Huggies

อาหารกับการตั้งครรภ์

Diet During pregnancy
KKH
โภชนาการที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในระหว่างการตั้งครรภ์ อาหารที่เป็นประโยชน์จะช่วยให้คุณแม่สามารถตอบสนองต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกน้อยในครรภ์ได้ ช่วยรักษาสุขภาพของคุณแม่ให้แข็งแรง และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนม อย่างไรก็ตาม คุณแม่ไม่จำเป็นต้องทานเผื่อสองคน แค่รักษาความสมดุลของอาหารก็พอ

อาหารที่มีความสมดุล

คุณแม่ควรทานอาหารหลากหลายให้ครบทั้ง 4 หมู่ ได้แก่ ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เนื่องจากอาหารแต่ละหมู่มีสารอาหารแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์อุดมไปด้วยโปรตีน แต่ไม่มีวิตามินซี เป็นต้น การเลือกทานอาหารให้หลากหลายก็เพื่อที่ว่าคุณแม่จะได้รับสารอาหารที่สมดุลจากอาหารทั้ง 4 หมู่

ตารางนี้เป็นแนวทางสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ในเรื่องชนิดและสัดส่วนของอาหารที่ควรรับประทาน

ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว

  • อาหารในกลุ่มนี้ให้พลังงานและไฟเบอร์ วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ปริมาณพลังงานที่แต่ละคนต้องการจะแตกต่างกันตามอายุ น้ำหนัก และระดับของกิจกรรมที่ปฏิบัติ ปรกติแล้วเราควรทานข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว 6-7 หน่วยบริโภค

ผลไม้

  • ความต้องการแร่ธาตุและวิตามินแทบทุกชนิดจะเพิ่มสูงมากในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งแร่ธาตุและวิตามินเหล่านี้ มีความจำเป็นเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ เช่น การสร้างโลหิต และการสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ผลไม้คือแหล่งรวมวิตามินและแร่ธาตุที่ดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์อีกด้วย ควรทานวันละ 2 หน่วยบริโภค

ผัก

  • ผักก็เป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่และไฟเบอร์ที่ดีเช่นเดียวกับผลไม้ ควรทานวันละ 2 หน่วยบริโภค และอย่างน้อยใน 1 หน่วยนั้นควรเป็นผักใบเขียว เช่น ผักโขมหรือผักคะน้า เพื่อที่จะได้รับกรดโฟลิคอย่างเพียงพอ

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

  • อาหารในหมู่นี้ให้โปรตีนซึ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น เนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นกล้ามเนื้อ หัวใจ ปอด ตา และผิวหนัง คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ต้องการโปรตีนมากกว่าปรกติ เพื่อนำไปสร้างอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย อย่างไรก็ตาม ในสังคมปัจจุบันที่คนเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีนี้ การขาดโปรตีนเป็นสิ่งที่พบได้น้อยมาก
  • คุณแม่ควรทานโปรตีน 2 หน่วยบริโภคทุกวัน พยายามทานโปรตีนที่มาจากพืชให้ได้อย่างน้อย 1 หน่วยบริโภค เช่น เต้าหู้หรือถั่วเลนทิล เป็นต้น

ความต้องการสารอาหารเพิ่มเติม

ธาตุเหล็ก

  • ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่จำเป็นในระหว่างตั้งครรภ์เพื่อป้องกันคุณแม่จากโรคโลหิตจาง (ภาวะที่มีเซลล์เม็ดเลือดแดงหรือที่เรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ฮีโมโกลบิน ในกระแสเลือดไม่เพียงพอ) คุณแม่ที่มีภาวะโลหิตจางจะดูซีดเซียวและรู้สึกเหนื่อยง่าย
  • การทานธาตุเหล็กเพิ่มเติมจะช่วยสะสมธาตุเหล็กให้กับลูกน้อย เพื่อที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีเก็บสะสมไว้ใช้ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ธาตุเหล็กพบได้ในตับ เนื้อสัตว์ ปลา เต้าหู้ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักใบเขียว และไข่

กรดโฟลิค

  • กรดโฟลิคเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ เซลล์คือพื้นฐานของเนื้อเยื่อต่างๆ ในเมื่อกรดโฟลิคมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเลือด ดังนั้น การขาดกรดโฟลิคจึงอาจทำให้คุณแม่เป็นโรคโลหิตจาง กรดโฟลิคพบได้ในผักใบเขียว ตับ สารสกัดจากยีสต์ ไข่ ถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ดและส้ม

