Overfeeding คืออะไร คุณแม่ทุกคนควรรู้

เราเชื่อว่าคุณแม่ทุกคนปรารถนาให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่ดี ซึ่งอะไรจะดีไปกว่าการดื่มนมจากเต้าของคุณแม่ อย่างไรก็ตามคุณแม่บางท่านอาจจำเป็นต้องปั๊มนมใส่ขวดไว้หรือใช้นมผงชงเพื่อให้ลูกดูดจากขวด ระหว่างที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ยุค 2020

ทั้งนี้ คุณแม่อาจเคยสังเกตพบอาการแปลก ๆ ของลูกในบางครั้ง เช่น ลูกแหวะบ่อย อาเจียน บิดตัวบ่อย ร้องไห้งอแง ฯลฯ ซึ่งตรงกับภาวะที่ทางการแพทย์เรียกว่า อาการ overfeeding ที่เกิดจากการดื่มนมมากเกินไป ก็เป็นไปได้ อยากให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย อารมณ์แจ่มใส สุขภาพดีและที่สำคัญคือเลี้ยงง่าย ร่าเริงเป็นที่น่าเอ็นดูของคุณพ่อคุณแม่และทุกคนที่ได้พบเห็น คุณแม่ทุกท่านต้องไม่พลาดอ่านบทความนี้จนจบ เพื่อให้รู้ถึงที่มาของภาวะ Overfeeding วิธีการสังเกตตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าที่ลูกวัย ทารกแหวะนม หรืออาเจียนบ่อย เกิดจากการป้อนนมของคุณแม่หรือไม่จะได้แก้ไขได้อย่างถูกจุด

Overfeeding คืออะไร

อาการ overfeeding คืออะไร ที่คุณแม่ทุกคนต้องรู้

ภาวะ overfeeding คืออาการผิดปกติในลูกน้อยวัยทารกที่เกิดขึ้นภายในระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากระบบย่อยอาหารลูกยังไม่สมบูรณ์ เมื่อมีการดื่มนมเข้าไปปริมาณมากเกินไปจึงเกิดความไม่สบาย อึดอัด แน่นท้อง สังเกตได้จาก ทารกอาเจียน แหวะนมหรือบิดตัวบ่อย

หากลูกของคุณแม่ท่านใด แสดงอาการไม่สบายตัว โดยเฉพาะหลังดื่มนม ร้องไห้โยเยบ่อยหลังกินนม โดยไม่ทราบสาเหตุและเมื่อชั่งน้ำหนักแล้วเกินเกณฑ์มาตรฐาน ก็อาจจะเกิดจากการดื่มนมมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นนมจากเต้าหรือนมขวดก็ได้

ทำไมทารกถึงกินเยอะเกิน (Overfeeding)

ทำไมทารกถึงกินเยอะเกิน (Overfeeding) ไม่รู้ไม่ได้แล้ว

1. ทารกดื่มนมขวด แทนดูดจากเต้านมแม่โดยตรง
โดยธรรมชาติแล้วลูกน้อยหลังคลอดจะสามารถเข้าเต้านมแม่แล้วใช้ปากดูดที่หัวนมแม่ เป็นการกระตุ้นการไหลของน้ำนมได้โดยอัตโนมัติ เมื่อไหร่ที่รู้สึกหิวลูกน้อยก็จะใช้ลิ้นดุนเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นมไหลและเมื่ออิ่มก็จะหยุดพฤติกรรมนี้ทำให้น้ำนมไหลออกจากเต้านมแม่เพิ่ม จึงทำให้ลูกได้รับนมเพียงพอดีกับปริมาณกระเพาะน้อย ๆ ที่รับได้ ไม่พบปัญหา overfeeding หรือ การได้นมมากเกินไป ส่วนลูกที่ดื่มนมจากขวด คุณแม่มักมีการวัดตวงปริมาตรเอาไว้ ว่าลูกเคยดื่มนมกี่ออนซ์หรือกี่ซีซี ทำให้คาดหวังว่าลูกจะต้องดื่มนมปริมาณเท่ากันในทุก ๆ ครั้งที่ป้อนนม จึงเกิดการเขย่าให้ลูกดื่มจนหมดขวดอยู่บ่อย ๆ ซึ่งจะทำให้ลูกเกิดอาการแหวะนม อาเจียน บิดตัวปวดท้องตามมา เพราะนมที่ดูดจากขวดได้มากเกินกว่าความจุของกระเพาะนั่นเอง

