แนวทางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เราต่างรู้ว่า การให้นมลูก คือวิถีที่ดีที่สุดที่มนุษย์ใช้ในการเลี้ยงทารก น้ำนมแม่ประกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกมากมาย พร้อมทั้งมีภูมิต้านทานช่วยป้องกันการติดเชื้อจากโรคต่าง ๆ แถมยังมีราคาถูกกว่า และสะดวกกว่า การให้นมลูกด้วยขวดนม อีกด้วย การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เช่นกันค่ะ เพราะมันจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของคุณแม่ โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันโรคมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมที่อาจเกิดขึ้นก่อนวัยอันควร สำหรับคุณแม่ที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การให้นมลูกจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้หลังจากที่คลอดลูกค่ะ

ประโยชน์อื่น ๆ จากการให้นมลูก
• ช่วยสร้างความสัมพันธ์ด้านอารมณ์และความรู้สึกระหว่างแม่และลูก
• น้ำนมแม่อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเตรียมการให้น้ำนมใด ๆ
• ช่วยให้น้ำหนักของคุณแม่คืนสู่สภาวะเดิมได้เร็วขึ้น
• ช่วยให้ขนาดของมดลูกกลับสู่ขนาดปกติได้เร็วขึ้น และร่นระยะเวลาการตกเลือดหลังคลอด
• น้ำนมแม่ช่วยลดแนวโน้มที่ลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้ หรือ แพ้อาหาร

สำหรับคุณแม่บางคนแล้ว การให้นมลูก ถือว่าเป็นเรื่องง่ายที่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่สำหรับคุณแม่คนอื่น ๆ แล้วกลับดูเป็นความท้าทายมากกว่าค่ะ เช่นเดียวกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่ต้องใช้เวลาในการสร้างความมั่นใจ และรู้สึกสบายใจในเวลาเดียวกัน ตัวทารกเองก็เช่นกันค่ะ อาจต้องใช้เวลาสักพักในการเรียนรู้ที่จะดูดน้ำนมจากอกแม่ และเพื่อประสานการตอบสนองระหว่างการดูดและการกลืนของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเชื่อผิดๆของการให้นมลูก
• การให้นมลูก เป็นวิถีทางธรรมชาติ น้ำนมจะไหลออกมาอย่างง่ายดายสำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกคนและลูก ๆ แต่ถ้าน้ำนมแม่ไม่ไหลออกมาแสดงว่า ไม่คุณแม่หรือลูกน้อยที่มีภาวะที่ผิดปกติค่ะ
• “แม่ที่ดี” จะให้นมลูก แต่ “แม่ที่ไม่ดี” จะไม่ให้นมลูก
• แม่ที่ให้นมลูกจากอกจะมีความเป็นแม่มากกว่าแม่ที่ให้นมลูกด้วยขวดนม
• ทารกที่ไม่ได้ดื่มนมแม่จะเป็นเด็กไม่ฉลาดหรือไม่มีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็กที่ได้ดื่มนมแม่
• ทารกที่ดื่มนมแม่จะไม่มีคำว่าอิ่มจนเกินไปและพวกเขาจะหยุดดื่มเองเมื่ออิ่มท้องแล้ว
• คุณแม่ที่มีเต้านมใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถผลิตน้ำนมได้
• คุณแม่ที่ทำงานจะไม่สามารถให้นมลูกได้
• น้ำนมแม่มีลักษณะเหมือนนมวัวและหากน้ำนมใสแลดูเหมือนน้ำเปล่านั้นแสดงว่า น้ำนมมีความ “เข้มข้น” ไม่มากพอ (น้ำนมอาจจะเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวจาง ๆ มีความเจือจางและใสแจ๋วเหมือนน้ำเปล่านั้น เนื่องจากไขมันในนมลอยขึ้นไปอยู่ข้างบนสุดของขวด ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ระหว่างที่เก็บนมไว้)
• คุณแม่ที่กำลังให้นมลูกไม่สามารถตั้งท้องได้

