของบ้านและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า มีเชื้อโรคบางชนิดจากสัตว์เลี้ยงหรือแม้แต่สัตว์ป่า ที่อาจแพร่มาสู่คนได้

การเล่นและการปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่
ช่วงนี้คุณต้องหาของเล่นที่มีเสียง เช่น ตุ๊กตาที่บีบหรือเขย่าแล้วมีเสียง มาคอยเตรียมไว้ได้แล้ว เพราะเจ้าหนูจะเริ่มเรียนรู้เบื้องต้นเรื่องเหตุและผล และเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเก่งมากที่ทำเสียงแบบนั้นได้ หรือลองเล่นขยำกระดาษให้ดังกรอบแกรบ ยิ่งถ้าเป็นเสียงกระดาษแก้วละก็ เจ้าหนูจะโปรดปรานมากเป็นพิเศษ แต่เวลาเล่นแบบนี้ คุณต้องอยู่คอยดูลูกด้วยตลอดเวลา

ลูกจะหยิบของเล่นและของทุกอย่างเข้าปาก หรือชอบหยิบนู่นจับนี่อยู่ตลอด ซึ่งรวมทั้งคางและจมูกของคุณ ที่ก็ไม่พ้นมือเล็กๆ ไปได้ เขาจะเริ่มเอื้อมมือมาจับหน้าพ่อแม่ โดยเฉพาะส่วนที่ยื่นออกมาให้จับได้ง่าย อย่างจมูกและคาง ถ้าเป็นคนอื่นทำ คุณคงไม่ชอบใจแน่ แต่คงกลายเป็นเรื่องสนุกสนานภายในบ้าน ถ้าลูกจะชอบเล่นกับคุณแบบนี้

แล้วคุณแม่ล่ะ
ช่วงเดือนนี้คุณแม่น่าจะตื่นตอนเช้าได้อย่างสดใสขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้นอนหลับมากขึ้นในช่วงกลางคืน แต่พอตกบ่าย ก็เริ่มหมดแรงอีก คุณแม่ไม่ควรงดอาหาร โดยเฉพาะอาหารเช้าและอาหารกลางวัน แม้ลูกจะสี่เดือนแล้ว แต่คุณแม่บางคนก็ยังคงยุ่งจนไม่มีเวลาทานอาหารกลางวัน การดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองนั้นสำคัญเสมอ โดยฉพาะเมื่อต้องเลี้ยงลูก เพราะถ้าหากคุณแม่ดูแลตัวเองไม่ดีหรือไม่มีแรงพอ ก็คงไม่สามารถดูแลเจ้าตัวเล็กได้ดีนัก

ถ้าคุณแม่ไม่ได้ไปเสริมสวยหรือแม้แต่เข้าร้านทำผมมาสักสองสามเดือนแล้วหลังจากคลอด ตอนนี้ก็ถึงเวลาสักที เพราะช่วงเวลาหลังคลอดใหม่ๆหาเวลาว่างแทบไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่ก็ควรหาเวลาไปทำผม โดยฝากให้คุณพ่อดูแลลูกแทนก่อน แล้วนัดช่างให้เรียบร้อย หรือถ้าหาเพื่อนที่เป็นคุณแม่เหมือนกันไปด้วยกันได้ก็ยิ่งดี เผื่อว่าจะได้ผลัดกันดูแลลูกตอนที่อีกคนเสริมสวยอยู่ แบบนี้คุณก็จะรู้สึกว่าถึงมีลูกคุณก็ยังได้ดูแลตัวเอง

อารมณ์ความรู้สึก
ตอนนี้อารมณ์ของคุณเริ่มมั่นคงขึ้น ไม่ขึ้นๆ ลงๆ มากนัก และคุณเริ่มรู้สึกกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งคุณแม่มือใหม่หลายคนประสบปัญหา “maternal shock” ดังนั้นการปรับตัวเพื่อรับหน้าที่ใหม่นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ละคนก็เป็นพ่อแม่ที่ดีได้ในแบบของตัวเอง