2. คุณแม่มือใหม่ อยากให้ลูกหยุดงอแง
คุณแม่ที่มีลูกคนแรกหลายท่านจะยังสังเกตอาการลูกไม่ค่อยเป็น เมื่อลูกน้อยตื่นแล้วร้องไห้งอแง ก็มักจะคิดว่าลูกกำลังหิวนมจึงชงนมให้ลูกดูดเพื่อให้ลูกหยุดร้องทำให้ลูกได้นมมากเกินความต้องการของร่างกาย แบบนี้จะทำให้น้ำหนักลูกมากเกินเกณฑ์มาตรฐานได้

3. รูของหัวนมแม่ใหญ่เกินไป
สรีระของคุณแม่แต่ละท่านมีความแตกต่างกัน ส่วนปลายรูของหัวนมที่เป็นจุดปล่อยน้ำนมให้แก่ลูกของบางท่านอาจจะมีรูที่ใหญ่และหากคลอดลูกทารกตัวเล็ก ก็จะทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กตามไปด้วย ผลคือเมื่อลูกดูดนมก็จะมีน้ำนมไหลออกมาเป็นปริมาณมากต่อครั้ง สังเกตได้จาก ทารกบิดตัวบ่อย หรือแหวะนม หลังจากดูดนมจากเต้าได้สักพัก

4. คุณแม่มีอาการซึมเศร้าหรือย้ำคิดย้ำทำหลังคลอด
ฮอร์โมนของคุณแม่หลังคลอดจะยังไม่ปกติ ทำให้หลายท่านมีภาวะซึมเศร้าหรือยังคิดย้ำทำ โดยมีอาการหลงลืมบ่อยไม่แน่ใจว่าให้นมลูกไปแล้วหรือยังหรือให้นมเพียงพอหรือไม่ ฯลฯ เมื่อลูกร้องไห้งอแงโยเย ก็จะรีบเอาเข้าเต้าหรือชงนมขวดป้อนให้ลูกเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ จนกว่าลูกจะหลับ เป็นต้น

ที่จริงแล้วปริมาณนมที่ลูกน้อยต้องการในแต่ละวันนั้น มีการศึกษาไว้โดยคุณหมอกุมารแพทย์ทั่วโลก ถ้าเป็นการเข้าเต้าลูกจะดูดนมเมื่อหิว แล้วจะหยุดเองตอนอิ่ม โดยคุณแม่ต้องเอาลูกเข้าเต้าประมาณ 2-3 ชั่วโมงครั้งหนึ่ง ส่วนคุณแม่ที่ปั๊มนมใส่ขวดหรือมีการชงนมผงใส่ขวดให้ลูกดูด ลูกจะดื่มจากขวดในปริมาตรไม่เกิน 100 ซีซี (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 60-90 ซีซี) ต่อการดูดนมขวด 1 ครั้ง ทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปริมาณที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ ก็ในเมื่อกระเพาะของลูกมีขนาดเล็กตามสัดส่วนร่างกาย คุณแม่จึงต้องเข้าใจในจุดนี้และอย่ากังวลมากเกินไปหากลูกดื่มนมไม่หมดขวด