ข้อเท็จจริงของ การให้นมลูก


ข้อเท็จจริงของ การให้นมลูก

• อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าคุณแม่และลูกน้อยจะเข้ากันได้ แล้วการให้นมลูกก็จะเป็นเรื่องน่าสนุกยิ่งขึ้น
• การให้นมลูก อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและในบางครั้งอาจมีความเจ็บร่วมด้วยค่ะ จุกนมจะอ่อนนุ่มและเจ็บ และเต้านมจะมีอาการปวดเมื่อถึงเวลาให้นมลูก โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ค่ะ
• ถ้าคุณแม่ไม่แน่ใจว่า จะต้องให้นมเท่าไหร่ขณะที่ป้อนนมลูก เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อให้มั่นใจว่า ลูก ๆ จะได้รับปริมาณนมที่เพียงพอและรู้สึกพึงพอใจค่ะ
• การแสดงออกของลูกไม่สามารถบอกได้ว่า นมของคุณแม่ผลิตออกมาเท่าไหร่แล้ว
• น้ำนมแม่ให้ลูกปริมาณเท่าไหร่ก็มีประโยชน์ค่ะ คุณแม่หลายคนกรอกนมไว้ในขวดตามปริมาณที่ขวดกำหนดไว้ ถ้าวิธีนี้เวิร์คก็สามารถใช้ต่อได้ค่ะ
• ยิ่งคุณแม่ให้นมลูกมากเท่าไหร่ น้ำนมก็ยิ่งถูกผลิตมากขึ้นเท่านั้น การให้นมอย่างสม่ำเสมอผสานเข้ากับการดูดนมของลูกที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จค่ะ

รู้ได้อย่างไรว่าลูกดื่มนมเพียงพอแล้ว
• เด็ก ๆ จะฉี่รดผ้าอ้อมวันละ 6 ครั้งหรือมากกว่านั้น ฉี่จะมีสีเหลืองฟางหรือสีใสและไม่เข้มข้น แต่ถ้าฉี่เป็นสีเหลืองเข้มหรือสีส้ม จะบ่งบอกได้ว่า ลูกน้อยดื่มนมหรือน้ำไม่เพียงพอ
• ลูกน้อยจะถ่ายอุจจาระออกมามีลักษณะนุ่มและมีสีเหลืองมัสตาร์ด ลูกน้อยที่ดื่มนมแม่จะถ่ายค่อนข้างเยอะ และเป็นบ่อยโดยเฉพาะตอนที่กำลังดื่มนม เป็นเพราะว่า การดูดนมของลูก ๆ เริ่มจะทำปฏิกิริยาสะท้อนของอวัยวะที่เรียกว่า Gastro-Colic Reflex
• ลูกน้อยจะดูสดใส ร่าเริง มีสุขภาพดีและตื่นนอนในระหว่างที่ดูดนม นอกจากนี้คุณแม่ยังสังเกตได้จากปากของลูกที่ชุ่มชื้นกับดวงตาใสๆ ที่บ่งบอกว่าลูกกำลังดื่มนมอย่างกระตือรือร้นเลยล่ะค่ะ
• หลังการคลอดสองสัปดาห์ หากลูกน้อยมีน้ำหนักเพิ่มประมาณ 150-200 กรัมต่ออาทิตย์ ซึ่งบ่งบอกว่า ลูกน้อยได้รับนมแม่ในปริมาณที่เพียงพอ ทารกที่ดื่มนมแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากในช่วง 2-3 เดือนแรก และจากนั้นน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 2-3 สัปดาห์ โดยมีค่าเฉลี่ยการเจริญเติบโตของน้ำหนักดังนี้ ตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 เดือนเท่ากับ 150-200 กรัม/สัปดาห์ อายุ 3-6 เดือนเท่ากับ 100-150 กรัม/สัปดาห์ และจากอายุ 6-12 เดือนเท่ากับ 70-90 กรัม/สัปดาห์
• หากเส้นรอบศีรษะและส่วนสูงของลูกน้อยเพิ่มขึ้น ให้นำความยาวเส้นรอบศีรษะและส่วนสูงไปเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตของเด็กดูค่ะ ซึ่งความสูงของลูกน้อยจะอยู่ที่เส้นเดิมตั้งแต่แรกเกิด หรือ ไต่ขึ้นกราฟไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าลดลงมา 1-2 เซนติเมตรจะชี้ว่า เด็กไม่มีการเจริญเติบโต และต้องได้รับการตรวจสภาพร่างกายจากแพทย์ค่ะ
• ลูกน้อยจะดูอวบอิ่มสุขภาพดีและคุณจะรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อและไขมันของพวกเขาใต้ผิวหนัง เด็ก ๆ จะโตไวมากจากเสื้อผ้าไซส์เริ่มต้น 50 หรือ 60 คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้เลยว่าเสื้อผ้าจะไม่พอดีเหมือนเดิม