การอยู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูงที่คอยช่วยเหลือและแนะนำ จะช่วยให้คุณรู้สึกดีที่ได้ทำหน้าที่คุณแม่ และอย่าไปสนใจคนที่วิพากย์วิจารณ์ว่าคุณยังทำได้ไม่ดีพอ เพราะคุณทำหน้าที่ดีที่สุดอยู่แล้ว

เข้านอนกันเถอะ
ถ้าเจ้าตัวเล็กชอบนอนเร็ว คุณแม่ก็ควรเข้านอนเร็วด้วย ถึงแม้จะยังหลับไม่ได้ในทันที แต่ก็ควรลองพยายามหาตัวช่วย เช่น การอาบน้ำอุ่น ดื่มนมสักแก้ว อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือแค่ปล่อยตัวสบายๆ ให้ค่อยๆ หลับไป สำหรับคุณแม่บางคนการฟังเพลงที่ช่วยผ่อนคลาย ได้ผลดีทีเดียว เพราะเป็นเหมือนการปิดสวิตช์ความเครียด จึงช่วยให้หลับง่ายขึ้น ถ้าพี่ๆ ของเจ้าหนูน้อยไม่ยอมเข้านอนง่ายๆ คุณแม่อาจต้องทำข้อตกลงเรื่องเวลาเข้านอนกับลูกๆ สำหรับเด็กเล็กๆ การกำหนดเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ให้ชัดเจนช่วยฝึกให้พวกเขามีวินัย และเติบโตขึ้นโดยรู้กฎระเบียบและกติกา

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ บรรยากาศภายในห้องนอน ห้องนอนต้องเป็นห้องนอนจริงๆ ต้องไม่ใช่ห้องที่ไว้ของรกรุงรัง บรรยากาศที่สงบ สบาย และน่านอน ก็ช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายและสบายขึ้น

ความสัมพันธ์
ถ้าช่วงเวลาสองสามเดือนแรกของการเลี้ยงลูก ทำให้คุณรู้สึกเหมือนการจำศีลหน้าหนาว ตอนนี้ก็ได้เวลาออกมาเปิดหูเปิดตาอีกครั้ง จะไปดูหนัง ฟังเพลง หรือเที่ยวเล่นบ้างก็ได้ หรือไปหาเพื่อนๆ และพูดคุยกับคนอื่นๆ ลองออกมาหากิจกรรมทำวันละอย่างก็น่าจะเพียงพอ โดยช่วงเช้าเป็นเวลาให้คุณได้จัดแจงเรื่องต่างๆ ได้ เด็กๆ ยังต้องนอนกลางวันจนถึงประมาณสามขวบ และถ้าเจ้าหนูเหนื่อยและอยากพัก ก็ควรให้เขาได้พัก ไม่ควรที่จะเล่นหรืออยู่กับลูก โดยไม่ยอมให้ลูกนอน

เรื่องงานบ้านนั้น ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ควรช่วยกัน ไม่ควรปล่อยให้คุณแม่เป็นผู้รับภาระดูแลบ้านและดูแลลูกๆ อยู่ฝ่ายเดียว ผู้ชายหลายๆ คนอาจคิดว่าเมื่อถึงบ้านหลังเลิกงาน ถือเป็นเวลาพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับผู้หญิงที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านนั้น ไม่มีช่วงเวลา “พัก” แบบนั้นเลย ซึ่งเรื่องนี้อาจก่อให้เกิดความเครียดได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพูดคุยกันอย่างเปิดอก เพื่อหาทางช่วยเหลือกัน

บทความที่คุณน่าจะชอบ

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

ขยับตามจังหวะดนตรี ได้มากกว่าการเคลื่อนไหว

อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

4 เคล็ดลับ สร้างหนูน้อยอารมณ์ดี...การเคลื่อนไหวเด่น

อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว

เด็กแรกเกิด 4/27/2019

อายุ 13-18 เดือน

วิธีเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป พบกับบทความเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยวัยซน เคล็ดลับต่างๆ พร้อมวิธีเพิ่มพัฒนาการของลูกรัก

บทความที่คุณน่าจะชอบ