นอกจากนี้คุณแม่ที่เกรงว่าลูกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจากน้ำนม จนเติมธัญพืช งา ถั่วเหลือง น้ำผลไม้ หรือผงโปรตีนเสริมสารอาหารต่าง ๆ ลงไปในนมขวด ตั้งแต่ลูกดื่มนมช่วงอายุไม่ถึง 6 เดือน ในจุดนี้คุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นไว้ว่าไม่มีความจำเป็น เพราะน้ำนมของคุณแม่หรือนมผงสำหรับทารกวัยเล็กมีคุณค่าสารอาหารทางโภชนาการเพียงพออยู่แล้วสำหรับพัฒนาการของลูกน้อยวัยนี้ หากเติมสิ่งต่าง ๆ มากเกินไปจะทำให้ลูกน้ำหนักเกินเกณฑ์ได้

อาการ Overfeeding มีอะไรบ้าง

อาการ Overfeeding มีอะไรบ้าง ชวนคุณแม่สังเกตลูกน้อยกัน

อาการ overfeeding เป็นเรื่องที่คุณแม่สามารถสังเกตได้จากการเลี้ยงลูกในทุก ๆ วัน เมื่อใดที่ลูกวัยทารกดื่มนมมากเกินไป มักจะมีอาการดังต่อไปนี้

1. ทารกแหวะนม บ่อยกว่าปกติ
ลูกน้อยมักมีอาการแหวะนมบ่อยจนผิดสังเกตร่วมกับท้องเสียถ่ายเหลว ตรงจุดนี้คุณแม่มือใหม่ต้องระวัง หากมั่นใจว่าไม่ได้เกิดหลังจากการดื่มนมมากเกินไป แต่ลูกมีอาการอาเจียน ท้องเสียและมีไข้ร่วมด้วย อาจเกิดการติดเชื้อในร่างกาย ลักษณะนี้ต้องรีบพาไปพบคุณหมอเด็กโดยด่วน เพื่อหาสาเหตุและรีบรักษา
2. ทารกบิดตัวบ่อย พร้อมกับร้องไห้งอแง
นั่นเป็นเพราะปริมาณน้ำนมที่แน่นกระเพาะมากเกินไป ทำให้ลูกไม่สบายท้อง ท้องอืด จึงหงุดหงิด ไม่สบายตัว แสดงออกโดยการบิดตัวไปมา ซึ่งเป็นสัญชาตญาณโดยธรรมชาติของทารก ซึ่งจะแตกต่างจากการร้องไห้ด้วยสาเหตุแบบอื่น เช่น งอแง เพราะนอนไม่ตรงเวลาจากการมีผู้ใหญ่มาเล่นด้วยจนผิดเวลานอน หรือลูกร้องไห้เพราะไม่สบายเจ็บป่วย ซึ่งมักจะมีอาการไข้หรือมีผดผื่นตามลำตัวหรืออาการโคลิคที่ลูกจะร้องไห้เป็นเวลา เช่น ช่วงเวลาเย็นหรือหัวค่ำของทุกวัน เป็นต้น
3. ลูกน้อยมีเสียงร้องผิดปกติ
ลูกน้อยวัยแบเบาะยังไม่สามารถสื่อสารเป็นคำพูดได้ หากรู้สึกไม่สบายตัวก็จะร้องเป็นเสียงคล้ายแพะ แกะ เป็นเสียงตัวสะกด ออ อ่าง เช่น แอะ ๆ แอ๊ะ ๆ เฉพาะช่วงหลังดื่มนม หากลูกร้องแบบนี้หลังเข้าเต้าหรือดูดนมจากขวด คุณแม่ต้องเอะใจแล้วว่าอาจจะเกิดจากการให้นมมากเกินไป
4. มีเสียงครืดคราดจากนมล้นมาที่คอหอย
โดยธรรมชาติแล้ว ปริมาตรความจุในกระเพาะของลูกวัยทารกจะค่อนข้างน้อยและระบบทางเดินอาหารก็ยังย่อยไม่สมบูรณ์ ถ้าลูกน้อยได้นมมากเกินไป เด็กจะมีอาการงอแงและมีเสียงครืดคราดในลำคอ คล้ายกับมีเสมหะอยู่ข้างใน สื่อถึงปริมาณน้ำนมที่มากเกินไป จนล้นออกมาที่คอหอย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ ลูกแหวะนมบ่อย นั่นเอง

“ลูกแหวะนม’