การให้นมลูก


ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูกด้วยนม

• การให้นมลูก นั้นจะต้องเริ่มให้เร็วที่สุดตั้งแต่ลูกคลอด เพื่อช่วยให้ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมออกมา ซึ่งอาจใช้เวลาราว ๆ 3 วันหรือมากกว่านั้น และอาจนานถึง 6 สัปดาห์ เพื่อเตรียมให้ร่างกายพร้อมสำหรับการเลี้ยงดูลูกน้อย
• องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรกและหลังจากนั้นก็ให้ลูกทานอาหารแข็งค่ะจนกว่าลูกจะมีอายุครบ 2 ขวบหรือมากกว่า แต่โดยปกติคุณแม่ก็สามารถให้นมลูกได้นานตามต้องการ ตราบใดที่คุณแม่และลูกน้อยมีความสุขค่ะ
• การสะสมธาตุเหล็กของลูกน้อยมีแนวโน้มจะลดลงเมื่อพวกเขามีอายุประมาณ 6 เดือนและการได้ดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียวทำให้ลูกน้อยไม่ได้รับแร่ธาตุสำคัญที่เพียงพอ ดังนั้นหลังอายุ เดือน คุณแม่อาจเริ่มทำอาหารบดหยาบมากขึ้นเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่เพียงพอค่ะ
• ทารกบางคนใช้เวลาเรียนรู้สักพักหลังเกิด เพื่อให้ดูดนมจากอกแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะดีมากหากคุณพ่อคุณแม่ไม่ให้ลูกใช้จุกนมปลอมในช่วง 6 สัปดาห์แรก หรือ จนกว่าลูกจะหย่านมแม่ค่ะ
• คุณแม่ที่ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ซึ่งป้องกันไม่ให้คุณแม่ถูกเลือกปฏิบัติค่ะ สถานที่ทำงานหลายแห่งมีระบบที่อนุญาตให้มีการหยุดพักเพื่อให้นมลูก ดังนั้นคุณแม่ต้องอย่ามองว่าการกลับไปทำงานคือเหตุผลที่ต้องหยุดให้นมลูก ลองคุยและตรวจสอบกับทางผู้จัดการว่าคุณแม่มีสิทธิ์หยุดพักเพื่อให้นมลูกหรือไม่
• การให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือด้าน การให้นมลูก มีอยู่ทั่วไปค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษากับโรงพยาบาลเด็กใกล้บ้าน คลินิกนมแม่ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป กุมารแพทย์หรือสมาคมนมแม่ที่ให้การสนับสนุนในแต่ละครอบครัวค่ะ

การให้นมแม่ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ คุณแม่จะรู้ว่าคุณประโยชน์ของนมแม่มีมากกว่าแค่ทำให้ลูกอิ่มท้องนะคะ ฮักกี้ส์ก็ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่รณรงค์ให้คุณแม่ให้นมลูกด้วยตัวเองนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ทั้งนี้ ในกรณีที่คุณแม่มีน้ำนมไม่มากพอ ก็อย่าเสียใจหรือน้อยใจไปนะคะ เพราะเพียงแค่น้ำนมแม่ที่ไหลออกมาแค่หยดเดียวก็มีคุณค่าดั่งวัคซีนธรรมชาติที่จะช่วยป้องกันลูกน้อยจากเชื้อโรคต่างๆได้เป็นอย่างดีค่ะ

คุณแม่สามารถติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก รวมถึงหัวข้ออื่น ๆ จากเว็บไซต์ Huggies หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถพูดคุยกับเราได้ที่ Facebook Huggies Thailand และอย่าลืม! กด สมัครสมาชิก เพื่อรับสินค้าทดลอง พร้อมรอรับข่าวสารและอัพเดตเทคนิคดี ๆ จากเรานะคะ

บทความที่คุณน่าจะชอบ

พัฒนาการลูกน้อย 10/11/2019

การดูแลเด็กทารกแรกเกิด

การเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกเป็นบทเรียนแรกที่คุณแม่มือใหม่ต้องรีบทำความคุ้นเคย ในช่วงแรกอาจต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย เพราะเด็กทารกในช่วงแรกเกิดจะกินบ่อยและถ่ายบ่อยมากเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยให้ลูกใส่ผ้าอ้อมแผ่นเดิมนานหลายชั่วโมง

พัฒนาการลูกน้อย 4/27/2019

ลูกน้อยวัย 9 เดือน

ทารกวัย 9 เดือน

ประกันสังคม  คลอดบุตร
เตรียมเป็นแม่ 10/15/2020

เบิกประกันสังคม กรณีคลอดบุตร

คุณพ่อ คุณแม่ไปดูกันค่ะ เบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคม จะต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไร และสิทธิที่จะได้รับมีอะไรบ้าง ที่นี่

บทความที่คุณน่าจะชอบ