วิตามิน ซี

  • เราต้องการวิตามินซีทุกวัน เพราะร่างกายของเราเก็บสะสมวิตามินนี้ไว้ไม่ได้ วิตามินซีช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็ก ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ควรจำก็คือ วิตามินซีและกรดโฟลิคจะถูกทำลายได้อย่างง่ายดายจากการปรุงอาหารและความร้อน วิตามินซีสามารถพบได้ในผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะส้ม ฝรั่ง มะละกอ ผลกีวี มะนาว และผักต่างๆ
  • เพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามินซี ควรหลีกเลี่ยงการเก็บผักและผลไม้ไว้เป็นเวลานานๆ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการปอกและหั่นผลไม้ทิ้งไว้นานๆ เพราะวิตามินซีจะสลายได้เมื่อสัมผัสกับอากาศเป็นเวลานาน
  • ผักต่างๆ ควรทำให้สุกโดยใช้น้ำน้อยเพื่อป้องกันสารอาหารที่ละลายน้ำได้ เช่นวิตามินซี ไม่ให้ละลายไปกับน้ำที่ใช้ปรุงอาหาร และควรใช้เวลาในการปรุงอาหารให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

แคลเซียม

ในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ร่างกายของคุณแม่ต้องการแคลเซียมมากขึ้นเพื่อรักษาระดับแคลเซียมที่เก็บสะสมไว้และเพื่อการพัฒนากระดูกและฟันของลูกน้อยในครรภ์ ความต้องการแคลเซียมในระหว่างตั้งครรภ์คือ 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งได้จากการดื่มนมและอาหารทดแทนนมวันละ 2 – 4 แก้ว

การเพิ่มน้ำหนักตัว

คุณแม่ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักตัวมากเกินควรในระหว่างตั้งครรภ์ ในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ร่างกายจะต้องการพลังงานเพิ่มเติมจากเดิมวันละ 300 แคลอรี่
คุณแม่จะได้รับพลังงานเพิ่มเติม 300 แคลอรี่นี้จากการทานข้อหนึ่งข้อใดดังต่อไปนี้
  • ขนมปังทาชีสและมาการีน 2 แผ่น
  • ข้าวสำหรับอาหารกลางวันและอาหารเย็นเพิ่มอีก ½ จาน
  • ขนมปังแกงกระหรี่ไก่ 1 ชิ้นและเต้าฮวยหนึ่งชาม
คุณแม่ไม่จำเป็นต้องคำนวณปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน คุณแม่ควรใช้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแนวทางแทน คุณแม่ควรตั้งเป้าเฉลี่ย 0.45 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ในระหว่างเดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 9 ซึ่งน้ำหนักเพิ่มรวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 11-15 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีน้ำหนักเกินอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ก็ควรมีน้ำหนักเพิ่มเพียงแค่ 6-9 กิโลกรัมก็พอ

ควรจำกัดอาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น ลูกอมหรือน้ำหวานเพื่อเป็นการควบคุมน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากเกินควร และควรลดปริมาณไขมันด้วยการทานอาหารทอด ช็อคโกแลตและขนมหวานให้น้อยลง อีกวิธีในการลดปริมาณไขมันที่ทานเข้าสู่ร่างกายคือ ควรลอกหนังและไขมันของสัตว์ปีกออก และลอกชั้นไขมันออกจากเนื้อก่อนรับประทาน ควรทานก๋วยเตี๋ยวน้ำแทนก๋วยเตี๋ยวผัด และทานอาหารต้ม นึ่ง หรือย่างแทนที่จะเป็นอาหารทอด

แนวทางการรับประทานอาหาร

อาหาร จำนวนหน่วยบริโภคที่แนะนำ ตัวอย่าง 1 หน่วยบริโภค หมายเหตุ
ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว 6 - 7 ข้าว/ก๋วยเตี๋ยวชามขนาดกลาง 1 ชาม
ขนมปัง 2 แผ่น
แป้งโรตี 3 ชิ้น
มันฝรั่งขนาดกลาง 1 หัว
ข้าวโอ๊ต/ธัญพืช 1 ถ้วย
 
ผลไม้ 2 มะละกอ/แตงฮันนี่ดิว 1 ชิ้น
แอปเปิล/ลูกแพร์/ส้ม 1 ผลเล็ก
 
ผัก 2 ผักสุก ¾ ถ้วย (100 กรัม) ควรทานผักใบเขียวอย่างน้อย 1 ชนิดทุกวัน
โปรตีน  2 น่องไก่ขนาดกลาง 1 ชิ้น หรือ 100กรัม(ขนาดเท่าฝ่ามือ 1 ชิ้น)
เนื้อสัตว์/ปลาไม่ติดหนัง
ไข่ 1 ฟอง = 1/3 หน่วยบริโภค ถั่วสุก ¾ ถ้วย
เต้าหู้ 2 ก้อนเล็ก
จำกัดไข่แดงให้เหลือ 4 ฟองต่อสัปดาห์หากคุณแม่มีระดับคลอเรสเตอรอลสูง
นมและผลิตภัณฑ์จากนม 2 - 4 นมหรือนมถั่วเหลืองแคลเซียมสูง 1 ถ้วย
ชีส 2 แผ่น
โยเกิร์ต1 ถ้วยเล็ก
เลือกผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน


เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย KK Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสตรีและเด็กชั้นนำของสิงคโปร์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเข้าเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.kkh.com.sg






Member Tips

If your newborn hates bath time; put a facecloth over their hands to settle them

Melissa       

"