เมื่อลูกได้รับนมมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นนมจากเต้าหรือดูดนมขวด หากคุณแม่สังเกตได้ว่า ลูกวัย ทารก อาเจียน หรือ ลูกแหวะนมบ่อย งอแง โยเย บิดตัวบ่อย ลองลดความถี่และปริมาตรนมที่ให้แต่ละครั้งลงและหมั่นชั่งน้ำหนักลูกให้เพิ่มตามเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยเด็กทารกช่วงขวบปีแรก ช่วงอายุ 0-3 เดือน น้ำหนักควรเพิ่ม 600 ถึง 900 กรัมในแต่ละเดือน ช่วงอายุ 4-6 เดือน น้ำหนักจะเพิ่มในอัตราน้อยลงคือ 450 ถึง 600 กรัมในแต่ละเดือนและช่วงอายุ 7-12 เดือน น้ำหนักจะเพิ่มช้าที่สุดคือประมาณ 300 กรัมต่อเดือน หากน้ำหนักลูกเพิ่มเร็วกว่าเกณฑ์นี้ ควบคู่กับมีอาการที่กล่าวมาก็แสดงว่าลูกได้น้ำนมปริมาณมากเกินไปแล้ว คุณแม่ต้องปรับแก้ไขที่สาเหตุ เพื่อให้ลูกรู้สึกสบายตัว อารมณ์แจ่มใส ร่าเริงตลอดวัน

หากคุณแม่อยากรู้เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกน้อยด้วยนมแม่เพื่อให้ลูกมีสุขภาพกายและใจที่ดี ขอแนะนำให้ติดตามเรื่องราวดี ๆ จาก https://www.huggies.co.th/th-th/baby เว็บไซต์ฮักกี้อย่างสม่ำเสมอเพราะมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแม่และเด็กมาให้ความรู้แบบอ่านง่ายตอบโจทย์สำหรับคุณแม่มือใหม่

ลิ้งค์อ้างอิง
-https://www.pobpad.com/overfeeding-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1
-https://happymom.in.th/th/tips/baby-general/Overfeeding-%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A1/923 https://www.babycareadvice.com/article/detail/Is_baby_overfeeding=

บทความที่คุณน่าจะชอบ

วิธีเก็บน้ำนมแม่ ให้อยู่ได้นานที่สุด
พัฒนาการลูกน้อย 10/17/2020

วิธีเก็บนมแม่ ให้อยู่ได้นานที่สุด

นมแม่เป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับลูกน้อย เป็นอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตเสริมสุขภาพของเด็กทารกให้มีความแข็งแรง มาดูวิธีเก็บนมแม่อย่างถูกต้องกันค่ะ

เช็คอาการลูกน้อย อาการท้องผูกมีลักษณะอย่างไร
พัฒนาการลูกน้อย 10/17/2020

ทารกท้องผูก มีอาการอย่างไร

นอกจากอาการท้องผูกจะส่งผลต่อสุขภาพกายลูกน้อยแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพใจด้วยนะคะ เนื่องจากลูกน้อยจะหงุดหงิดง่าย งอแงเก่ง ขอแนะนำ วิธี แก้ ลูก ท้องผูก พร้อมวิธีรับมือที่รับรองว่าจะช่วยให้คุณแม่เบาใจยิ่งขึ้นค่ะ

เตรียมเป็นแม่ 10/10/2019

นับวันไข่ตก ยังไงให้มีลูกน้อยดั่งใจหวัง

สำหรับคู่รักที่อยากมีลูก การนับวันไข่ตกอย่างถูกต้องเป็นวิธีที่จะช่วยให้มีลูกได้เองตามธรรมชาติ ว่าที่คุณแม่ควรทำความเข้าใจและนับวันไข่ตกของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนจะไม่เท่ากันนะคะ เตรียมตัวสะกิดว่าที่คุณพ่อปฏิบัติภารกิจในช่วงวันตกไข่ให้แม่นยำ

บทความที่คุณน่าจะชอบ